| บทเรียนพระคัมภีร์_ของประทานในเอเฟซัส4: ตอนที่4 ศิษยาภิบาล |
|
|
|
| เขียนโดย Webmaster |
| วันพฤหัสบดีที่ 08 ตุลาคม 2009 เวลา 09:00 น. |
|
บทเรียนพระคัมภีร์ เรื่อง ของประทานในอฟ.4: ตอนที่ 4 ศิษยาภิบาล (Pastors) โดย Webmaster www.christiancmu.com • ศิษยาภิบาล คือ ผู้ที่ดูแลและเอาใจใส่ในความต้องการฝ่ายวิญญาณของคริสตจักรท้องถิ่น มีคำอีกหลายคำที่ใช้เรียกศิษยาภิบาล ได้แก่ “ผู้ปกครอง-elders” (กจ.20:17, ทต.1:5) และ “ผู้ปกครองดูแล-overseers” (1ทธ.3:1, ทต.1:7) • กจ.20:17 “เปาโลจึงใช้คนจากเมืองมิเลทัสไปยังเมืองเอเฟซัส ให้เชิญพวกผู้ปกครองในคริสตจักรนั้นมา” • ทต.1:5 “เหตุที่ข้าพเจ้าละท่านไว้ที่เกาะครีต ก็เพื่อท่านจะได้แก้ไขสิ่งที่ยังบกพร่องให้เรียบร้อย และตั้งผู้ปกครองไว้ทุกเมืองที่ข้าพเจ้ากำชับท่าน” • 1ทธ.3:1 “คำนี้เป็นคำจริง คือว่าถ้าผู้ใดปรารถนาหน้าที่ผู้ปกครองดูแลคริสตจักร ผู้นั้นก็ปรารถนากิจการงานที่ประเสริฐ” • ทต.1:7 “เพราะว่าผู้ปกครองดูแลนั้น ในฐานะที่เป็นผู้รับมอบฉันทะจากพระเจ้า ต้องเป็นคนที่ไม่มีข้อตำหนิ ไม่เป็นคนเย่อหยิ่ง ไม่เป็นคนเลือดร้อน ไม่เป็นนักเลงสุรา ไม่เป็นนักเลงหัวไม้และไม่เป็นคนโลภมักได้” (1) งานของศิษยาภิบาลคือ การสอนหลักคำสอนที่ถูกต้องตามหลักการแห่งพระวจนะพระเจ้า ต่อสู้กับคำสอนผิด และปฏิบัติหน้าที่ผู้นำในคริสตจักรท้องถิ่น เป็นแบบอย่างในความบริสุทธิ์ และดูแลสมาชิกให้อยู่ในพระคุณของพระเจ้า- ทต.1:9-11 “9และเป็นคนยึดมั่นในหลักคำสอนอันแท้ตามที่ได้เรียนมาแล้ว เพื่อจะสามารถเตือนสติด้วยคำสอนอันมีหลัก และชี้แจงแก่ผู้ที่คัดค้านคำสอนนั้น 10เพราะว่ามีคนเป็นอันมากที่ดื้อกระด้าง พูดมากไม่เป็นสาระ และหลอกลวง โดยเฉพาะบรรดาผู้ที่เข้าสุหนัต 11จำเป็นต้องให้เขาสงบปากเสีย ด้วยเขาพลิกบ้านคว่ำทั้งครัวเรือนให้เสียไป โดยสอนสิ่งที่ไม่ควรจะสอนเลย เพราะมักได้”- 1ธส.5:12 “พี่น้องทั้งหลาย เราขอวิงวอนท่านให้นับถือคนที่ทำงานอยู่ในพวกท่าน ซึ่งปกครองท่านในองค์พระผู้เป็นเจ้า และตักเตือนท่าน” - 1ทธ.3:1-5 “1คำนี้เป็นคำจริง คือว่าถ้าผู้ใดปรารถนาหน้าที่ผู้ปกครองดูแลคริสตจักร ผู้นั้นก็ปรารถนากิจการงานที่ประเสริฐ 2ผู้ปกครองดูแลนั้นต้องเป็นคนที่ไม่มีใครติได้ เป็นสามีของหญิงคนเดียว เป็นคนรู้จักประมาณตน มีสติสัมปชัญญะ เป็นคนสง่าเรียบร้อย