| บทเรียนพระคัมภีร์_สิทธิอำนาจตามแบบพระคัมภีร์ 3/3 |
|
|
|
| เขียนโดย Webmaster |
| วันพุธที่ 05 สิงหาคม 2009 เวลา 09:29 น. |
|
เรื่อง สิทธิอำนาจตามแบบพระคัมภีร์ ตอนที่ 3/3 "ขอบเขตของการเชื่อฟังผู้มีสิทธิอำนาจฝ่ายวิญญาณ"
คำนำ * ฮีบรู 13:17 “ท่านทั้งหลายจงเชื่อฟังและยอมอยู่ในโอวาทของหัวหน้าของท่าน จงให้เขาทำงานนี้ด้วยความชื่นใจ ไม่ใช่ด้วยความเศร้าใจ ซึ่งจะไม่เป็นประโยชน์อะไรแก่ท่านทั้งหลายเลย เพราะว่าท่านเหล่านั้นดูแลรักษาจิตวิญญาณของท่านอยู่ เสมือนหนึ่งผู้ที่จะต้องเสนอรายงาน” * พระคัมภีร์สั่งให้ผู้เชื่อเชื่อฟังต่อผู้มีสิทธิอำนาจในบทบาทต่างๆ ในโลก ทั้งผู้ปกครองบ้านเมือง พ่อแม่ผู้ปกครอง นายจ้าง และผู้นำในคริสตจักร ตามขอบเขตแห่งพระวจนะของพระเจ้า * ในบทเรียนนี้เราจะศึกษากันเป็นพิเศษสำหรับขอบเขตของการเชื่อฟังผู้ที่มีสิทธิอำนาจในคริสตจักร
เนื้อหาบทเรียน * เป็นการดีและถูกต้องที่ผู้เชื่อควรเชื่อฟังและยอมอยู่ใต้โอวาทของผู้นำในคริสตจักร แต่การเชื่อฟังและความสัตย์ซื่อต่อผู้นำ ไม่ว่าจะเป็นศิษยาภิบาล หรืออาจารย์ หรือผู้นำที่มีบทบาทใดๆ ก็ตามในคริสตจักร ต้องตั้งอยู่บนรากฐานที่สูงกว่าคือความภักดีต่อพระเจ้า นั่นคือความภักดีต่อผู้นำที่เป็นมนุษย์ต้องไม่เป็นเหตุให้เราสูญเสียความภักดีที่มีต่อพระเจ้าและพระวจนะของพระองค์ * เมื่อใดก็ตามที่ความภักดีต่อมนุษย์ทำให้เราสูญเสียความภักดีต่อพระเจ้า นั่นคือความภักดีที่ผิดไปจากหลักการแห่งพระวจนะของพระองค์
* ครั้งหนึ่งเมื่อพวกผู้ปกครอง พวกผู้ใหญ่ และธรรมาจารย์ ซึ่งเป็นผู้ที่มีสิทธิอำนาจได้สั่งห้ามไม่ให้เปโตรกับยอห์นประกาศความจริงแห่งข่าวประเสริฐ ซึ่งผิดไปจากหลักการแห่งพระวจนะของพระเจ้า ท่านได้ตอบว่าท่านจำต้องเชื่อฟังพระเจ้ามากกว่ามนุษย์ * กิจการ 4:19 “ฝ่ายเปโตรกับยอห์นตอบเขาว่า "จำเพาะพระพักตร์พระเจ้าข้าพเจ้าควรจะเชื่อฟังท่าน หรือควรจะเชื่อฟังพระเจ้าขอท่านทั้งหลายพิจารณาดู” * กิจการ 5:29 “ฝ่ายเปโตรกับอัครทูตอื่นๆ ตอบว่า "ข้าพเจ้าจำต้องเชื่อฟังพระเจ้ายิ่งกว่าเชื่อฟังมนุษย์”
* ความภักดีของผู้เชื่อสามารถเรียงเป็นลำดับขั้นได้ดังนี้ 1. ต่อพระเจ้า * พระเจ้าเป็นบุคคลแรกที่ผู้เชื่อต้องภักดี สิ่งนี้รวมไปถึงความสัตย์ซื่อต่อความจริงและหลักการแห่งพระวจนะของพระองค์ด้วย * เฉลยธรรมบัญญัติ 6:5 “พวกท่านจงรักพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านด้วยสุดจิตสุดใจและสิ้นสุดกำลังของท่าน” * ยอห์น 14:21 "ผู้ใดที่มีบัญญัติของเรา และประพฤติตามบัญญัตินั้น ผู้นั้นแหละเป็นผู้ที่รักเรา และผู้ที่รักเรานั้นพระบิดาของเราจะทรงรักเขา และเราจะรักเขา และจะสำแดงตัวให้ปรากฏแก่เขา"
