Home บทเรียนพระคัมภีร์ บทเรียนพระคัมภีร์_สิทธิอำนาจตามแบบพระคัมภีร์ 3/3

Member Login



Search

Who's online?

เรามี 19 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday43
mod_vvisit_counterYesterday161
mod_vvisit_counterThis week362
mod_vvisit_counterLast week1175
mod_vvisit_counterThis month851
mod_vvisit_counterLast month4571
mod_vvisit_counterAll days102488
สมาชิก : 379
Content : 160
เว็บลิงก์ : 9
จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 128078

Art Clock

เวลาประเทศไทย

Biblical Image

noah releasing the dove.gif
พันธกิจมานาประจำวัน
อาหารฝ่ายวิญญาณสำหรับคุณ...วันต่อวัน
ท่านชอบอะไรในเว็บของเรามากที่สุด
 

บทความที่คล้ายคลึงกัน

Guitar Chords

Guitar Chords


ลงโฆษณาบนเว็บ

สนใจประชาสัมพันธ์สินค้าคริสเตียนบนเว็บ เช่น หนังสือ VCD DCD ของที่ระลึก ฯลฯ

ติดต่อที่ christiancmu@gmail.com

บทเรียนพระคัมภีร์_สิทธิอำนาจตามแบบพระคัมภีร์ 3/3 PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Webmaster   
วันพุธที่ 05 สิงหาคม 2009 เวลา 09:29 น.

บทเรียนพระคัมภีร์

เรื่อง สิทธิอำนาจตามแบบพระคัมภีร์

ตอนที่ 3/3 "ขอบเขตของการเชื่อฟังผู้มีสิทธิอำนาจฝ่ายวิญญาณ"

 

คำนำ 

* ฮีบรู 13:17 “ท่านทั้งหลายจงเชื่อฟังและยอมอยู่ในโอวาทของหัวหน้าของท่าน จงให้เขาทำงานนี้ด้วยความชื่นใจ ไม่ใช่ด้วยความเศร้าใจ ซึ่งจะไม่เป็นประโยชน์อะไรแก่ท่านทั้งหลายเลย เพราะว่าท่านเหล่านั้นดูแลรักษาจิตวิญญาณของท่านอยู่ เสมือนหนึ่งผู้ที่จะต้องเสนอรายงาน” 

พระคัมภีร์สั่งให้ผู้เชื่อเชื่อฟังต่อผู้มีสิทธิอำนาจในบทบาทต่างๆ ในโลก ทั้งผู้ปกครองบ้านเมือง พ่อแม่ผู้ปกครอง นายจ้าง และผู้นำในคริสตจักร ตามขอบเขตแห่งพระวจนะของพระเจ้า 

* ในบทเรียนนี้เราจะศึกษากันเป็นพิเศษสำหรับขอบเขตของการเชื่อฟังผู้ที่มีสิทธิอำนาจในคริสตจักร  

เนื้อหาบทเรียน

*  เป็นการดีและถูกต้องที่ผู้เชื่อควรเชื่อฟังและยอมอยู่ใต้โอวาทของผู้นำในคริสตจักร แต่การเชื่อฟังและความสัตย์ซื่อต่อผู้นำ ไม่ว่าจะเป็นศิษยาภิบาล หรืออาจารย์ หรือผู้นำที่มีบทบาทใดๆ ก็ตามในคริสตจักร ต้องตั้งอยู่บนรากฐานที่สูงกว่าคือความภักดีต่อพระเจ้า นั่นคือความภักดีต่อผู้นำที่เป็นมนุษย์ต้องไม่เป็นเหตุให้เราสูญเสียความภักดีที่มีต่อพระเจ้าและพระวจนะของพระองค์

*  เมื่อใดก็ตามที่ความภักดีต่อมนุษย์ทำให้เราสูญเสียความภักดีต่อพระเจ้า นั่นคือความภักดีที่ผิดไปจากหลักการแห่งพระวจนะของพระองค์

 

*  ครั้งหนึ่งเมื่อพวกผู้ปกครอง พวกผู้ใหญ่ และธรรมาจารย์ ซึ่งเป็นผู้ที่มีสิทธิอำนาจได้สั่งห้ามไม่ให้เปโตรกับยอห์นประกาศความจริงแห่งข่าวประเสริฐ ซึ่งผิดไปจากหลักการแห่งพระวจนะของพระเจ้า ท่านได้ตอบว่าท่านจำต้องเชื่อฟังพระเจ้ามากกว่ามนุษย์

*  กิจการ 4:19 “ฝ่ายเปโตรกับยอห์นตอบเขาว่า "จำเพาะพระพักตร์พระเจ้าข้าพเจ้าควรจะเชื่อฟังท่าน หรือควรจะเชื่อฟังพระเจ้าขอท่านทั้งหลายพิจารณาดู

