Home บทเรียนพระคัมภีร์ บทเรียนพระคัมภีร์_เมืองโสโดม

Member Login



Search

Who's online?

เรามี 4 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday102
mod_vvisit_counterYesterday125
mod_vvisit_counterThis week593
mod_vvisit_counterLast week836
mod_vvisit_counterThis month1094
mod_vvisit_counterLast month3711
mod_vvisit_counterAll days33405
สมาชิก : 142
Content : 149
เว็บลิงก์ : 9
จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 46012

Art Clock

เวลาประเทศไทย

Biblical Image

israel walking off at the exodus.gif
พันธกิจมานาประจำวัน
อาหารฝ่ายวิญญาณสำหรับคุณ...วันต่อวัน
ท่านชอบอะไรในเว็บของเรามากที่สุด
 

บทความที่คล้ายคลึงกัน

Guitar Chords

Guitar Chords


บทเรียนพระคัมภีร์_เมืองโสโดม PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Webmaster   
วันอาทิตย์ที่ 15 พฤศจิกายน 2009 เวลา 12:23 น.
บทเรียนพระคัมภีร์
เรื่อง เมืองโสโดม
ที่มา: สารานุกรมพระคริสตธรรมคัมภีร์ ของ ดอน เฟลมมิ่ง

- เชื่อกันว่า เมืองโสโดมและเมืองโกโมราห์อยู่ทางตอนใต้ของทะเลตาย แต่ต่อมามีปรากฏการณ์แผ่นดินไหว ทำให้ทะเลขยายไปทางใต้ และครอบคลุมซากเมืองโบราณที่อาจจะเหลืออยู่บ้างเสีย
- ดินแดนในละแวกเมืองโสโดมเคยอุดมสมบูรณ์ เหมาะที่จะเลี้ยงสัตว์ เป็นเหตุที่โลทได้ไปตั้งถิ่นฐานที่นั่น แต่ชาวเมืองบาปหนา โดยเฉพาะในเรื่องการล่วงประเวณี
- ปฐมกาล 13:10-13 "10โลทเงยหน้าแลดูที่ลุ่มแม่น้ำจอร์แดนทางทิศเมืองโศอาร์ เห็นว่ามีน้ำบริบูรณ์อยู่ทุกแห่งเหมือนพระอุทยานของพระเจ้า เหมือนแผ่นดินอียิปต์ นี่เป็นสภาพก่อนพระเจ้าทรงทำลายเมืองโสโดมและเมืองโกโมราห์ 11โลทจึงเลือกที่ลุ่มแม่น้ำจอร์แดนทั้งหมดเป็นส่วนของตน โลทออกเดินทางไปทิศตะวันออกเขาทั้งสองจึงแยกกันไป 12อับรามอาศัยอยู่ในแผ่นดินคานาอัน ส่วนโลท อาศัยอยู่ท่ามกลางหัวเมืองในที่ลุ่มแม่น้ำ และย้ายเต็นท์ไปตั้งถึงเมืองโสโดม 13ชาวเมืองโสโดมเป็นคนชั่วช้าทำบาปผิดต่อพระเจ้าเป็นอันมาก"
- ปฐมกาล 14:4-10 "4กษัตริย์เหล่านี้ยอมขึ้นแก่กษัตริย์เคโดร์ลาโอเมอร์สิบสองปี แต่ในปีที่สิบสามก็กบฏ 5ในปีที่สิบสี่ เคโดร์ลาโอเมอร์กับกษัตริย์ที่รวมอยู่กับท่านนั้น ก็ยกมารบชนะคนเรฟาอิมที่เมืองอัชทาโรทคารนาอิม กับคนศูซิมที่เมืองฮามกับคนเอมิมที่เมืองชาเวห์-คีริยาธาอิม 6ชาวโฮรีที่ภูเขาเสอีร์ซึ่งเป็นของตน จนถึงเมืองเอลปารานใกล้ถิ่นทุรกันดาร 7แล้วกลับมาถึงเมืองเอนมิสปัท (คือคาเดช) รบชนะหมด เมืองของคนอามาเลขและทั้งคนอาโมไรต์ที่ตั้งอยู่ณฮาซาโซนทามาร์ 8แล้วกษัตริย์เมืองโสโดม กษัตริย์เมืองโกโมราห์ กษัตริย์เมืองอัดมาห์ กษัตริย์เมืองเศโบยิมและกษัตริย์เมืองเบ-ลา (คือ โศอาร์) ก็ออกไปในที่ราบสิดดิม 9ปะทะกับเคโดร์ลาโอเมอร์กษัตริย์เมืองเอลาม ทิดาลกษัตริย์เมืองโกยิม อัมราเฟลกษัตริย์เมืองชินาร์ และอารีโอคกษัตริย์เมืองเอลลาสาร์ กษัตริย์สี่องค์ต่อสู้กับห้าองค์ 10ที่ราบสิดดิมนั้นมีบ่อยางมะตอยเต็มไปหมด เมื่อกษัตริย์เมืองโสโดม และกษัตริย์เมืองโกโมราห์หนีมา บางคนในพวกนั้นก็ตกลงไป ส่วนผู้ที่เหลือนั้นก็หนีไปยังภูเขา"


