|
บทเรียนพระคัมภีร์ เรื่อง คำอุปมาเรื่องเชื้อขนม (The Parable of the Yeast) โดย Webmaster www.christiancmu.com
- คำอุปมาเรื่องเชื้อขนม ลูกา 13:20-21 "20พระองค์ตรัสอีกว่า 'เราจะเปรียบแผ่นดินของพระเจ้ากับสิ่งใด 21ก็เปรียบเหมือนเชื้อซึ่งผู้หญิงคนหนึ่งเอาเจือลงในแป้งสามถัง จนแป้งนั้นฟูขึ้นทั้งหมด'"
- คำว่า "เชื้อ" ในพระคัมภีร์เดิม โดยทั่วไปเป็นสัญลักษณ์ของการมีอยู่ของความชั่วร้ายหรือความไม่บริสุทธิ์(มลทิน) - เชื้อนั้นสามารถหมักและฟู ทำให้เกิดการเน่าเปื่อยหรือเสื่อมสภาพได้
- อพยพ 12:19 "ในเจ็ดวันนั้นอย่าให้พบเชื้อในบ้านของเจ้าเลย เพราะว่าถ้าผู้ใดที่เป็นแขกเมืองก็ดีหรือคนเกิดในเมืองก็ดี ขืนกินขนมปังมีเชื้อ ผู้นั้นจะต้องถูกอเปหิจากชุมนุมคนอิสราเอล" - อพยพ 13:6-8 "6จงกินขนมปังไร้เชื้อเป็นเวลาเจ็ดวัน และวันที่เจ็ดจงมีสมโภชถวายพระเจ้า 7จงกินขนมปังไร้เชื้อให้ครบกำหนดเจ็ดวันอย่าให้เห็นขนมปังซึ่งมีเชื้อ หรือให้เห็นเชื้อขนมปังในเขตของพวกท่าน 8ในวันนั้นจงบอกบุตรของท่านว่า 'ที่ได้ทำดังนี้ก็เพราะเหตุการณ์ซึ่งพระเจ้าได้ทรงกระทำสำหรับข้า ขณะเมื่อข้าออกจากอียิปต์'" - เลวีนิติ 2:11 "บรรดาธัญญบูชาซึ่งนำมาถวายแด่พระเจ้านั้นอย่าให้มีเชื้อ เจ้าอย่าเผาเชื้อหรือน้ำผึ้งเป็นเครื่องบูชาด้วยไฟถวายแด่พระเจ้า" - เลวีนิติ 6:17 "อย่าใส่เชื้อในขนมนั้นแล้วปิ้ง เราได้ให้ส่วนนี้เป็นส่วนเครื่องบูชาด้วยไฟของเราอันตกแก่เขา เป็นสิ่งบริสุทธิ์ที่สุดเช่นเดียวกับเครื่องบูชาไถ่บาป และเครื่องบูชาไถ่กรรมบาป" - เฉลยธรรมบัญญัติ 16:3-4 "3อย่ารับประทานขนมปังมีเชื้อกับปัสกาตลอดเจ็ดวันท่านจงรับประทานขนมปังไร้เชื้อ เป็นขนมปังแห่งความทุกข์ใจ เพราะท่านรีบหนีออกมาจากแผ่นดินอียิปต์ เพื่อท่านจะระลึกถึงวันที่ท่านออกจากแผ่นดินอียิปต์นั้นตลอดชีวิตของท่าน 4ตลอดเจ็ดวันนั้นอย่าให้เห็นเชื้อขนมภายในอาณาเขตประเทศของท่าน หรือเนื้อสัตว์ซึ่งท่านได้บูชาในเวลาเย็นวันแรกเหลืออยู่ตลอดคืนจนเช้าวันรุ่งขึ้น" - อาโมส 4:4-5 "4'จงมาที่เบธเอล มาทำการทรยศ มาที่กิลกาลซิ มาทำการทรยศให้ทวีมากขึ้น จงนำเครื่องสัตวบูชาของเจ้ามาทุกเช้า และนำทศางค์ของเจ้ามาทุกสามวัน 5จงเผาบูชาโมทนาด้วยใช้สิ่งที่มีเชื้อ และประกาศการถวายบูชาด้วยใจสมัคร จงโฆษณา โอ คนอิสราเอลเอ๋ย เจ้ารักที่จะกระทำอย่างนี้นี่นะ' พระเจ้าตรัสดังนี้แหละ"
