Home บทเรียนพระคัมภีร์ บทเรียนพระคัมภีร์_การกราบไหว้รูปเคารพ

Member Login



Search

Who's online?

เรามี 3 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday106
mod_vvisit_counterYesterday129
mod_vvisit_counterThis week342
mod_vvisit_counterLast week836
mod_vvisit_counterThis month843
mod_vvisit_counterLast month3711
mod_vvisit_counterAll days33154
สมาชิก : 142
Content : 149
เว็บลิงก์ : 9
จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 45755

Art Clock

เวลาประเทศไทย

Biblical Image

picture of slaves making bricks from an egyptian .gif
พันธกิจมานาประจำวัน
อาหารฝ่ายวิญญาณสำหรับคุณ...วันต่อวัน
ท่านชอบอะไรในเว็บของเรามากที่สุด
 

บทความที่คล้ายคลึงกัน

Guitar Chords

Guitar Chords


บทเรียนพระคัมภีร์_การกราบไหว้รูปเคารพ PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Webmaster   
วันพุธที่ 17 มีนาคม 2010 เวลา 16:09 น.
บทเรียนพระคัมภีร์
เรื่อง การกราบไหว้รูปเคารพ
โดย webmaster www.christiancmu.com

- 1ซามูเอล 12:20-21 "20และซามูเอลกล่าวแก่ประชาชนว่า "อย่ากลัวเลย ท่านทั้งหลายได้กระทำความชั่วนี้ทั้งสิ้นจริงๆ แล้ว แต่ท่านทั้งหลายอย่าหันไปเสียจากการติดตามพระเจ้าแต่จงปรนนิบัติพระเจ้าด้วยสิ้นสุดใจของท่าน 21และอย่าหันเหไปติดตามสิ่งอนิจจังซึ่งไม่เป็นประโยชน์ หรือไม่ช่วยให้พ้นเพราะเป็นสิ่งอนิจจัง"

- การกราบไหว้รูปเคารพเป็นบาปที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีกตลอดประวัติศาสตร์ของคนของพระเจ้า
- ครั้งแรกที่มีการบันทึกเกี่ยวกับรูปเคารพเกี่ยวข้องกับครอบครัวของยาโคบ (ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นอิสราเอล)
- เป็นเหตุการณ์ก่อนที่เขาจะไปถึงเบธเอล ยาโคบได้สั่งให้คนในครอบครัวทิ้งพระต่างด้าวทั้งหมด
- ปฐก.35:1-4 "1พระเจ้าตรัสแก่ยาโคบว่า "ลุกขึ้นไปเบธเอล และอาศัยอยู่ที่นั่น ทำแท่นที่นั่นบูชาพระเจ้าผู้สำแดงพระองค์แก่เจ้าเมื่อเจ้าหนีไปจากเอซาวพี่ชายของเจ้า" 2ดังนั้นยาโคบจึงบอกครอบครัว และคนทั้งปวงที่อยู่ด้วยกันว่า "จงทิ้งพระต่างด้าวที่อยู่ท่ามกลางเจ้าเสียให้หมด ชำระตัว และเปลี่ยนเครื่องนุ่งห่ม 3ให้พวกเราไปเบธเอล ที่นั่นข้าจะทำแท่นบูชาพระเจ้าผู้ทรงตอบข้าในวันที่ข้ามีความทุกข์ใจ และทรงอยู่กับข้าในสถานที่ทุกแห่งที่ข้าไปนั้น" 4คนทั้งหลายเอาพระต่างด้าวทั้งหมดที่มีอยู่ กับตุ้มหูที่หูของเขามาให้ยาโคบ ยาโคบก็ฝังไว้ใต้ต้นก่อที่อยู่ใกล้เมืองเชเคม"