- มีครั้งหนึ่งที่เมืองโสโดมถูกคนจากแผ่นดินอื่นมาปล้นอย่างโหดร้าย ทั้งจับเอาตัวโลทไปด้วย แต่อับราฮัมรวมกำลังพวกคนงานของท่านไล่ติดตามทัน ริบทรัพย์กลับคืนมาและปล่อยโลทให้พ้นอันตราย ท่านไม่ยอมรับคำชมเชยในชัยชนะยิ่งใหญ่คราวนั้น แต่ถวายเกียรติพระเจ้าโดยสิ้นเชิง แม้จะรับรางวัลจากผู้ปกครองเมืองโสโดม ท่านก็ไม่ยอมรับ (ปฐมกาล 14:1-24)
- ความบาปของสองเมืองนั้นมากเหลือเกิน พระเจ้าจึงกำหนดจะทำลายทั้งสองเมืองให้พินาศย่อยยับไป อับราฮัมสงสารโลท จึงอธิษฐานอ้อนวอนพระเจ้าว่าขอพระองค์ทรงระงับพระพิโรธไว้ถ้าหากจะหาคนชอบธรรมในเมืองได้สักสิบคน แต่หามีคนชอบธรรมสิบคนไม่ เมืองทั้งสองจึงถูกทำลายลงแต่ครอบครัวของโลทหนีรอดไปได้ (ปฐมกาล 18:16-19:29)