มีอัชฌาสัยรับแขกดี เหมาะที่จะเป็นครู 3ไม่ดื่มสุรามึนเมา ไม่เป็นนักเลงหัวไม้ แต่เป็นคนสุภาพ ไม่เป็นคนชอบวิวาท ไม่เป็นคนเห็นแก่เงิน 4ต้องเป็นคนครอบครองบ้านเรือนของตนได้ดี อบรมบุตรธิดาของตนให้อยู่ในโอวาทและมีใจนอบน้อม 5เพราะว่าถ้าชายคนใดไม่รู้จักครอบครองบ้านเรือนของตน คนนั้นจะดูแลคริสตจักรของพระเจ้าอย่างไรได้” - ทต.2:7-8 “7ท่านจงประพฤติตนให้เป็นแบบอย่างในการดีทุกสิ่ง และในการสอนจงสุจริตและมีใจสูง 8และใช้คำพูดอันมีหลัก ซึ่งไม่มีผู้ใดจะตำหนิได้ เพื่อฝ่ายปฏิปักษ์จะได้อาย ไม่มีสิ่งใดจะติเราได้” - ฮบ.13:17 “ท่านทั้งหลายจงเชื่อฟังและยอมอยู่ในโอวาทของหัวหน้าของท่าน จงให้เขาทำงานนี้ด้วยความชื่นใจ ไม่ใช่ด้วยความเศร้าใจ ซึ่งจะไม่เป็นประโยชน์อะไรแก่ท่านทั้งหลายเลย เพราะว่าท่านเหล่านั้นดูแลรักษาจิตวิญญาณของท่านอยู่ เสมือนหนึ่งผู้ที่จะต้องเสนอรายงาน” - 1ปต.5:2 “จงเลี้ยงฝูงแกะของพระเจ้าที่อยู่ในความดูแลของท่าน ไม่ใช่ด้วยความฝืนใจแต่ด้วยความเต็มใจ ไม่ใช่ด้วยการเห็นแก่ทรัพย์สิ่งของที่ได้มาโดยทุจริต แต่ด้วยใจเลื่อมใส” - งานของศิษยาภิบาลได้ถูกอธิบายไว้ในพระธรรมกิจการ 20:28-31 ในฐานะผู้ปกป้องความจริงที่อัครทูตได้มอบไว้และเป็นผู้ปกป้องฝูงแกะของพระเจ้าโดยการเฝ้าระวังคำสอนผิดและครูสอนผิดในคริสตจักร - ศิษยาภิบาลทำหน้าที่เหมือนกับผู้เลี้ยงแกะที่มีพระเยซูผู้เป็นพระผู้เลี้ยงที่ดีเลิศเป็นแบบอย่าง (2) พระคัมภีร์ใหม่ได้ให้รูปแบบของศิษยาภิบาลจำนวนหลายคนที่ดูแลชีวิตฝ่ายวิญญาณของคริสตจักรท้องถิ่น- กจ.20:28 “ท่านทั้งหลายจงระวังตัวให้ดี และจงรักษาฝูงแกะที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ทรงตั้งท่านไว้ให้เป็นผู้ดูแล และเพื่อจะได้ปกครองคริสตจักรขององค์พระผู้เป็นเจ้า ที่พระองค์ทรงได้มาด้วยพระโลหิตของพระองค์เอง”- ฟป.1:1 “เปาโล และทิโมธี ผู้รับใช้ของพระเยซูคริสต์ เรียน บรรดาธรรมิกชนในพระเยซูคริสต์ ซึ่งอยู่ในเมืองฟีลิปปี ทั้งบรรดาผู้ดูแลและมัคนายก” - ศิษยาภิบาลจะถูกเลือกขึ้นมา(แต่ไม่ใช่แบบการเมือง) ผ่านทางสติปัญญาของพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่ทรงประทานแก่คริสตจักรในการพิจารณาผู้ที่เหมาะสมที่ผ่านคุณสมบัติในฝ่ายวิญญาณ ซึ่งเปาโลได้ให้แนวทางไว้ใน 1ทธ.3 และ ทต.1 - 1ทิโมธี 3:1-10 "1คำนี้เป็นคำจริง