- เหตุการณ์แรกที่บันทึกในพระคัมภีร์ว่าชนชาติอิสราเอลทั้งหมดเข้าไปเกี่ยวข้องกับการนมัสการรูปเคารพคือเหตุการณ์การนมัสการโคทองคำตอนที่โมเสสขึ้นไปเฝ้าพระเจ้าบนภูเขาซีนาย
- อพย.32:1-6 "1เมื่อประชาชนเห็นโมเสสล่าช้าอยู่ ไม่ลงมาจากภูเขา จึงได้พากันมาหาอาโรน เรียนว่า "ลุกขึ้น ขอท่านสร้างพระให้แก่พวกข้าพเจ้า ซึ่งจะนำพวกข้าพเจ้าไป ด้วยว่าโมเสสคนนี้ที่ได้นำข้าพเจ้าออกมาจากประเทศอียิปต์เป็นอะไรไปเสียแล้ว ข้าพเจ้าไม่ทราบ" 2ฝ่ายอาโรนได้กล่าวแก่เขาว่า "จงปลดตุ้มหูทองคำออกจากหูภรรยา และหูบุตรชายหญิงของเจ้าทั้งหลายแล้วนำมาให้เราเถิด" 3ประชาชนทั้งปวงจึงได้ปลดตุ้มหูทองคำจากหูของตนมามอบให้กับอาโรน 4เมื่ออาโรนได้รับทองคำจากมือเขาแล้ว จึงใช้เครื่องมือสลักหล่อรูปเป็นโคหนุ่ม แล้วเขาทั้งหลายประกาศว่า "โอ อิสราเอล สิ่งเหล่านี้แหละเป็นพระของเจ้า ซึ่งนำเจ้าออกจากแผ่นดินอียิปต์" 5เมื่ออาโรนได้ยินดังนั้นแล้ว จึงสร้างแท่นบูชาไว้ตรงหน้ารูปโคหนุ่มนั้น แล้วอาโรนประกาศว่า "พรุ่งนี้จะเป็นวันเทศกาลเลี้ยงถวายพระเจ้า" 6ครั้นรุ่งขึ้นเขาก็ตื่นขึ้นแต่เช้ามืดถวายเครื่องเผาบูชา และนำเครื่องศานติบูชามา ประชาชนก็นั่งลงกินและดื่มแล้วก็ลุกขึ้นเล่นสนุกกัน"

- ในตลอดช่วงเวลาของผู้วินิจฉัย ประชากรของพระเจ้ามักหันไปหารูปเคารพ
- แม้ว่าจะไม่มีหลักฐานว่ามีการกราบไหว้รูปเคารพในสมัยของซาอูลและดาวิด แต่ในช่วงปีที่ซาโลมอนครองราชย์ก็เริ่มมีรูปแบบของการกราบไหว้รูปเคารพในอิสราเอล
- 1พกษ.11:1-8 "1พระราชาซาโลมอนทรงรักหญิงต่างด้าวหลายคน นอกจากธิดาของฟาโรห์ มีหญิงคนโมอับ คนอัมโมน คนเอโดม คนไซดอน และคนฮิตไทต์ 2เป็นของประชาชาติ ซึ่งพระเจ้าตรัสกับคนอิสราเอลว่า "เจ้าทั้งหลายอย่าเข้าไปแต่งงานกับเขาทั้งหลาย หรืออย่าให้เขามาแต่งงานกับเจ้า เพราะเขาจะหันจิตใจของเจ้าไปตามพระของเขาเป็นแน่" ซาโลมอนทรงติดพันกับคนเหล่านี้ด้วยความรัก 3พระองค์ทรงมีมเหสีเจ็ดร้อย และนางห้ามสามร้อยและบรรดามเหสีของพระองค์ ก็ทรงหันพระทัยของพระองค์ไปเสีย 4เพราะอยู่มาเมื่อซาโลมอนทรงพระชราแล้ว มเหสีของพระองค์ได้หันพระทัยของพระองค์ให้ไปตามพระอื่น และพระทัยของพระองค์หาได้ตรงทีเดียวต่อพระเยโฮวาห์ พระเจ้าของพระองค์ ดังพระทัยของดาวิดราชบิดาของพระองค์ไม่ 5เพราะซาโลมอนทรงดำเนินตามพระอัชโทเรท พระแม่เจ้าของคนไซดอน และตามพระมิลโคม สิ่งที่น่าสะอิดสะเอียนของคนอัมโมน 6ซาโลมอนจึงทรงกระทำสิ่งที่ชั่วร้ายในสายพระเนตรพระเจ้า และมิได้ทรงติดตามพระเจ้าอย่างเต็มพระทัย ดังดาวิดราชบิดาของพระองค์ได้ทรงกระทำมาแล้วนั้น 7แล้วซาโลมอนได้ทรงสร้างปูชนียสถานสูงสำหรับพระเคโมช สิ่งที่น่าสะอิดสะเอียนของโมอับ ในภูเขาที่อยู่ตรงข้ามเยรูซาเล็ม และสำหรับพระโมเลค สิ่งที่น่าสะอิดสะเอียนของคนอัมโมน 8และพระองค์จึงทรงกระทำดังนั้นเพื่อมเหสีต่างด้าวของพระองค์ทั้งสิ้น ผู้ที่ได้เผาเครื่องหอมและถวายเครื่องสัตวบูชาแก่บรรดาพระของเขา"

