|
บทเรียนพระคัมภีร์_คริสเตียนกับการเจิม |
|
|
|
|
เขียนโดย Webmaster
|
|
วันพฤหัสบดีที่ 08 ตุลาคม 2009 เวลา 20:41 น. |
|
บทเรียนพระคัมภีร์ เรื่อง คริสเตียนกับการเจิม โดย Webmaster www.christiancmu.com
คำนำ • การเจิมร่างกายด้วยน้ำมันเป็นธรรมเนียมโบราณโดยทั่วไปและมีอย่างแพร่หลายท่ามกลางชาวอียิปต์ ฮีบรู ชาวตะวันออกไกล เช่นเดียวกับในหมู่คนกรีกและคนโรมัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาผิวไม่ให้แห้งเสียท่ามกลางภูมิอากาศที่ร้อนมาก • ต่อมาคนยิวได้นำการเจิมด้วยน้ำมันมาใช้ในพิธีกรรมทางศาสนา นอกเหนือจากการใช้เพื่อวัตถุประสงค์แบบทั่วๆ ไป
เนื้อหาบทเรียน “การเจิม” คืออะไร
1. สำรวจพระคัมภีร์เรื่องการเจิม• การเจิมในประวัติศาสตร์ชนชาติยิว ใช้ทั้งกับสิ่งของและบุคคล เหตุการณ์แรกที่มีการเจิมโดยการใช้น้ำมันคือการเจิมเสาที่ทำด้วยหินโดยยาโคบ เพื่อทำให้เสานั้นศักดิ์สิทธิ์ (ปฐก.28:18) คนอิสราเอลยุคต่อมาภายใต้ธรรมบัญญัติของโมเสส หากจะมีการแยกบุคคลหรือสิ่งของใดๆ ไว้เพื่อความศักดิ์สิทธิ์จะมีการเจิมด้วย “น้ำมันเจิมอันบริสุทธิ์” (อพย.30:23-25, 30-33) • ในเรื่องการเจิมบุคคลนั้น พระคัมภีร์เดิมกล่าวถึง ปุโรหิต กษัตริย์ และผู้เผยพระวจนะ ว่าเป็นผู้ที่ได้รับการเจิม โดยการเทน้ำมันลงบนศีรษะของผู้ที่ถูกเจิม (อพย. 29:7) การเจิมกษัตริย์นั้นจะทำโดยผู้เผยพระวจนะที่กระทำในฤทธิ์อำนาจและสิทธิอำนาจของพระเจ้า (1ซมอ.15:1) ส่วนการเจิมผู้เผยพระวจนะก็มีอย่างน้อย 2 ตัวอย่างใน 1พกษ.19:16 และ อสย.61:1 • อพย. 29:7 “จงเอาน้ำมันเจิมเทลงบนศีรษะของเขา และเจิมตั้งเขาไว้” • 1ซมอ.15:1 “ซามูเอลก็เรียนซาอูลว่า "พระเจ้าทรงใช้ให้ข้าพเจ้ามาเจิมท่านเป็นพระราชาเหนืออิสราเอลประชากรของพระองค์ เพราะฉะนั้นบัดนี้ขอท่านฟังเสียงพระวจนะของพระเจ้า” • 1พกษ.19:16 “และเยฮูบุตรนิมซีนั้น เจ้าจงเจิมให้เป็นกษัตริย์เหนืออิสราเอล และเอลีชาบุตรชาฟัทชาวอาเบลเมโฮลาห์ เจ้าจงเจิมตั้งไว้ให้เป็นผู้เผยพระวจนะแทนเจ้า” • พระเยซูคริสต์ถูกกล่าวถึงว่าเป็น “ผู้ที่ถูกเจิม” มากมายหลายตอนในพระคัมภีร์เดิมซึ่งเป็นคำพยากรณ์ถึงพระผู้ช่วยให้รอดที่จะเสด็จมา(สดุดี 2:2, ดาเนียล 9:25-26) และในพระคัมภีร์ใหม่ก็บันทึกไว้ในคำเทศนาของเปโตร (กิจการ 4:26) • สดุดี 2:2 “บรรดากษัตริย์แห่งแผ่นดินโลกตั้งตนเองขึ้น และนักปกครองปรึกษากัน ต่อสู้พระเจ้าและผู้รับการเจิมของพระองค์ กล่าวว่า” • ดาเนียล 9:25-26 "25เพราะฉะนั้นจงทราบและเข้าใจว่า นับตั้งแต่การที่ถ้อยคำนั้นออกไป ให้สร้างกรุงเยรูซาเล็มขึ้นใหม่จนถึงสมัยผู้ถูกเจิมไว้ ผู้เป็นประมุขก็เป็นเวลาเจ็ดสัปตะ และเยรูซาเล็มจะถูกสร้างขึ้นพร้อมด้วยลานเมืองและคูเป็นเวลาหกสิบสองสัปตะแต่ในยุคลำบาก 26หลังจากหกสิบสองสัปตะแล้ว ท่านผู้หนึ่งที่ถูกเจิมไว้ จะต้องถูกตัดออกและจะไม่มีอะไรสำหรับท่าน และประชาชนของประมุขผู้หนึ่งที่จะมานั้น จะทำลายกรุง และสถานศักดิ์สิทธิ์เสีย ที่สุดปลายของมัน จะมาถึงด้วยน้ำท่วม จนกระทั่งที่สุดจะมีสงคราม มีความวิบัติกำหนดไว้” • กิจการ 4:26 “บรรดากษัตริย์แห่งแผ่นดินโลกตั้งตัวขึ้น และนักปกครองชุมนุมกัน ต่อสู้พระเจ้าและผู้รับการเจิมของพระองค์” • ในพระคัมภีร์ใหม่ การเจิมมักถูกใช้ควบคู่ไปกับการรักษาโรค ให้ภาพของกิจกรรมที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ทำในชีวิตของผู้เชื่อที่เกี่ยวข้องกับการเจิม • เช่น สาวกของพระเยซูเจิมคนป่วยใน มก.6:13 และยากอบแนะนำให้ผู้ปกครองคริสตจักรเจิมผู้ป่วยด้วยน้ำมัน ในยก.5:14 การเจิมในลักษณะนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการรักษาความเจ็บป่วย • มก.6:13 “เขาได้ขับผีให้ออกเสียหลายผี และได้เอาน้ำมันทาคนเจ็บป่วยหลายคนให้หายโรค” • ยก.5:14 “มีผู้ใดในพวกท่านเจ็บป่วยหรือ จงให้ผู้นั้นเชิญบรรดาผู้ปกครองของคริสตจักรมา และให้ท่านเหล่านั้นอธิษฐานเพื่อเขา และเจิมเขาด้วยน้ำมันในพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้า” • นอกจากนั้นการเจิมในพระคัมภีร์ใหม่ยังหมายถึงการเจิมของพระวิญญาณบริสุทธิ์ด้วย ซึ่งจะนำมาซึ่งสติปัญญาและความเข้าใจฝ่ายวิญญาณในชีวิตของผู้เชื่อ • 1ยน.2:20 “และท่านทั้งหลายได้รับการทรงเจิมจากพระองค์ผู้บริสุทธิ์แล้ว และท่านทุกคนก็มีความรู้” • 1ยน.2:27 “และฝ่ายท่านทั้งหลาย การเจิมซึ่งท่านทั้งหลายได้รับจากพระองค์นั้นดำรงอยู่กับท่าน และไม่จำเป็นต้องมีใครสอนท่านทั้งหลาย เพราะว่าการเจิมนั้นได้สอนท่านให้รู้ทุกสิ่ง และเป็นความจริง และไม่ใช่ความเท็จ การเจิมนั้นสอนท่านทั้งหลายแล้วอย่างใด ท่านจงตั้งมั่นคงอยู่กับพระองค์อย่างนั้น” • การเจิมแบบนี้ ไม่ได้จำกัดไว้สำหรับกษัตริย์ ปุโรหิต ผู้เผยพระวจนะ หรือผู้นำเท่านั้น แต่สำหรับทุกคนที่เชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์ การเจิมด้วยน้ำมันเห็นได้ชัดข้างนอก แต่ต้องเกี่ยวข้องกับการเจิมฝ่ายวิญญาณด้วย เพราะพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงเจิมใจของผู้เชื่อด้วยความรักและความจริงของพระเจ้า 2. จุดประสงค์ของการเจิม • เมื่อเราศึกษาประวัติศาสตร์เรื่องการเจิมในพระคัมภีร์ เราพบว่าการเจิมนั้นเกี่ยวข้องกับการทรงสถิตของพระวิญญาณบริสุทธิ์ในชีวิตของผู้เชื่อที่พระเจ้าทรงเรียกมารับใช้พระองค์ตั้งแต่ในพระคัมภีร์เดิม • 1ซมอ.10:1 “แล้วซามูเอลก็หยิบขวดน้ำมันเทลงบนศีรษะของซาอูล และจุบท่านแล้วกล่าวว่า ‘พระเจ้าทรงเจิมท่านไว้ให้เป็นเจ้านายเหนืออิสราเอลประชากรมรดกของพระองค์แล้วมิใช่หรือ’” • 1ซมอ.10:6 “แล้วพระวิญญาณของพระเจ้าจะมา สถิตกับท่านอย่างมาก และท่านจะเผยพระวจนะกับคนเหล่านั้น เปลี่ยนเป็นคนละคน” • 1ซมอ.16:13 “ซามูเอลจึงนำขวดเขาน้ำมันและเจิมตั้งเขาไว้ท่ามกลางพี่ชายของเขา และพระวิญญาณของพระเจ้าก็สวมทับดาวิดอย่างมากตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นไป และซามูเอลก็ลุกขึ้นกลับไปยังรามาห์” • อสย.61:1 “พระวิญญาณแห่งพระเจ้าทรงอยู่เหนือข้าพเจ้า เพราะว่าพระเจ้าได้ทรงเจิมข้าพเจ้าไว้ เพื่อนำข่าวดีมายังผู้ที่ทุกข์ใจ พระองค์ทรงใช้ข้าพเจ้ามาให้เล้าโลมคนที่ชอกช้ำระกำใจ และร้องประกาศอิสรภาพแก่บรรดาเชลย และบอกการเปิดเรือนจำออก ให้แก่ผู้ที่ถูกจำจอง” • แต่เนื่องจากในพระคัมภีร์เดิม การทรงเรียกของพระเจ้าไม่ได้มีมาถึงผู้เชื่อทุกคน พระวิญญาณขององค์จึงสถิตอยู่กับบางคน และคนเหล่านั้นมักเป็นผู้นำ เราจึงเห็นภาพของการเจิมและการเต็มล้นในพระวิญญาณเกี่ยวกับผู้นำเป็นส่วนใหญ่ • แต่เมื่อพระเจ้าได้ทำให้พระสัญญาในพระธรรมโยเอล 2:28 เป็นจริงใน กจ.2 พระวิญญาณของพระองค์ก็มาสถิตอยู่กับผู้เชื่อทุกคน • ดังนั้นในพระคัมภีร์ใหม่ ผู้เชื่อทุกคนจึงถูกกล่าวถึงว่าเป็นผู้ที่ได้รับการเจิมจากพระเจ้า เพราะพวกเขาได้ถูกแยกไว้เพื่อพระเจ้าและเป็นของพระองค์ ไม่ว่าเขาจะรับใช้พระองค์ในบทบาทใดล้วนเป็นผู้ที่ได้รับการเจิมทั้งสิ้น • 2คร.1:21 “ผู้ซึ่งทรงตั้งเรากับท่านทั้งหลายไว้ในพระคริสต์ และได้ทรงเจิมเรา(us)ไว้นั้นก็คือพระเจ้า” • เราจึงสามารถกล่าวโดยสรุปได้ว่า การเจิม คือ การที่พระเจ้าได้แยกผู้เชื่อไว้สำหรับพระองค์ เพื่อปรนนิบัติในบทบาทหน้าที่ตามพระประสงค์ของพระองค์ โดยที่พระองค์ได้ทรงประทานพระวิญญาณบริสุทธิ์ให้สถิตอยู่กับผู้เชื่อคนนั้นเพื่อช่วยให้สามารถทำงานที่พระองค์ได้ทรงเรียกให้สำเร็จได้ นั่นเอง • ผู้เชื่อจึงจำเป็นต้องดำเนินชีวิตให้เต็มล้นด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์อยู่เสมอ เพื่อรักษาการเจิมของพระเจ้าไว้ในชีวิต • Note: ในพระคัมภีร์เดิมเจิมด้วยน้ำมัน ในพระคัมภีร์ใหม่เจิมด้วยพระวิญญาณ – ผลเหมือนกันคือเต็มล้นในพระวิญญาณบริสุทธิ์ ขอให้พระเกียรติจงมีแด่พระเจ้าแต่เพียงผู้เดียว ไม่สงวนลิขสิทธิ์โดย Christian CMU (คริสเตียน มช.) |
|
แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ 08 ตุลาคม 2009 เวลา 20:58 น. |