*  กิจการ 5:29 “ฝ่ายเปโตรกับอัครทูตอื่นๆ ตอบว่า "ข้าพเจ้าจำต้องเชื่อฟังพระเจ้ายิ่งกว่าเชื่อฟังมนุษย์

 

* ความภักดีของผู้เชื่อสามารถเรียงเป็นลำดับขั้นได้ดังนี้  

1.    ต่อพระเจ้า

พระเจ้าเป็นบุคคลแรกที่ผู้เชื่อต้องภักดี สิ่งนี้รวมไปถึงความสัตย์ซื่อต่อความจริงและหลักการแห่งพระวจนะของพระองค์ด้วย

เฉลยธรรมบัญญัติ 6:5 พวกท่านจงรักพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านด้วยสุดจิตสุดใจและสิ้นสุดกำลังของท่าน”

ยอห์น 14:21 "ผู้ใดที่มีบัญญัติของเรา และประพฤติตามบัญญัตินั้น ผู้นั้นแหละเป็นผู้ที่รักเรา และผู้ที่รักเรานั้นพระบิดาของเราจะทรงรักเขา และเราจะรักเขา และจะสำแดงตัวให้ปรากฏแก่เขา" 

 

2.    ต่อคริสตจักร

คริสตจักรเป็นพระกายของพระคริสต์ผู้ทรงเป็นพระเจ้าของเรา ผู้เชื่อจึงควรภักดีต่อคริสตจักร ตราบเท่าที่คริสตจักรรักษาความสัตย์ซื่อต่อพระเจ้าและพระวจนะของพระองค์

พระคัมภีร์หลายตอนได้สั่งให้ผู้เชื่อภักดีต่อกัน และแสดงออกถึงความรักต่อกันและกัน เช่น

ยอห์น 15:12 “พระบัญญัติของเรา คือให้ท่านทั้งหลายรักกัน เหมือนดังที่เราได้รักท่าน”

กาลาเทีย 6:10 “เหตุฉะนั้นเมื่อเรามีโอกาส ให้เราทำดีต่อคนทั้งปวง และเฉพาะอย่างยิ่งต่อครอบครัวที่มีความเชื่อ”

หากคริสตจักรทอดทิ้งพระเจ้าและพระวจนะของพระองค์ ผู้เชื่อก็ต้องเลือกที่จะภักดีต่อพระเจ้าด้วยการเชื่อฟังพระองค์และพระวจนะของพระองค์ ดังเช่นที่เหล่าอัครทูตในพระคัมภีร์ใหม่ได้กระทำเป็นแบบอย่างแก่เรา

* แต่หากคริสตจักรที่ผู้เชื่อผูกพันตัวอยู่เป็นคริสตจักรที่นบนอบเชื่อฟังพระเจ้าและพระวจนะของพระองค์ ผู้เชื่อควรผูกพันตัวกับคริสตจักรอย่างเต็มที่ และร่วมแรงร่วมใจในงานรับใช้ต่างๆ ในคริสตจักร เพื่อเสริมสร้างคริสตจักรของพระเจ้าให้จำเริญขึ้นตามน้ำพระทัยของพระองค์ 

 

3.    ต่อผู้นำ

ความภักดีต่อผู้นำมาเป็นอันดับ 3 เพราะผู้นำเป็นส่วนหนึ่งของคริสตจักร หากผู้เชื่อภักดีต่อคริสตจักร ก็จะภักดีต่อผู้นำด้วย

พระคัมภีร์จึงสั่งให้คริสเตียนเชื่อฟังผู้นำฝ่ายวิญญาณ ตราบเท่าที่พวกเขายังรักษาความสัตย์ซื่อและความภักดีต่อพระเจ้า ต่อพระวจนะของพระองค์ และสัตย์ซื่อในการรักษาพระประสงค์ของพระองค์ต่อคริสตจักร

หากผู้นำฝ่ายวิญญาณทอดทิ้งพระเจ้าและพระวจนะของพระองค์ ก็เช่นเดียวกับประการที่ 2 ที่ผู้เชื่อก็ต้องเลือกที่จะภักดีต่อพระเจ้าด้วยการเชื่อฟังพระองค์ต่อไป

แต่หากผู้นำฝ่ายวิญญาณในคริสตจักรสัตย์ซื่อต่อพระเจ้าและพระวจนะของพระองค์ เราควรร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจกับท่านอย่างเต็มที่เพื่อให้การทรงเรียกของพระเจ้าและนิมิตสำหรับคริสตจักรสำเร็จ ไม่ให้ท่านต้องทำงานด้วยความเศร้าใจแต่ทำงานด้วยความชื่นใจ เพราะเห็นคนของพระเจ้าปฏิบัติตามหลักการแห่งพระวจนะของพระองค์  

 

 

ขอให้พระเกียรติทั้งหมดจงมีแด่พระเจ้า

ไม่สงวนลิขสิทธิ์ โดย Christian CMU (คริสเตียน มช.)

แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ 30 กันยายน 2009 เวลา 10:46 น.