- ในพระคัมภีร์ใหม่ เชื้อ หมายถึงคำสอนผิดและหลักคำสอนที่ชั่วร้ายของฟาริสี สะดูสี และพวกเฮโรด(Herodians) - มัทธิว 16:12 "แล้วพวกสาวกก็เข้าใจว่า พระองค์มิได้ตรัสสั่งเขาให้ระวังเชื้อขนมปัง แต่ให้ระวังคำสอนของพวกฟาริสีและพวกสะดูสี" - มัทธิว 8:15 "พระองค์ทรงกำชับเหล่าสาวกว่า 'จงสังเกตและระวังเชื้อแห่งพวกฟาริสี และเชื้อแห่งเฮโรดให้ดี'" - ในพระธรรม 1โครินธ์ 5:6-8 เชื้อ ถูกกล่าวถึงโดยเปาโลว่าเป็นสัญลักษณ์ของ "ความชั่วช้าเลวทราม" ในขณะที่การไม่มีเชื้อหมายถึง "ความจริงใจและสัจจะ" - 1โครินธ์ 5:6-8 "6การที่ท่านอวดอ้างนั้นไม่สมควรเลย ท่านไม่รู้หรือว่าเชื้อขนมเพียงนิดเดียว ย่อมทำให้แป้งดิบฟูทั้งก้อน 7จงชำระเชื้อเก่าเสีย เพื่อท่านจะได้เป็นแป้งดิบก้อนใหม่ เหมือนขนมปังไร้เชื้อ เพราะพระคริสต์ผู้ทรงเป็นปัสกาของเราได้ถูกฆ่าบูชาเสียแล้ว 8เหตุฉะนั้นให้เราถือปัสกานั้น มิใช่ด้วยเชื้อเก่าซึ่งเป็นเชื้อของความชั่วช้าเลวทราม แต่ด้วยขนมปังที่ไม่มีเชื้อ คือความจริงใจและสัจจะ" - กาลาเทีย 5:9 "เชื้อขนมเพียงนิดหน่อยย่อมทำให้แป้งดิบฟูขึ้นได้ทั้งก้อน" - ด้วยเหตุนี้ ส่วนมากคนจึงเข้าใจคำอุปมาเรื่องเชื้อขนมจากพระธรรม ลูกา 13:20-21 ว่าเป็นคำอุปมาที่บอกให้เรารู้ว่า ความชั่วร้าย คำสอนผิด และความอสัตย์อธรรมจะปรากฏและแพร่กระจายไปในอาณาจักรของพระเจ้าที่มองเห็นได้ด้วยตา(visible kingdom of God)
(1) เชื้อแห่งความชั่วร้ายนี้จะแพร่กระจายไปตลอดทุกส่วนของงานของพระเจ้า
- เราจะพบเชื้อแห่งความชั่วร้ายได้ใน :-
(ก) แนวความคิดสมัยใหม่(Modernism), ลัทธิเสรีนิยม(Liberalism), Liberation Theology(การเคลื่อนไหวทางศาสนาที่รวมปรัชญาทางการเมืองในแนวมาร์คซิส กับการปลดปล่อยจากความอยุติธรรม) ที่ยกย่องความคิดของมนุษย์สูงกว่าพระคัมภีร์
- มัทธิว 22:23 "ในวันนั้น มีพวกสะดูสีมาหาพระองค์ พวกนี้เป็นผู้สอนว่า การฟื้นขึ้นมาจากความตายไม่มี" - มัทธิว 22:29 "พระเยซูตรัสตอบเขาว่า 'พวกท่านผิดแล้ว เพราะท่านไม่รู้พระคัมภีร์หรือฤทธิ์เดชของพระเจ้า'"
(ข) ค่านิยมฝ่ายโลกและการผิดศีลธรรมภายในคริสตจักร
- 1โครินธ์ 5:1-2 "1มีข่าวเล่าลือว่า ในพวกท่านมีการผิดประเวณี และการผิดนั้นถึงแม้ในพวกต่างชาติก็ไม่มีเลย คือเรื่องมีว่า คนหนึ่งได้เอาภรรยาของบิดามาเป็นเมียของตน 2และพวกท่านยังผยองแทนที่จะเป็นทุกข์เป็นร้อน ท่านควรที่จะตัดคนที่กระทำผิดเช่นนี้ออกเสียจากพวกท่าน" - วิวรณ์ 2-3 (เปิดพระคัมภีร์อ่านเองนะครับ)