- ในช่วงที่อิสราเอลแยกเป็น 2 อาณาจักร กษัตริย์ทุกพระองค์ของอาณาจักรเหนือล้วนกราบไหว้รูปเคารพ เช่นเดียวกับกษัตริย์หลายพระองค์ของอาณาจักรใต้
- มีเพียงช่วงหลังจากที่อิสราเอลกลับจากการเป็นเชลยที่บาบิโลนเท่านั้น ที่อิสราเอลหยุดการนมัสการพระอื่น

1. แรงดึงดูดของการกราบไหว้รูปเคารพ

- หลายคนคงมีคำถามว่า ทำไมการกราบไหว้รูปเคารพถึงมีแรงดูงดูดต่ออิสราเอลนัก? มีปัจจัยอยู่หลายประการ ประกอบด้วย :-

1.1 ชนชาติอิสราเอลถูกล้อมรอบด้วยคนนอกศาสนาที่เชื่อว่าการนมัสการพระเจ้าหลายๆ องค์นั้นดีกว่าการนมัสการพระเจ้าองค์เดียว

- กล่าวอีกแบบหนึ่งก็คือ ยิ่งมากยิ่งดี
- คนของพระเจ้าได้รับอิทธิพลจากชนชาติเหล่านี้ และพวกเขาได้เลียนแบบชนชาติเหล่านี้อย่างต่อเนื่องแทนการเชื่อฟังพระเจ้าในการรักษาความบริสุทธิ์และการแยกตัวออกจากชนชาติต่างๆ  

1.2 พระเจ้าของชนชาติอื่นๆ ไม่ได้ต้องการการเชื่อฟังอย่างเดียวกันกับที่พระเจ้าของอิสราเอลต้องการ

- ตัวอย่างเช่น ศาสนาต่างชาติหลายๆ ศาสนาได้รวมเอาการผิดศีลธรรมทางเพศและโสเภณีประจำวิหารไว้เป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมทางศาสนา สิ่งเหล่านี้เป็นที่แน่นอนว่ามีแรงดึงดูดต่อคนจำนวนมากของอิสราเอล
- ในทางตรงกันข้าม พระเจ้าต้องการให้ประชากรของพระองค์ให้เชื่อฟังมาตรฐานทางศีลธรรมที่สูงที่ปรากฏในธรรมบัญญัติของพวกเขาเพื่อจะรักษาความสัมพันธ์ที่ถูกต้องกับพระองค์ไว้
- พวกเขาจำเป็นต้องต่อสู้ด้วยใจมั่นคงต่อการผิดศีลธรรมและพฤติกรรมที่ผิดบาปที่ศาสนาเหล่านี้หยิบยื่นให้

1.3 เพราะว่าคุณสมบัติทางภูติผีปิศาจ(demonic character) ของรูปเคารพ

- การกราบไหว้รูปเคารพได้ก่อให้เกิดผลที่เห็นได้และเป็นจริงต่อผู้ที่นมัสการรูปเคารพเหล่านั้น
- อำนาจมืดที่อยู่เบื้องหลังรูปเคารพแม้จะมีระดับที่จำกัด แต่ก็ยังสามารถให้ประโยชน์ทางด้านวัตถุและทางกายภาพได้เป็นครั้งคราว
- เทพเจ้าแห่งความอุดมสมบูรณ์สัญญาว่าจะให้บุตร เทพเจ้าแห่งลมฟ้าอากาศ(ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ฝน ฯลฯ) สัญญาว่าจะให้สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการเก็บเกี่ยวอย่างอุดมสมบูรณ์ และเทพเจ้าแห่งสงครามให้สัญญาว่าจะปกป้องจากศัตรูและให้ชัยชนะในสงคราม
- คำสัญญาที่ให้ประโยชน์เหล่านี้ล้วนดึงดูดใจต่อชนชาติอิสราเอล และด้วยเหตุผลนี้ทำให้คนจำนวนมากพร้อมที่จะปรนนิบัติบรรดารูปเคารพต่างๆ

2. เนื้อแท้ของการกราบไหว้รูปเคารพ

- เราจะไม่สามารถเข้าใจแรงดึงดูดของการกราบไหว้รูปเคารพ จนกว่าเราจะเข้าใจเนื้อแท้ของมัน