- สมัยต่อๆ มาคนอ้างถึงความบาปของโสโดมและโกโมราห์เป็นตัวอย่างของบาปที่ร้ายแรงที่สุด และความพินาศของเมืองนั้นเป็นตัวอย่างของการพิพากษาของพระเจ้าที่คนไม่อาจลืมได้
- เฉลยธรรมบัญญัติ 29:23 "คือแผ่นดินทั้งหมดเป็นกำมะถันและเป็นเกลือ เป็นที่ว่างเปล่าเพราะถูกเผาไฟไม่มีใครปลูกหว่าน และไม่มีอะไรงอกขึ้น เป็นที่ที่หญ้าไม่งอก เป็นการที่ถูกคว่ำอย่างโสโดม และโกโมราห์ เมืองอัดมาห์ เมืองเศโบอิม ซึ่งพระเจ้าทรงคว่ำด้วยความกริ้วและพระพิโรธ"
- อิสยาห์ 3:9 "ความลำเอียงของเขาเป็นพยานปรักปรำเขาทั้งหลาย เขาป่าวร้องความผิดของเขาอย่างโสโดม เขามิได้ปิดบังไว้ วิบัติแก่เขา เพราะว่าเขาได้นำความชั่วร้ายมาเหนือตัวเขาเอง"
- อิสยาห์ 13:19 "และบาบิโลน ซึ่งโอ่อ่าในบรรดาราชอาณาจักร เมืองที่สง่าและเป็นที่ภูมิใจของชาวเคลเดีย จะเป็นดังเมืองโสโดมและเมืองโกโมราห์ เมื่อพระเจ้าทรงคว่ำมันเสียนั้น"
- เยเรมีย์ 23:14 "โอบรรดากำปั่นแห่งทารชิชเอ๋ย จงคร่ำครวญเถิดเพราะว่าที่กำบังเข้มแข็งของเจ้าถูกทิ้งร้างเสียแล้ว"
- เยเรมีย์ 49:18 "อย่างเมื่อเมืองโสโดม  และเมืองโกโมราห์และหัวเมืองใกล้เคียงของมันถูกทำลายพระเจ้าตรัส ไม่มีใครจะพำนักอยู่ที่นั่น ไม่มีใครจะอาศัยในเมืองนั้น"
- เอเสเคียล 16:46-56 "46และพี่สาวของเจ้าคือสะมาเรียผู้อยู่กับบุตรสาวเหนือเจ้าขึ้นไป และน้องสาวของเจ้าผู้อยู่ข้างทิศใต้ของเจ้า คือโสโดมกับลูกสาวของเขา 47ถึงกระนั้น เจ้าก็ยังไม่พอใจที่จะดำเนินในทางทั้งหลายของเขา หรือกระทำตามความลามกของเขา ภายในเวลาอันเล็กน้อยเจ้าก็ทรามกว่าในบรรดาทางทั้งสิ้นของเจ้า 48พระเจ้าตรัสว่า เรามีชีวิตอยู่แน่ฉันใด โสโดมน้องสาวของเจ้ากับบุตรสาวของเขา ก็มิได้กระทำอย่างที่เจ้าและลูกสาวของเจ้าได้กระทำ 49ดูเถิด นี่แหละเป็นความชั่วของโสโดมน้องสาวของเจ้า คือตัวเขาและลูกสาวของเขามีความจองหอง มีอาหารเหลือรับประทานและมีความสบายเกิน ไม่ช่วยเหลือคนยากจนและคนขัดสน 50เขาเย่อหยิ่งและกระทำสิ่งลามกต่อหน้าเรา เพราะฉะนั้นเมื่อเราเห็นแล้ว เราจึงขจัดเขาเสีย 51สะมาเรียไม่ได้ทำบาปถึงครึ่งของเจ้า เจ้าทำความลามกยิ่งกว่าเขาทั้งสอง และโดยความลามกทั้งสิ้นที่เจ้าทำนั้น จึงกระทำให้พี่และน้องสาวของเจ้าดูเหมือนชอบธรรม 52เจ้าจงทนรับความอับอายขายหน้าด้วย เพราะเจ้าได้กระทำให้การพิพากษาเอนเอียงไปทางพี่และน้องสาวของเจ้า เขาถูกมากกว่าเจ้า เพราะบาปของเจ้าซึ่งเจ้าได้ทำ ลามกยิ่งกว่าเขาไปอีก  เออ เจ้าจงละอายด้วย และจงทนรับความอับอายขายหน้าของเจ้า เพราะเจ้าได้กระทำให้พี่และน้องสาวของเจ้าดูเหมือนชอบธรรม 53"เราจะให้เขากลับสู่สภาพเดิมทั้งสภาพเดิมของโสโดมและบุตรสาว และสภาพเดิมของสะมาเรียและบุตรสาว และเราจะให้กลับสู่สภาพเดิมของเจ้าท่ามกลางเขาด้วย 54เพื่อเจ้าจะทนรับความอับอายขายหน้าของเจ้า และละอายสิ่งที่เจ้ากระทำแล้วทั้งสิ้นให้เป็นการปลอบใจแก่เขา 55ส่วนพี่และน้องสาวของเจ้า โสโดมกับบุตรสาวของเขาจะได้กลับสู่ภาวะเดิมของตน และสะมาเรียกับบุตรสาวของตนจะกลับสู่ภาวะเดิมของตน ส่วนเจ้าและบุตรสาวของเจ้า จะกลับไปยังภาวะเดิมของเจ้า 56ในสมัยที่เจ้าเย่อหยิ่งอยู่นั้น โสโดมน้องสาวของเจ้าเป็นความเย้ยหยันในปากของเจ้ามิใช่หรือ"
- เศฟันยาห์ 2:9 "พระเจ้าจอมโยธา พระเจ้าของอิสราเอลตรัสว่า "เหตุฉะนี้ เรามีชีวิตอยู่แน่ฉันใด โมอับจะกลายเป็นเหมือนเมืองโสโดม และคนอัมโมนจะเหมือนเมืองโกโมราห์ คือเป็นแผ่นดินที่มีต้นเหงือกหนามและบ่อเกลือ และเป็นที่ร้างเปล่าเป็นนิตย์ ชนชาติของเราที่เหลืออยู่จะปล้นเขา และคนในประชากรของเราที่รอดตายอยู่จะยึดเขาเป็นกรรมสิทธิ์"
- มัทธิว 10:15 "เราบอกความจริงแก่ท่านว่า ในวันพิพากษานั้น โทษของเมืองโสโดม และเมืองโกโมราห์จะเบากว่าโทษของเมืองนั้น"
- ลูกา 17:28-29 "28ในสมัยของโลทก็เหมือนกัน เขาได้กินดื่ม ซื้อขาย หว่านปลูก ก่อสร้าง 29แต่ในวันนั้นที่โลทออกไปจากเมืองโสโดม ไฟและกำมะถัน ได้ตกจากฟ้ามาเผาผลาญเขาเสียทั้งสิ้น"
- 2เปโตร 2:6 "และได้ทรงลงโทษเมืองโสโดมและเมืองโกโมราห์ ให้พินาศเป็นเถ้าถ่าน เพื่อให้เป็นตัวอย่างแก่คนทั้งหลายที่ประพฤติอธรรม"
- ยูดา 7 "เช่นเดียวกับเมืองโสโดมและเมืองโกโมราห์และเมืองที่อยู่รอบๆ นั้น ที่ได้ประพฤติชั่วและมัวเมาในกามวิตถาร ก็ได้ทรงบัญญัติไว้เป็นตัวอย่างของการที่จะต้องได้รับอาชญาในไฟนิรันดร์"