(ค) การแสวงหาตำแหน่งหรืออำนาจในคริสตจักรโดยคนที่สนใจความทะเยอทะยานของตนเองมากกว่าเกียรติของพระเจ้า
- มัทธิว 23 - พระเยซูทรงกล่าวโทษพวกธรรมาจารย์และฟาริสี
(ง) คำสอนผิด
- กาลาเทีย 1:9 "ตามที่เราได้พูดไว้ก่อนแล้ว บัดนี้ข้าพเจ้าพูดอีกว่า ถ้าผู้ใดประกาศข่าวประเสริฐอื่นแก่ท่าน ที่ขัดกับข่าวประเสริฐซึ่งท่านได้รับไว้แล้ว ผู้นั้นจะต้องถูกแช่งสาป"
(จ) ครูสอนผิด
- มัทธิว 24:11 "ผู้เผยพระวจนะปลอมหลายคนจะเกิดมีขึ้น และล่อลวงคนเป็นอันมากให้หลงไป" - มัทธิว 24:24 "ด้วยว่าจะมีพระคริสต์เทียมเท็จ และผู้ทำนายเทียมเท็จหลายคนเกิดขึ้น ทำหมายสำคัญอันใหญ่และการมหัศจรรย์ ล่อลวงแม้ผู้ที่พระเจ้าทรงเลือกสรรให้หลง ถ้าเป็นได้"
(ฉ) คนที่ประกาศตัวว่าเป็นคริสเตียน มองดูข้างนอกดูเหมือนชอบธรรม แต่แท้จริงแล้วยังไม่บังเกิดใหม่อย่างแท้จริง
- มัทธิว 23 - ยูดา 12-19 "12คนเหล่านี้เป็นหินโสโครกในการประชุมเลี้ยงผูกรักของท่านทั้งหลาย เพราะเขาร่วมเลี้ยงกันอย่างถึงใจโดยไม่กลัวเกรง เขาเป็นผู้เลี้ยงแกะที่เลี้ยงแต่ตัวเอง เป็นเมฆที่ไม่มีน้ำที่ถูกพัดลอยไปตามลม เป็นต้นไม้ที่ไร้ผลในฤดูที่ออกผล และตายมาสองหนแล้วเพราะถูกถอนออกทั้งราก 13เป็นคลื่นอันร้ายแรงในมหาสมุทรที่ซัดฟองของความบัดสีของตนเองขึ้นมา เขาเป็นดาวที่พลัดออกไปนอกวงโคจร เป็นผู้ที่ตกอยู่ในความมืดทึบตลอดกาล 14คนเหล่านี้แหละที่เอโนค ซึ่งเป็นคนชั่วอายุที่เจ็ดนับจากอาดัมได้พยากรณ์ไว้ว่า นี่แน่ะ องค์พระผู้เป็นเจ้าได้เสด็จมาพร้อมกับผู้บริสุทธิ์ของพระองค์เป็นหมื่นๆ 15เพื่อทรงพิพากษาปรับโทษคนทั้งปวง และทรงกระทำให้ทุรชนทั้งปวง รู้สึกตัวถึงการอธรรมที่เขาได้กระทำด้วยใจชั่ว และรู้สึกตัวถึงการหยาบช้าทั้งหมด ที่ทุรชนคนบาปเหล่านั้นได้กล่าวร้ายต่อพระองค์ 16คนเหล่านั้นมักเป็นคนบ่น และพร่ำทับถมตนเอง และประพฤติตามตัณหาอันชั่วของตัว คุยอวดเสียงขรม และยกยอผู้อื่นเพื่อหวังประโยชน์ของตน 17แต่ว่าท่านที่รักทั้งหลาย ท่านจักต้องระลึกถึงคำพยากรณ์ของเหล่าอัครทูตของพระเยซูคริสตเจ้าของเราที่ได้กล่าวไว้ 18คือว่า พวกอัครทูตนั้นได้บอกท่านทั้งหลายว่า "ในสมัยสุดท้ายจะมีคนเย้ยหยันบังเกิดขึ้น ที่จะประพฤติตามตัณหาอันชั่วของตัว" 19คนเหล่านี้คือคนที่แยกออกเป็นก๊กๆและประพฤติตัวตามโลกียวิสัย และปราศจากพระวิญญาณ"