2.1 พระคัมภีร์กล่าวอย่างชัดเจนว่าตัวของรูปเคารพเองนั้นไม่มีอะไร

- ยรม.2:11 "มีประชาชาติใดเคยได้เปลี่ยนพระของตน ถึงแม้ว่าพระเหล่านั้นไม่เป็นพระ แต่ประชากรของเราได้เอาศักดิ์ศรีของเขา แลกกับสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์อย่างใด"
- ยรม.16:20 "มนุษย์จะสร้างพระไว้สำหรับตนเองได้หรือ สิ่งอย่างนั้นไม่ใช่พระ"

- รูปเคารพเป็นเพียงชิ้นส่วนของไม้หรือหิน ถูกสลักขึ้นโดยมือของมนุษย์ และไม่มีฤทธิ์อำนาจในตนเอง
- ซามูเอลเรียกรูปเคารพว่า "สิ่งอนิจจัง"(1ซมอ.12:21) เปาโลกล่าวอย่างชัดเจนว่ารูปเคารพนั้น "ไร้สาระ" (1คร.8:4; 10:19-20)
- ด้วยเหตุผลนี้ ผู้เขียนสดุดีและผู้เผยวจนะจึงมักเยาะเย้ยบรรดารูปเคารพ
- สดด.115:4-8 "4คนชั่วอายุหนึ่งจะสรรเสริญพระราชกิจของพระองค์ ให้คนอีกชั่วอายุหนึ่งฟัง และประกาศกิจการอันทรงอานุภาพของพระองค์ 5ข้าพระองค์จะภาวนาถึงสง่าราศี อันรุ่งโรจน์ของความสูงส่งของพระองค์ และถึงพระราชกิจอัศจรรย์ของพระองค์ 6มนุษย์จะกล่าวถึงอานุภาพแห่งกิจการอันน่าเกรงขามของพระองค์ และข้าพระองค์จะเล่าถึงความยิ่งใหญ่ของพระองค์ 7เขาทั้งหลายจะโฆษณาข่าวเลื่องลือถึงคุณความดีอันอุดมของพระองค์ออกมา และจะร้องเพลงถึงความชอบธรรมของพระองค์ 8พระเจ้าทรงพระเมตตากรุณา ทรงกริ้วช้าและมีความรักมั่นคงอย่างอุดม"
- สดด.135:15-18 "15รูปเคารพของบรรดาประชาชาติเป็นเงินและทองคำเป็นหัตถกรรมของมนุษย์ 16รูปเหล่านั้นมีปาก แต่พูดไม่ได้ มีตา แต่ดูไม่ได้ 17มีหู แต่ฟังไม่ได้ ทั้งไม่มีลมหายใจในปากของรูปนั้น 18ผู้ที่ทำรูปนั้นจะเหมือนรูปเหล่านั้น เออ บรรดาผู้ที่วางใจในรูปนั้นก็เช่นกัน"
- 1พกษ.18:27 "ครั้นถึงเวลาเที่ยงเอลียาห์ก็เย้ยเขาทั้งหลายว่า 'ร้องให้ดังๆ ซี เพราะท่านเป็นพระเจ้าองค์หนึ่ง ท่านกำลังติดธุระอยู่ หรือท่านกำลังไปทุ่ง หรือท่านไปเที่ยว หรือชะรอยท่านกำลังหลับอยู่ และจะต้องปลุก'"
- ยรม.10:3-5 "3เพราะธรรมเนียมของชนชาติทั้งหลายก็เท็จ เขาตัดต้นไม้มาจากป่าต้นหนึ่ง เป็นสิ่งที่มือช่างได้กระทำด้วยขวาน 4เขาทั้งหลายก็เอาเงินและทองมาประดับ เขาตอกไว้แน่นด้วยค้อนและตาปู มันก็เคลื่อนไหวไปมาไม่ได้ 5รูปเคารพของเขาก็เหมือนหุ่นหลอกกาอยู่ในสวนแตงกวา มันพูดไม่ได้ คนต้องขนมันไป เพราะมันเดินไม่ได้ อย่ากลัวมันเลย เพราะมันทำร้ายไม่ได้ มันก็ทำดีไม่ได้ด้วย"


2.2 อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังของรูปเคารพคือผีปิศาจ ซึ่งเป็นวิญญาณที่ถูกควบคุมโดยมารซาตาน