- พระเยซูทรงเตือนว่า ชาวยิวที่เห็นการอัศจรรย์ของพระองค์และได้ยินคำสั่งสอน แต่ไม่ยอมเชื่อว่าพระองค์เป็นพระเจ้า พวกนั้นจะได้รับโทษที่หนักกว่าโทษของโสโดมและโกโมราห์เสียอีก เพราะเขามีโอกาสเข้าใจเรื่องพระเจ้าและเชื่อพระเยซูผู้ซึ่งนำความรอดมาให้พวกเขา แต่เขาได้ปฏิเสธพระพรอันยิ่งใหญ่ ดังนั้นโทษจึงหนักด้วยเช่นเดียวกัน
- มัทธิว 11:20-24 "20แล้วพระองค์ก็ทรงตั้งต้นติเตียนเมืองต่างๆที่พระองค์ได้ทรงกระทำการมหัศจรรย์เป็นส่วนมาก เพราะเขามิได้กลับใจเสียใหม่ 21"วิบัติแก่เจ้าเมืองโคราซิน วิบัติแก่เจ้าเมืองเบธไซอิดา ถ้าการมหัศจรรย์ ซึ่งได้กระทำท่ามกลางเจ้า ได้กระทำในเมืองไทระและเมืองไซดอน คนในเมืองทั้งสองคงได้นุ่งห่มผ้ากระสอบ  นั่งบนขี้เถ้ากลับใจเสียใหม่นานมาแล้ว 22แต่เราบอกเจ้าว่า ในวันพิพากษา โทษเมืองไทระและเมืองไซดอน จะเบากว่าโทษของเจ้า 23และฝ่ายเจ้าเมืองคาเปอรนาอุม เจ้าจะถูกยกขึ้นเทียมฟ้าหรือ มิได้ เจ้าจะต้องลงไปถึงแดนคนตายต่างหาก ด้วยว่าการมหัศจรรย์ซึ่งได้กระทำในท่ามกลางเจ้านั้น ถ้าได้กระทำในเมืองโสโดม เมืองนั้นคงได้ตั้งอยู่จนทุกวันนี้ 24แต่เราบอกเจ้าว่าในวันพิพากษา โทษเมืองโสโดมจะเบากว่าโทษของเจ้า"

ขอให้พระเกียรติทั้งสิ้นจงมีแด่พระเจ้า
Christian CMU (คริสเตียน มช.)