คือว่าถ้าผู้ใดปรารถนาหน้าที่ผู้ปกครองดูแลคริสตจักร ผู้นั้นก็ปรารถนากิจการงานที่ประเสริฐ 2ผู้ปกครองดูแลนั้นต้องเป็นคนที่ไม่มีใครติได้ เป็นสามีของหญิงคนเดียว เป็นคนรู้จักประมาณตน มีสติสัมปชัญญะ เป็นคนสง่าเรียบร้อย มีอัชฌาสัยรับแขกดี เหมาะที่จะเป็นครู 3ไม่ดื่มสุรามึนเมา ไม่เป็นนักเลงหัวไม้ แต่เป็นคนสุภาพ ไม่เป็นคนชอบวิวาท ไม่เป็นคนเห็นแก่เงิน 4ต้องเป็นคนครอบครองบ้านเรือนของตนได้ดี อบรมบุตรธิดาของตนให้อยู่ในโอวาทและมีใจนอบน้อม 5เพราะว่าถ้าชายคนใดไม่รู้จักครอบครองบ้านเรือนของตน คนนั้นจะดูแลคริสตจักรของพระเจ้าอย่างไรได้ 6อย่าให้ผู้ที่กลับใจใหม่ๆ เป็นผู้ปกครองดูแล เกรงว่าเขาอาจจะยโส แล้วก็จะถูกปรับโทษเหมือนอย่างมารนั้น 7นอกนั้นเขาจะต้องเป็นที่นับถือของคนภายนอก มิฉะนั้นจะเป็นที่ติเตียนและจะติดบ่วงแร้วของมาร 8ฝ่ายมัคนายกนั้นก็เช่นเดียวกันคือต้องเป็นคนเอาการเอางาน ไม่เป็นคนสองลิ้น ไม่ดื่มสุรามึนเมา ไม่เป็นคนโลภมักได้ 9และเป็นคนยึดมั่นในข้อล้ำลึกแห่งความเชื่อ ด้วยจิตสำนึกว่าตนชอบ 10จงลองดูคนเหล่านี้เสียก่อนด้วย และเมื่อเห็นว่าไม่มีข้อตำหนิแล้ว จึงตั้งเขาไว้ในตำแหน่งมัคนายก" - ทิตัส 1:6-9 "6คือตั้งคนที่ไม่มีข้อตำหนิ เป็นสามีของหญิงคนเดียว บุตรของเขามีความเชื่อ และไม่มีช่องทางให้ผู้ใดกล่าวหาว่า บุตรนั้นเป็นนักเลงหรือเป็นคนดื้อกระด้าง 7เพราะว่าผู้ปกครองดูแลนั้น ในฐานะที่เป็นผู้รับมอบฉันทะจากพระเจ้า ต้องเป็นคนที่ไม่มีข้อตำหนิ ไม่เป็นคนเย่อหยิ่ง ไม่เป็นคนเลือดร้อน ไม่เป็นนักเลงสุรา ไม่เป็นนักเลงหัวไม้และไม่เป็นคนโลภมักได้ 8แต่เป็นคนมีอัชฌาสัยรับแขกดี เป็นผู้รักความดี เป็นคนมีสติสัมปชัญญะ เป็นคนยุติธรรม เป็นคนบริสุทธิ์ รู้จักบังคับใจตนเอง 9และเป็นคนยึดมั่นในหลักคำสอนอันแท้ตามที่ได้เรียนมาแล้ว เพื่อจะสามารถเตือนสติด้วยคำสอนอันมีหลัก และชี้แจงแก่ผู้ที่คัดค้านคำสอนนั้น" (3) ศิษยาภิบาลนั้นสำคัญสำหรับพระประสงค์ของพระเจ้าต่อคริสตจักร- คริสตจักรที่ล้มเหลวในการเลือกศิษยาภิบาลที่ดีตามแบบพระคัมภีร์และสัตย์ซื่อก็จะหยุดในการเป็นคริสตจักรตามน้ำพระทัยของพระเจ้า และจะเป็นคริสตจักรที่เปิดโอกาสให้มารซาตานและระบบของโลกมาทำลาย การเทศนาสั่งสอนในคริสตจักรก็จะเป็นคำสอนที่บิดเบือนและทำลายมาตรฐานแห่งข่าวประเสริฐ- 2ทธ.1:13-14 “13จงประพฤติตามแบบแห่งคำสอนอันมีหลักที่ท่านได้ยินจากข้าพเจ้า