| บทเรียนพระคัมภีร์_บทบาทของภรรยาต่อสามีและลูก |
|
|
|
| เขียนโดย Webmaster |
| วันศุกร์ที่ 05 กุมภาพันธ์ 2010 เวลา 12:20 น. |
|
บทเรียนพระคัมภีร์ เรื่อง บทบาทของภรรยาต่อสามีและลูก โดย Webmaster www.christiancmu.com - ทต.2:4-5 "4เพื่อเป็นการฝึกสอนผู้หญิงสาวให้รักสามีและบุตรของตน 5ให้มีสติสัมปชัญญะ เป็นคนบริสุทธิ์เอาใจใส่ในบ้านเรือน มีความเมตตาและเชื่อฟังสามีของตน เช่นนี้จึงจะไม่มีผู้ใดลบหลู่พระวจนะของพระเจ้าได้" - พระเจ้ามีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนสำหรับผู้หญิงในความสัมพันธ์ต่อครอบครัว ในบ้านและในการเป็นแม่ ดังนี้ 1. ความปรารถนาของพระเจ้าสำหรับภรรยาและแม่คือ ความสนใจและการอุทิศตัวของเธอต้องอยู่ที่ครอบครัว- ครอบครัว สามี และลูก ต้องเป็นศูนย์กลางในชีวิตของภรรยาที่เป็นคริสเตียน นี่คือสิ่งที่พระเจ้ามอบหมายให้กับภรรยาเพื่อที่จะถวายพระเกียรติแด่พระองค์- ฉธบ.6:7 "และพวกท่านจงอุตส่าห์สอนถ้อยคำเหล่านั้นแก่บุตรหลานของท่าน เมื่อท่านนั่งอยู่ในเรือน เดินอยู่ตามทาง และนอนลงหรือลุกขึ้น จงพูดถึงถ้อยคำนั้น" - สภษ.31:27 "เธอดูแลการงานในครัวเรือนของเธอ และไม่ชุบมือเปิบ" - 1ทธ.5:14 "เหตุฉะนั้นข้าพเจ้าปรารถนาให้พวกแม่ม่ายสาวๆนั้นมีสามี มีบุตรและดูแลบ้านเรือน เพื่อมิให้ศัตรูมีช่องทางนินทาได้" 2. งานที่พระเจ้ามอบหมายให้อย่างเจาะจงสำหรับผู้ที่เป็นภรรยาในครอบครัว ประกอบด้วย:-ก) เอาดูแลใจใส่บุตรธิดาที่พระเจ้าทรงประทานให้- ทต.2:4 "เพื่อเป็นการฝึกสอนผู้หญิงสาวให้รักสามีและบุตรของตน"- 1ทธ.5:14 "เหตุฉะนั้นข้าพเจ้าปรารถนาให้พวกแม่ม่ายสาวๆ นั้นมีสามี มีบุตรและดูแลบ้านเรือน เพื่อมิให้ศัตรูมีช่องทางนินทาได้" - การดูแลเอาใจใส่บุตรธิดาของมารดา คือการรับใช้พระเจ้านั่นเอง - สดด.127:3 "นี่แน่ะ บุตรทั้งหลายเป็นมรดกจากพระเจ้า ผลิตผลของครรภ์เป็นรางวัล" ข) เป็นผู้ช่วยเหลือและเป็นเพื่อนคู่ใจที่สัตย์ซื่อต่อสามี- ทต.2:4-5 "4เพื่อเป็นการฝึกสอนผู้หญิงสาวให้รักสามีและบุตรของตน 5ให้มีสติสัมปชัญญะ เป็นคนบริสุทธิ์เอาใจใส่ในบ้านเรือน มีความเมตตาและเชื่อฟังสามีของตน เช่นนี้จึงจะไม่มีผู้ใดลบหลู่พระวจนะของพระเจ้าได้"- ปฐก.2:18 "พระเจ้าตรัสว่า 'ไม่ควรที่ชายผู้นี้จะอยู่คนเดียวเราจะสร้างคู่อุปถัมภ์ที่สมกับเขาขึ้น'" - บทบาทในด้านนี้ ประกอบด้วย:- (1) รักสามี - ทต.2:4 "เพื่อเป็นการฝึกสอนผู้หญิงสาวให้รักสามีและบุตรของตน" (2) เคารพยำเกรงสามี - อฟ.5:33 "ถึงอย่างไรก็ดี ท่านทุกคนจงต่างก็รักภรรยาของตนเหมือนรักตนเอง และภรรยาก็จงยำเกรงสามีของตน" - 1ปต.3:1-2 "1ฝ่ายท่านทั้งหลายที่เป็นภรรยาก็เช่นกัน จงเชื่อฟังสามีของท่านเพื่อว่าแม้สามีบางคนจะไม่เชื่อฟังพระวจนะของพระเจ้า แต่ความประพฤติของภรรยาก็อาจจะจูงใจเขาได้ โดยไม่ต้องพูดเลยสักคำเดียว 2คือเมื่อเขาได้เห็นการประพฤติที่นอบน้อมและดีงามของท่านทั้งหลาย ผู้เป็นภรรยา" (3) ช่วยเหลือสามี - ปฐก.2:18 "พระเจ้าตรัสว่า 'ไม่ควรที่ชายผู้นี้จะอยู่คนเดียวเราจะสร้างคู่อุปถัมภ์ที่สมกับเขาขึ้น'" (4) ดำเนินชีวิตในความบริสุทธิ์ต่อสามี - ทต.2:5 "ให้มีสติสัมปชัญญะ เป็นคนบริสุทธิ์เอาใจใส่ในบ้านเรือน มีความเมตตาและเชื่อฟังสามีของตน เช่นนี้จึงจะไม่มีผู้ใดลบหลู่พระวจนะของพระเจ้า" - 1ปต.3:2 "คือเมื่อเขาได้เห็นการประพฤติที่นอบน้อมและดีงามของท่านทั้งหลาย ผู้เป็นภรรยา" (5) ยอมฟังสามี - อฟ.5:22 "ฝ่ายภรรยา จงยอมฟังสามีของตน เหมือนยอมฟังองค์พระผู้เป็นเจ้า" (6) พัฒนาจิตใจที่สงบและสุภาพต่อสามี - 1ปต.3:4 "แต่จงให้เป็นการประดับภายในจิตใจ แต่งด้วยเครื่องประดับซึ่งไม่รู้เสื่อมสลาย คือด้วยจิตใจที่สงบและสุภาพ ซึ่งเป็นสิ่งที่ประเสริฐยิ่งในสายพระเนตรพระเจ้า" (7) เป็นแม่ที่ดี - ทต.2:4 "เพื่อเป็นการฝึกสอนผู้หญิงสาวให้รักสามีและบุตรของตน" (8) เป็นผู้ดูแลบ้านเรือนที่ดี - 1ทธ.5:14 "เหตุฉะนั้นข้าพเจ้าปรารถนาให้พวกแม่ม่ายสาวๆนั้นมีสามี มีบุตรและดูแลบ้านเรือน เพื่อมิให้ศัตรูมีช่องทางนินทาได้" ค) ช่วยสามีในการฝึกอบรมบุตรธิดาในทางของพระเจ้าและในทักษะการดำเนินชีวิต- ฉธบ.6:7 "และพวกท่านจงอุตส่าห์สอนถ้อยคำเหล่านั้นแก่บุตรหลานของท่าน เมื่อท่านนั่งอยู่ในเรือน เดินอยู่ตามทาง และนอนลงหรือลุกขึ้น จงพูดถึงถ้อยคำนั้น"- สภษ.1:8-9 "8บุตรชายของเราเอ๋ย จงฟังคำเตือนของพ่อเจ้า และอย่าทิ้งคำสั่งสอนของแม่เจ้า 9เพราะทั้งสองนั้นเป็นมงคลงามสวมศีรษะของเจ้าเป็นจี้ห้อยคอของเจ้า" - คส.3:20 "ฝ่ายบุตรทั้งหลายจงเชื่อฟังบิดามารดาของตนทุกอย่าง เพราะการนี้เป็นที่ชอบพระทัยขององค์พระผู้เป็นเจ้า" - 1ทธ.5:10 "และจะต้องเป็นผู้ที่ได้ชื่อว่าได้กระทำดี เช่นได้เอาใจใส่เลี้ยงดูลูก ได้มีน้ำใจรับรองแขก ได้ล้างเท้าธรรมิกชน ได้สงเคราะห์คนที่มีความทุกข์ยากและได้บำเพ็ญคุณความดี" ง) เตรียมการเรื่องการรับรองแขกของครอบครัว- ลก.14:12-14 "12ฝ่ายพระองค์ตรัสกับคนที่เชิญพระองค์ว่า 'เมื่อท่านจะทำการเลี้ยงจะเป็นกลางวันหรือเวลาเย็นก็ตาม อย่าเชิญเฉพาะเหล่ามิตรสหาย หรือพี่น้องหรือญาติหรือเพื่อนบ้านที่มั่งมี เกลือกว่าเขาจะเชิญท่านอีก และท่านจะได้รับการตอบแทน 13แต่เมื่อท่านทำการเลี้ยง จงเชิญคนจน คนพิการ คนเขยก คนตาบอด 14แล้วท่านจะเป็นสุข เพราะว่าเขาไม่มีอะไรจะตอบแทนท่าน ด้วยว่าท่านจะได้รับตอบแทนเมื่อคนชอบธรรมเป็นขึ้นมาจากความตายแล้ว'"- 1ทธ.5:10 "และจะต้องเป็นผู้ที่ได้ชื่อว่าได้กระทำดี เช่นได้เอาใจใส่เลี้ยงดูลูก ได้มีน้ำใจรับรองแขก ได้ล้างเท้าธรรมิกชน ได้สงเคราะห์คนที่มีความทุกข์ยากและได้บำเพ็ญคุณความดี" จ) ใช้ทักษะที่มีในการจัดเตรียมสิ่งที่จำเป็นต่อครอบครัว- สภษ.31:13 "เธอแสวงขนแกะและป่าน และทำงานด้วยมืออย่างเต็มใจ"- สภษ.31:15-16 "15เธอลุกขึ้นตั้งแต่ยังมืดอยู่ และจัดอาหารให้ครัวเรือนของเธอ และจัดงานให้แก่สาวใช้ของเธอ 16เธอพิเคราะห์ดูไร่นาแล้วก็ซื้อไว้ ด้วยผลน้ำมือของเธอ เธอปลูกสวนองุ่น" - สภษ.31:18-19 "18เธอรู้ว่าสินค้าของเธอจะได้กำไร กลางคืนตะเกียงของเธอก็ไม่ดับ 19เธอยื่นมือออกจับไน และมือของเธอจับเครื่องปั่น" - สภษ.31:22 "เธอทำผ้าปูสำหรับเธอ เสื้อผ้าของเธอทำด้วยผ้าลินินเนื้อละเอียดและผ้าสีม่วง" - สภษ.31:24 "เธอทำเครื่องแต่งกายด้วยผ้าลินินไว้ขาย เธอส่งผ้าคาดเอวให้แก่พ่อค้า" ช) เอาใจใส่ผู้สูงอายุที่อยู่ร่วมในครอบครัว- 1ทธ.5:8 "ถ้าแม้ผู้ใดไม่เลี้ยงดูวงศ์ญาติของตน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนในบ้านเรือนของตน ผู้นั้นก็ได้ปฏิเสธพระศาสนาเสียแล้ว และชั่วยิ่งกว่าคนที่ไม่ได้เชื่อเสียอีก"3. กรณีของภรรยาที่เป็นคุณแม่ที่ปรารถนาจะทำให้แผนการของพระเจ้าในชีวิตและในครอบครัวสำเร็จ แต่มีเวลาให้ลูกน้อยเนื่องจากความจำเป็นด้านเศรษฐกิจ- ควรมอบสถานการณ์ที่เผชิญอยู่ไว้ในพระหัตถ์ของพระเจ้าและอธิษฐานขอพระเจ้าประทานหนทางที่จะสามารถทำตามบทบาทที่พระเจ้าทรงประทานให้ในครอบครัวและการดูแลลูก- สภษ.3:5-6 "5จงวางใจในพระเจ้าด้วยสุดใจของเจ้า และอย่าพึ่งพาความรอบรู้ของตนเอง 6จงยอมรับรู้พระองค์ในทุกทางของเจ้า และพระองค์จะทรงกระทำให้วิถีของเจ้าราบรื่น" ขอให้พระเกียรติทั้งสิ้นจงมีแด่พระเจ้า ไม่สงวนลิขสิทธิ์โดย คริสเตียน มช. (Christian CMU) |
| แก้ไขล่าสุด ใน วันศุกร์ที่ 05 กุมภาพันธ์ 2010 เวลา 12:52 น. |