- นับจากนี้ไปจนถึงที่สุดปลายของยุคปัจจุบัน ความชั่วร้ายเหล่านี้จะแทรกซึมงานของพระเจ้าในคริสตจักร ในคณะนิกาย ในวิทยาลัยและโรงเรียนสอนพระคัมภีร์ จนกว่าข่าวประเสริฐและชีวิตชอบธรรมจะถูกทำให้เจือจางและทุจริตจนเต็มขนาด - ลูกา 18:8 "เราบอกท่านทั้งหลายว่า พระองค์จะทรงประทานความยุติธรรมให้เขาโดยเร็ว แต่เมื่อบุตรมนุษย์มา ท่านจะพบความเชื่อในแผ่นดินโลกหรือ" - มัทธิว 24:10-12 "10คราวนั้นคนเป็นอันมากจะถดถอยไป และอายัดกันและกันทั้งจะเกลียดชังซึ่งกันและกันด้วย 11ผู้เผยพระวจนะปลอมหลายคนจะเกิดมีขึ้น และล่อลวงคนเป็นอันมากให้หลงไป 12ความรักของคนส่วนมากจะเยือกเย็นลง เพราะความอธรรมแผ่กว้างออกไป" - 2เธสะโลนิกา 2:3 "อย่าให้ผู้หนึ่งผู้ใดล่อลวงท่านโดยทางหนึ่งทางใดเลย เพราะว่าวันนั้นจะไม่มาถึงจนกว่าจะมีการทรยศเสียก่อน และคนนอกกฎหมายนั้นจะประจักษ์แจ้ง คือลูกแห่งความพินาศ" - 1ทิโมธี 4:1 "พระวิญญาณได้ตรัสไว้อย่างชัดแจ้งว่า ต่อไปภายหน้าจะมีบางคนละทิ้งความเชื่อ โดยหันไปเชื่อฟังวิญญาณที่ล่อลวง และฟังคำสอนของพวกผีปิศาจ" - วิวรณ์ 2-3
(2) คริสเตียนทุกคนจะต้องระวังไม่ให้เชื้อแห่งความชั่วร้ายนี้มีผลต่อชีวิตของพวกเขา
- เคล็ดลับแห่งชัยชนะต่อเชื้อแห่งความชั่วร้ายเหล่านี้คือ:-
(ก) รักษาความจดจ่อกับพระคริสต์ด้วยความเชื่อ
- ทิตัส 2:13 "คอยความสุขซึ่งจะได้รับตามความหวัง ได้แก่การปรากฏของพระสิริของพระเจ้าใหญ่ยิ่งคือพระเยซูคริสต์ พระผู้ช่วยให้รอดของเรา" - ฮีบรู 12:2 "หมายเอาพระเยซูเป็นผู้บุกเบิกความเชื่อ และผู้ทรงทำให้ความเชื่อของเราสมบูรณ์ พระองค์ได้ทรงอดทนต่อกางเขน เพื่อความรื่นเริงยินดีที่ได้เตรียมไว้สำหรับพระองค์ ทรงถือว่าความละอายนั้นไม่เป็นสิ่งสำคัญและพระองค์ได้ประทับ ณ เบื้องขวาพระที่นั่งของพระเจ้า" - ฮีบรู 12:15 "จงระวังให้ดีอย่าให้ใครเพิกเฉยต่อพระคุณของพระเจ้า และอย่าให้มีรากขมขื่นงอกขึ้นมา ทำความยุ่งยากให้ ซึ่งจะเป็นเหตุให้คนเป็นอันมากเสียไป"
(ข) รังเกียจสิ่งที่เป็นของโลก