- ทั้งโมเสสและผู้เขียนสดุดีเปรียบเทียบว่าพระเทียมเท็จนั้นคือผีปิศาจ
- ฉธบ.32:17 "เขาบูชาเทวดาซึ่งไม่เป็นพระเจ้า บูชาพระซึ่งไม่รู้จักมาก่อน บูชาพระใหม่ๆ ซึ่งเกิดมาเร็วๆ นี้ ซึ่งปู่ย่าตายายของท่านไม่เกรงกลัว"
- สดด.106:36-37 "36ท่านปรนนิบัติรูปเคารพของเขา ซึ่งกลายเป็นบ่วงสำหรับท่าน 37ท่านฆ่าบุตรชายและบุตรหญิงของท่าน ถวายเป็นเครื่องสักการบูชาแก่ปีศาจ"

- สังเกตสิ่งที่เปาโลพูดในจดหมายฝากถึงเมืองโครินธ์เกี่ยวกับการรับประทานเนื้อที่ถวายให้รูปเคารพว่า "เครื่องบูชาที่พวกต่างชาติถวายนั้น เขาถวายบูชาแก่พวกปิศาจ และแก่สิ่งที่ไม่ใช่พระเจ้า" (1คร.10:20)
- กล่าวอีกอย่างหนึ่งก็คือ อำนาจที่อยู่เบื้องหลังการกราบไหว้รูปเคารพคืออำนาจและการงานของผีปิศาจ และผีปิศาจนั้นก็มีฤทธิ์อำนาจจริงๆ ในโลกนี้
- คริสเตียนรู้ว่าฤทธิ์อำนาจของพระคริสต์นั้นยิ่งใหญ่กว่าของเหล่าผีปิศาจ แต่ว่าซาตานที่เป็น "พระของยุคนี้" ก็ได้ใช้อำนาจของมันในยุคแห่งความชั่วร้ายนี้จนกว่าจะหมดเวลาของมัน
- 2คร.4:4 "ส่วนคนที่ไม่เชื่อนั้น พระของยุคนี้ได้กระทำใจของเขาให้มืดไป เพื่อไม่ให้เขาได้เห็นความสว่างของข่าวประเสริฐ เรื่องพระสิริของพระคริสต์ผู้เป็นพระฉายของพระเจ้า"
- 1ยน.5:19 "เราทั้งหลายรู้ว่าเราเกิดจากพระเจ้า และชาวโลกทั้งสิ้นอยู่ใต้อานุภาพของมารร้าย"
- ลก.13:16 "ฝ่ายผู้หญิงนี้เป็นเชื้อสายของอับราฮัม ซึ่งซาตานได้ผูกมัดไว้สิบแปดปีแล้ว ไม่ควรหรือที่จะให้เขาหลุดพ้นจากเครื่องจำจองอันนี้ในวันสะบาโต"
- กท.1:4 "พระเยซูทรงสละพระองค์เองเพราะบาปของเราทั้งหลาย เพื่อช่วยเราให้พ้นจากยุคปัจจุบันอันชั่วร้าย ตามน้ำพระทัยพระบิดาเจ้าของเรา"
- อฟ.6:12 "เพราะว่าเราไม่ได้ต่อสู้กับเนื้อหนังและเลือด แต่ต่อสู้กับเทพผู้ครอง ศักดิเทพ เทพผู้ครองพิภพในโมหะความมืดแห่งโลกนี้ ต่อสู้กับเหล่าวิญญาณที่ชั่วในสถานฟ้าอากาศ"
- ฮบ.2:14 "บุตรทั้งหลายร่วมสายโลหิตกันฉันใด พระองค์ก็ทรงเป็นเช่นนั้นด้วย เพื่อโดยทางความตายนั้นเอง พระองค์จะได้ทรงทำลายผู้ที่มีอำนาจแห่งความตาย คือมารเสียได้"