ด้วยความเชื่อและความรักซึ่งมีอยู่ในพระเยซูคริสต์ 14จงรักษาความจริงซึ่งได้ทรงมอบไว้แก่ท่านโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ ซึ่งทรงสถิตอยู่ภายในเรา” - สมาชิกและครอบครัวของคริสตจักรจะไม่ถูกดูแลตามน้ำพระทัยของพระเจ้า คนจำนวนมากจะหันออกจากทางแห่งความจริง - 1ทธ.4:6, 12-16 “6ถ้าท่านจะให้คำแนะนำเหล่านี้แก่พวกพี่น้อง ท่านก็จะเป็นผู้รับใช้ที่ดีของพระเยซูคริสต์ เจริญด้วยคำสอนแห่งความเชื่อ และด้วยหลักธรรมอันดีที่ท่านได้ประพฤติตามนั้น …12อย่าให้ผู้ใดหมิ่นประมาทความหนุ่มแน่นของท่าน แต่จงเป็นแบบอย่างแก่คนที่เชื่อทั้งปวง ทั้งในทางวาจาและการประพฤติ ในความรัก ในความเชื่อ และในความบริสุทธิ์ 13จงใฝ่ใจในการอ่านพระคัมภีร์ในที่ประชุม ในการเทศนาและในการสั่งสอนจนกว่าเราจะมา 14อย่าละเลยความสามารถที่มีอยู่ในตัวท่าน ซึ่งได้ทรงประทานแก่ท่านตามคำพยากรณ์ เมื่อคณะผู้ปกครองได้เอามือวางบนท่าน 15จงปฏิบัติหน้าที่เหล่านี้ โดยถือเป็นชีวิตจิตใจ เพื่อความเจริญของท่านจะได้ปรากฏแก่คนทั้งปวง 16จงเอาใจใส่ทั้งตัวท่านและคำสอนของท่าน จงยึดข้อที่กล่าวนี้ให้มั่น เพราะเมื่อกระทำดังนั้น ท่านจะช่วยทั้งตัวท่านเองและคนทั้งปวงที่ฟังท่านให้รอดได้” - 1ทธ.6:20-21 “20ทิโมธีเอ๋ย สิ่งที่เราบอกท่านแล้วนั้น จงรักษาให้ดี จงละเว้นการพูดที่ไร้สาระ และการขัดแย้งในความเห็นซึ่งสำคัญผิดว่าเป็นความรู้ 21บางคนสำคัญผิดอย่างนั้น จึงได้พลาดไปจากจุดหมายของความเชื่อ ขอพระคุณจงดำรงอยู่กับท่านเถิด” - 2ทธ.4:4 “เขาจะเลิกฟังความจริง และจะหันไปฟังเรื่องนิยายต่างๆ” - ในทางตรงกันข้าม หากศิษยาภิบาลที่ดีตามแบบพระคัมภีร์ได้ถูกเลือกให้มาดูแลคริสตจักร ผู้เชื่อก็จะอิ่มหนำไปด้วยพระวจนะของพระเจ้าที่ถูกต้อง และการดูแลคริสตจักรก็จะเป็นไปตามน้ำพระทัยของพระเจ้า - 1ทธ.4:6-7 “6ถ้าท่านจะให้คำแนะนำเหล่านี้แก่พวกพี่น้อง ท่านก็จะเป็นผู้รับใช้ที่ดีของพระเยซูคริสต์ เจริญด้วยคำสอนแห่งความเชื่อ และด้วยหลักธรรมอันดีที่ท่านได้ประพฤติตามนั้น 7อย่าใส่ใจกับเทพนิยายอันหาสาระมิได้ จงฝึกตนในทางธรรม” ขอให้พระเกียรติจงมีแด่พระเจ้าแต่เพียงผู้เดียว
ไม่สงวนลิขสิทธิ์โดย Christian CMU (คริสเตียน มช.) |
| แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ 08 ตุลาคม 2009 เวลา 20:59 น. |
