- ยากอบ 1:27 "ธัมมะที่บริสุทธิ์ไร้มลทินต่อพระพักตร์พระเจ้าและพระบิดานั้น คือการเยี่ยมเยียนเด็กกำพร้าและหญิงม่ายที่มีความทุกข์ร้อน และการรักษาตัวให้พ้นจากราคีของโลก" - 1ยอห์น 2:15-17 "15อย่ารักโลกหรือสิ่งของในโลก ถ้าผู้ใดรักโลก ความรักต่อพระบิดาไม่ได้อยู่ในผู้นั้น 16เพราะว่าสารพัดซึ่งมีอยู่ในโลก คือตัณหาของเนื้อหนังและตัณหาของตา และความทะนงในลาภยศไม่ได้เกิดมาจากพระบิดา แต่เกิดมาจากโลก 17และโลกกับสิ่งที่ยั่วยวนของโลกกำลังล่วงไป แต่ผู้ที่ประพฤติตามพระทัยของพระเจ้าจะดำรงอยู่เป็นนิตย์"
(ค) ดำรงอยู่ในพระคำของพระเจ้า
- ยอห์น 15:7 "ถ้าท่านทั้งหลายเข้าสนิทอยู่ในเรา และถ้อยคำของเราฝังอยู่ในท่านแล้ว ท่านจะขอสิ่งใด ซึ่งท่านปรารถนาก็จะได้สิ่งนั้น" - ยากอบ 1:21 "เหตุฉะนั้นจงเลิกความโสมมทั้งหลายแหล่ และการชั่วร้ายอันดกดื่น และจงน้อมใจรับพระวจนะที่ทรงปลูกฝังไว้แล้วนั้น ซึ่งสามารถช่วยจิตวิญญาณของท่านทั้งหลายให้รอดได้"
(จ) จดจ่ออยู่ที่การกลับมาของพระคริสต์
- ลูกา 12:35-40 "35ท่านทั้งหลายจงคาดเอวของท่านไว้ และให้ตะเกียงของท่านจุดอยู่ 36พวกท่านเองจงเหมือนคนที่คอยรับนายของตนเมื่อนายจะกลับมาจากงานสมรส เพื่อเมื่อนายมาเคาะประตูแล้วเขาจะเปิดให้นายทันทีได้ 37บ่าวซึ่งนายมาพบกำลังคอยเฝ้าอยู่ก็เป็นสุข เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า นายนั้นจะคาดเอวไว้และให้บ่าวเหล่านั้นเอนกายลง และท่านจะมาเดินโต๊ะ 38ถ้านายมาเวลาสองยามหรือสามยามและพบบ่าวอยู่อย่างนั้น บ่าวเหล่านั้นก็จะเป็นสุข 39ให้ท่านทั้งหลายเข้าใจอย่างนี้เถอะว่า ถ้าเจ้าของบ้านล่วงรู้ได้ว่า ขโมยจะมาเวลาไหน เขาจะตื่นอยู่และระวังไม่ให้ทะลวงเรือนของเขาได้ 40ท่านทั้งหลายจงเตรียมตัวไว้ให้พร้อมด้วย เพราะในโมงที่ท่านไม่คิดไม่ฝันนั้น บุตรมนุษย์จะเสด็จมา"
(ฉ) ฟังเสียงของพระวิญญาณบริสุทธิ์อย่างต่อเนื่อง
- โรม 8:12-14 "12ดูก่อน พี่น้องทั้งหลาย เหตุฉะนั้นเราทั้งหลายเป็นหนี้ แต่มิใช่เป็นหนี้ฝ่ายเนื้อหนัง ที่จะดำเนินชีวิตตามเนื้อหนัง 13เพราะว่าถ้าท่านทั้งหลายดำเนินชีวิตตามฝ่ายเนื้อหนังแล้ว ท่านจะต้องตาย แต่ถ้าโดยฝ่ายพระวิญญาณ ท่านได้ทำลายการของฝ่ายกายเสียท่านก็จะดำรงชีวิตได้ 14เพราะว่าพระวิญญาณของพระเจ้าทรงนำผู้ใด ผู้นั้นก็เป็นบุตรของพระเจ้า" - กาลาเทีย 5:16-17 "16แต่ข้าพเจ้าขอบอกว่า จงดำเนินชีวิตตามพระวิญญาณ อย่าสนองความต้องการของเนื้อหนัง 17เพราะว่าความต้องการของเนื้อหนังต่อสู้พระวิญญาณ และพระวิญญาณก็ต่อสู้เนื้อหนัง เพราะทั้งสองฝ่ายเป็นศัตรูกัน ดังนั้นสิ่งที่ท่านทั้งหลายปรารถนาทำจึงกระทำไม่ได้"