- ซาตานมีอำนาจที่จะทำหมายสำคัญและการอัศจรรย์เทียมเท็จ และให้ผลประโยชน์ด้านกายภาพและด้านวัตถุต่อมนุษย์
- 2ธส.2:9 "คนนอกกฎหมายนั้นจะมาโดยการดลบันดาลของซาตาน พร้อมกับการอิทธิฤทธิ์ต่างๆ และหมายสำคัญ และการอัศจรรย์แห่งความเท็จ"
- วว.13:2-8,13 "2สัตว์ร้ายที่ข้าพเจ้าได้เห็นนั้น ตัวเหมือนเสือดาว และตีนเหมือนตีนหมี และปากเหมือนปากสิงห์ และพญานาคได้ให้ฤทธิ์อำนาจอันยิ่งใหญ่และที่นั่งของมันแก่สัตว์ร้ายนั้น 3หัวๆ หนึ่งของมันดูเหมือนถูกฟันปางตาย แต่แผลที่ถูกฟันนั้นรักษาหายแล้ว คนทั้งโลกติดตามสัตว์ร้ายนั้นไปด้วยความอัศจรรย์ใจ 4เขาทั้งหลายได้บูชาพญานาคเพราะพญานาคได้ให้อำนาจแก่สัตว์ร้ายนั้น เขาได้บูชาสัตว์ร้ายนั้น กล่าวว่า "ใครจะเปรียบปานสัตว์นี้ได้ และใครสามารถจะสู้รบกับสัตว์นี้ได้" 5สัตว์ร้ายนั้นมีปากที่พูดคำจาบจ้วงและหมิ่นประมาทพระเจ้า และทรงยอมให้มันใช้อำนาจกระทำอย่างนั้นตลอดสี่สิบสองเดือน 6มันกล่าวคำหมิ่นประมาทต่อพระเจ้า ต่อพระนามของพระองค์ ต่อสถานที่สถิตของพระองค์ และต่อผู้ที่อยู่ในสวรรค์ 7[ทรงยอมให้มันทำสงครามกับธรรมิกชน  และชนะเขา] ทรงประทานให้มันมีอำนาจเหนือชนทุกเผ่า ทุกชาติ ทุกภาษา และทุกประชาชาติ 8และคนที่อยู่ในแผ่นดินโลกจะบูชาสัตว์ร้ายนั้น เว้นแต่คนทั้งปวงที่มีชื่อจดไว้ในหนังสือแห่งชีวิตของพระเมษโปดกผู้ทรงถูกปลงพระชนม์ ซึ่งบันทึกไว้ตั้งแต่แรกทรงสร้างโลก 13สัตว์ร้ายนี้แสดงหมายสำคัญใหญ่  จนกระทำให้ไฟตกลงมาจากฟ้าสู่แผ่นดินโลกประจักษ์แก่ตามนุษย์ทั้งหลาย"

- วว.16:13-14 "13และข้าพเจ้าเห็นผีโสโครกสามตนรูปร่างคล้ายกบ ออกมาจากปากพญานาค ออกจากปากสัตว์ร้ายนั้น และออกจากปากคนที่ปลอมตัวเป็นผู้เผยพระวจนะ 14ด้วยว่าผีเหล่านั้นเป็นผีร้ายกระทำหมายสำคัญ มันออกไปหากษัตริย์ทั้งปวงทั่วพิภพ เพื่อให้บรรดากษัตริย์เหล่านั้นร่วมกันทำสงคราม ในวันยิ่งใหญ่ของพระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพสูงสุด"
- วว.19:20 "สัตว์ร้ายนั้นถูกจับพร้อมด้วยคนที่ปลอมตัวเป็นผู้เผยพระวจนะ ที่ได้กระทำหมายสำคัญต่อหน้าสัตว์ร้ายนั้น และใช้หมายสำคัญนั้นล่อลวงคนทั้งหลาย ที่ได้รับเครื่องหมายของสัตว์ร้ายนั้น และบูชารูปของมัน สัตว์ร้ายและคนที่ปลอมตัวเป็นผู้เผยพระวจนะ ถูกทิ้งทั้งเป็นลงในบึงไฟที่ไหม้ด้วยกำมะถัน"
- และไม่ต้องสงสัยว่า อำนาจนี้บางครั้งได้ช่วยเหลือให้คนอธรรมมีความมั่งคั่ง
- สดด.10:2-6 "2คนอธรรมไล่กวดคนยากจนอย่างทะนงองอาจ ขอให้เขาติดกับคือบ่วงแร้วแห่งอุบายที่เขาคิดขึ้นนั้น 3เพราะคนอธรรมอวดถึงสิ่งที่ใจเขาอยากได้นั้นและคนที่โลภมากในกำไรก็แช่งด่าและประณามพระเจ้า 4เพราะความทะนงตัว คนอธรรมกล่าวว่า "พระเจ้าไม่ทรงลงโทษ" ความคิดทั้งสิ้นของเขาคือ "ไม่มีพระเจ้า" 5วิธีการของคนอธรรมจำเริญอยู่ทุกเวลา การพิพากษาของพระองค์อยู่สูงพ้นสายตาของเขา เขาพ่นความร้ายใส่บรรดาคู่อริของเขา 6โดยคิดในใจของเขาว่า "ข้าจะไม่หวั่นไหว ตลอดทุกชั่วชาตพันธุ์ของข้าจะไม่พบความยากลำบากเลย"
- สดด.37:16,35 "16เล็กๆ น้อยๆ ที่คนชอบธรรมมี ก็ดีกว่า ความอุดมสมบูรณ์ของคนอธรรมเป็นอันมาก, 35ข้าพเจ้าเห็นคนอธรรมมีอำนาจมากยิ่ง และสูงเด่นอย่างต้นสนสีดาร์แห่งเลบานอน"
- สดด.49:6 "คนผู้วางใจในทรัพย์ศฤงคารของตัว และอวดอ้างความมั่งคั่งอันอุดมของตน"
- สดด.73:3-12 "3เพราะข้าพเจ้าริษยาคนจองหอง เมื่อข้าพเจ้าเห็นความเจริญรุ่งเรืองของคนอธรรม 4เพราะเขาทั้งหลายไม่มีความเจ็บปวด ร่างกายเขาปกติและสมบูรณ์ 5เขาทั้งหลายไม่ลำบากอย่างคนอื่นๆ เขาทั้งหลายไม่รับภัยอย่างคนอื่นๆ 6เพราะฉะนั้นความเย่อหยิ่งจึงเป็นสร้อยคอของเขาความทารุณคลุมเขาไว้อย่างเครื่องแต่งกาย 7ตาของเขาพองด้วยความอ้วนพี จิตใจของเขามีแผนการชั่วอย่างล้นหลาม 8เขาเย้ยและพูดด้วยความมุ่งร้าย เขาใฝ่สูงขู่ว่าจะบีบบังคับ 9เขาอ้าปากสู้ฟ้าสวรรค์ และลิ้นของเขาก็คะนองไปในโลก 10ประชาชนของพระองค์จึงหันกลับมา และเขาทั้งหลายดื่มน้ำแห่งความบริบูรณ์ 11และเขาทั้งหลายพูดว่า "พระเจ้าทรงทราบได้อย่างไรพระเจ้าผู้สูงสุดมีความรู้หรือ" 12ดูเถิดคนอธรรมเป็นเช่นนี้แหละ อยู่อย่างสบายเสมอ และร่ำรวยขึ้น"