2. ต่อคริสตจักร * คริสตจักรเป็นพระกายของพระคริสต์ผู้ทรงเป็นพระเจ้าของเรา ผู้เชื่อจึงควรภักดีต่อคริสตจักร ตราบเท่าที่คริสตจักรรักษาความสัตย์ซื่อต่อพระเจ้าและพระวจนะของพระองค์ * พระคัมภีร์หลายตอนได้สั่งให้ผู้เชื่อภักดีต่อกัน และแสดงออกถึงความรักต่อกันและกัน เช่น * ยอห์น 15:12 “พระบัญญัติของเรา คือให้ท่านทั้งหลายรักกัน เหมือนดังที่เราได้รักท่าน” * กาลาเทีย 6:10 “เหตุฉะนั้นเมื่อเรามีโอกาส ให้เราทำดีต่อคนทั้งปวง และเฉพาะอย่างยิ่งต่อครอบครัวที่มีความเชื่อ” * หากคริสตจักรทอดทิ้งพระเจ้าและพระวจนะของพระองค์ ผู้เชื่อก็ต้องเลือกที่จะภักดีต่อพระเจ้าด้วยการเชื่อฟังพระองค์และพระวจนะของพระองค์ ดังเช่นที่เหล่าอัครทูตในพระคัมภีร์ใหม่ได้กระทำเป็นแบบอย่างแก่เรา * แต่หากคริสตจักรที่ผู้เชื่อผูกพันตัวอยู่เป็นคริสตจักรที่นบนอบเชื่อฟังพระเจ้าและพระวจนะของพระองค์ ผู้เชื่อควรผูกพันตัวกับคริสตจักรอย่างเต็มที่ และร่วมแรงร่วมใจในงานรับใช้ต่างๆ ในคริสตจักร เพื่อเสริมสร้างคริสตจักรของพระเจ้าให้จำเริญขึ้นตามน้ำพระทัยของพระองค์
3. ต่อผู้นำ * ความภักดีต่อผู้นำมาเป็นอันดับ 3 เพราะผู้นำเป็นส่วนหนึ่งของคริสตจักร หากผู้เชื่อภักดีต่อคริสตจักร ก็จะภักดีต่อผู้นำด้วย * พระคัมภีร์จึงสั่งให้คริสเตียนเชื่อฟังผู้นำฝ่ายวิญญาณ ตราบเท่าที่พวกเขายังรักษาความสัตย์ซื่อและความภักดีต่อพระเจ้า ต่อพระวจนะของพระองค์ และสัตย์ซื่อในการรักษาพระประสงค์ของพระองค์ต่อคริสตจักร * หากผู้นำฝ่ายวิญญาณทอดทิ้งพระเจ้าและพระวจนะของพระองค์ ก็เช่นเดียวกับประการที่ 2 ที่ผู้เชื่อก็ต้องเลือกที่จะภักดีต่อพระเจ้าด้วยการเชื่อฟังพระองค์ต่อไป * แต่หากผู้นำฝ่ายวิญญาณในคริสตจักรสัตย์ซื่อต่อพระเจ้าและพระวจนะของพระองค์ เราควรร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจกับท่านอย่างเต็มที่เพื่อให้การทรงเรียกของพระเจ้าและนิมิตสำหรับคริสตจักรสำเร็จ ไม่ให้ท่านต้องทำงานด้วยความเศร้าใจแต่ทำงานด้วยความชื่นใจ เพราะเห็นคนของพระเจ้าปฏิบัติตามหลักการแห่งพระวจนะของพระองค์
ขอให้พระเกียรติทั้งหมดจงมีแด่พระเจ้า ไม่สงวนลิขสิทธิ์ โดย Christian CMU (คริสเตียน มช.) |
| แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ 30 กันยายน 2009 เวลา 10:46 น. |