(ช) ยินดีเผชิญความทุกข์ยาก(เพื่อเห็นแก่พระเจ้า)
- 1เปโตร 4:1-2 "1ฉะนั้นโดยเหตุที่พระคริสต์ได้ทรงทนทุกข์ทรมานทางพระกายแล้ว ท่านทั้งหลายก็จงมีความคิดอย่างเดียวกันไว้เป็นเครื่องอาวุธด้วย เพราะว่าผู้ที่ได้ทนทุกข์ทรมานทางกายเช่นนี้ก็ไม่สัมพันธ์กับบาปแล้ว 2เพื่อจะได้ไม่ดำเนินชีวิตที่ยังเหลืออยู่ในโลกตามใจปรารถนาของมนุษย์ แต่ตามพระประสงค์ของพระเจ้า"
(ซ) ต่อสู้กับความชั่วร้าย
- 1โครินธ์ 10:6 "เหตุการณ์เหล่านี้เป็นเครื่องเตือนใจพวกเรา ไม่ให้เรามีใจโลภปรารถนาสิ่งที่ชั่วเหมือนเขาเหล่านั้น" - 1เธสะโลนิกา 5:15 "ระวังให้ดี อย่าให้คนใดทำชั่วตอบแทนการชั่ว แต่จงหาทางทำดีเสมอต่อพวกท่านเอง และต่อคนทั้งปวงด้วย" - 1เปโตร 3:11 "ให้เขาละความชั่วและกระทำความดี ให้เขาใฝ่หาสันติสุขและมุ่งดำเนินไป"
(ฌ) ปกป้องข่าวประเสริฐ
- ฟิลิปปี 1:15-16 "15ความจริงมีบางคนประกาศพระคริสต์ด้วยจิตใจริษยาและทุ่มเถียงกัน แต่ก็มีคนอื่นที่ประกาศด้วยใจหวังดี 16ฝ่ายหนึ่งประกาศพระคริสต์ด้วยใจรัก โดยรู้แล้วว่าทรงตั้งข้าพเจ้าไว้ให้กล่าวแก้เพื่อข่าวประเสริฐนั้น"
(ญ) สวมยุทธภัณฑ์ทั้งชุดของพระเจ้า
- เอเฟซัส 6:11-18 "11จงสวมยุทธภัณฑ์ทั้งชุดของพระเจ้า เพื่อจะต่อต้านยุทธอุบายของพญามารได้ 12เพราะว่าเราไม่ได้ต่อสู้กับเนื้อหนังและเลือด แต่ต่อสู้กับเทพผู้ครอง ศักดิเทพ เทพผู้ครองพิภพในโมหะความมืดแห่งโลกนี้ ต่อสู้กับเหล่าวิญญาณที่ชั่วในสถานฟ้าอากาศ 13เหตุฉะนั้นจงรับยุทธภัณฑ์ทั้งชุดของพระเจ้าไว้ เพื่อท่านจะได้ต่อต้านในวันอันชั่วร้ายนั้น และเมื่อเสร็จแล้วจะอยู่อย่างมั่นคงได้ 14เหตุฉะนั้นท่านจงมั่นคง เอาความจริงคาดเอว เอาความชอบธรรมเป็นทับทรวงเครื่องป้องกันอก 15และเอาข่าวประเสริฐแห่งสันติสุข ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดความพรั่งพร้อมมาสวมเป็นรองเท้า 16และพร้อมกับสิ่งทั้งหมดนี้ จงเอาความเชื่อเป็นโล่ ด้วยโล่นั้นท่านจะได้ดับลูกศรเพลิงของพญามารเสีย 17จงเอาความรอดเป็นหมวกเหล็กป้องกันศีรษะ และจงถือพระแสงของพระวิญญาณ คือ พระวจนะของพระเจ้า 18จงอธิษฐานวิงวอนทุกอย่าง จงขอโดยพระวิญญาณทุกเวลา ทั้งนี้จงระวังตัวด้วยความเพียรทุกอย่าง จงอธิษฐานเพื่อธรรมิกชนทุกคน"
ขอให้พระเกียรติทั้งสิ้นจงมีแด่พระเจ้า ไม่สงวนลิขสิทธิ์โดย Christian CMU (คริสเตียน มช.) |