2.3 ความสัมพันธ์ระหว่างการกราบไหว้รูปเคารพกับผีปิศาจนั้นเห็นได้ชัดมากขึ้นเมื่อเราพิจารณาโดยละเอียดว่าแนวทางปฏิบัติของศาสนาต่างชาตินั้นเกี่ยวโยงกับการเชื่อผี พ่อมดแม่มด การทำนาย การทำเสน่ห์ เวทมนต์คาถา การเข้าทรง และสิ่งอื่นๆ ที่คล้ายคลึงกัน

- 2พกษ.21:3-6 "3เพราะพระองค์ทรงสร้างปูชนียสถานสูง ซึ่งเฮเซคียาห์พระราชบิดาของพระองค์ทรงทำลายเสียนั้นขึ้นใหม่ และพระองค์ทรงสร้างแท่นบูชาสำหรับพระบาอัล และทรงสร้างอาเชราห์ ดังที่อาหับพระราชาแห่งอิสราเอลทรงกระทำ และทรงนมัสการบริวารทั้งสิ้นของฟ้าสวรรค์ และปรนนิบัติพระเหล่านั้น 4และพระองค์ทรงสร้างแท่นบูชาในพระนิเวศของพระเจ้า ซึ่งพระเจ้าได้ตรัสว่า "เราจะบรรจุชื่อของเราไว้ในเยรูซาเล็ม" 5และพระองค์ได้สร้างแท่นบูชาสำหรับบริวารแห่งฟ้าสวรรค์ในลานทั้งสองของพระนิเวศแห่งพระเจ้า 6และพระองค์ได้ทรงเผาโอรสของพระองค์เป็นเครื่องบูชา ถือฤกษ์ยามเวทมนต์ คนทรง และแม่มด พระองค์ทรงกระทำความชั่วร้ายเป็นอันมากในสายพระเนตรพระเจ้า กระทำให้พระองค์ทรงพระพิโรธ"
- อสย.8:19 "และเมื่อเขาทั้งหลายกล่าวแก่พวกท่านว่า "จงปรึกษากับคนทรงและพ่อมดแม่มดผู้ร้องเสียงจ๊อกแจ๊กและเสียงพึมพำ" ไม่ควรที่ประชาชนจะปรึกษากับพระเจ้าของเขาหรือ ควรเขาจะไปปรึกษาคนตายเพื่อคนเป็นหรือ"
- ฉธบ.18:9-11 9"เมื่อท่านทั้งหลายเข้าไปในแผ่นดินซึ่งพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านประทานแก่ท่าน ท่านอย่าเรียนรู้ที่จะกระทำสิ่งพึงรังเกียจตามประชาชาติเหล่านั้น 10อย่าให้มีคนหนึ่งคนใดในหมู่พวกท่านซึ่งให้บุตรชายหรือบุตรหญิงของเขาลุยไฟ อย่าให้ผู้ใดเป็นคนทำนาย เป็นหมอดู เป็นหมอจับยามดูเหตุการณ์ หรือเป็นนักวิทยาคม 11เป็นหมอผี เป็นคนทรง เป็นพ่อมด แม่มด หรือเป็นหมอพราย"
- วว.9:21 "และเขาก็มิได้สำนึกผิดในการฆ่าฟันกัน และการเชื่อเวทมนตร์ การล่วงประเวณี และการลักขโมย"

- ตามที่กล่าวในพระคัมภีร์ การปฏิบัติในสิ่งลึกลับเหล่านี้ได้รวมเอาการเคารพสักการะผีปิศาจเข้าไว้ด้วย
- ตัวอย่างเช่น เมื่อซาอูลบอกให้หญิงคนทรงที่บ้านเอนโดร์เรียกซามูเอลขึ้นมาจากความตาย เธอได้เห็นวิญญาณ "ขึ้นมาจากพื้นดิน" ซึ่งปรากฏว่าเป็นซามูเอล (1ซมอ.28:8-14) เธอคาดหวังว่าผีปิศาจจะออกมาจากพื้นดิน แต่ปรากฏว่าไม่ใช่จึงตกใจ (1ซมอ.28:12)

2.4 พระคัมภีร์ใหม่เรียกความโลภว่าเป็นการนับถือรูปเคารพ

- คส.3:5 "เหตุฉะนั้นจงประหารโลกียวิสัยในตัวท่านเสีย มีการล่วงประเวณี การโสโครก ราคะตัณหา ความปรารถนาชั่ว และความโลภ ซึ่งเป็นการนับถือรูปเคารพ"
- จุดเชื่อมของสองสิ่งนี้นั้นชัดเจน เพราะผีปิศาจนั้นสามารถให้ผลประโยชน์ด้านวัตถุ คนที่ไม่พึงพอใจในสิ่งที่ตนมีแต่มีความโลภอยากได้มากยิ่งขึ้นก็จะไม่ลังเลใจที่จะมอบความจงรักภักดีให้กับกฎเกณฑ์และความปรารถนาของวิญญาณเหล่านั้นที่สามารถให้ในสิ่งที่เขาต้องการ
- แม้ว่าคนเหล่านั้นอาจจะไม่ได้นมัสการพระเจ้าที่ทำด้วยไม้และก้อนหิน แต่ในความเป็นจริงเขาได้นมัสการผีปิศาจที่อยู่เบื้องหลังความโลภและความปรารถนาของมาร ดังนั้นพวกเขาจึงเป็นพวกกราบไหว้รูปเคารพ
- ฉะนั้น คำกล่าวของพระเยซูที่ว่า เราจะ "ปฏิบัติพระเจ้าและจะปฏิบัติเงินทองพร้อมกันไม่ได้" (มธ.6:24) จึงเป็นสิ่งเดียวกันกับคำเตือนของเปาโลที่ว่า ผู้เชื่อจะ "ดื่มจากถ้วยขององค์พระผู้เป็นเจ้าและจากถ้วยของปิศาจด้วยไม่ได้" (1คร.10:21)

 

3. การตอบสนองของพระเจ้าต่อการกราบไหว้รูปเคารพ

- พระเจ้าจะไม่ทรงอดทนต่อการกราบไหว้รูปเคารพทุกรูปแบบ

3.1 พระเจ้าทรงเตือนเรื่องนี้บ่อยมากในพระคัมภีร์เดิม

 

ก) ในบัญญัติสิบประการ สองข้อแรกกล่าวขัดขวางโดยตรงต่อการนมัสการพระอื่นใดนอกจากพระเจ้าของอิสราเอล

- อพย.20:3-4 3"อย่ามีพระเจ้าอื่นใดนอกเหนือจากเรา 4"อย่าทำรูปเคารพสำหรับตน เป็นรูปสิ่งใดซึ่งมีอยู่ในฟ้าเบื้องบน หรือบนแผ่นดินเบื้องล่าง หรือในน้ำใต้แผ่นดิน"

ข) คำเตือนนี้ถูกกล่าวย้ำในที่อื่นโดยพระเจ้า

- เช่น
- อพย.23:13,24 "13สิ่งทั้งปวงที่เราสั่งเจ้าไว้นั้นจงระวังถือให้ดี  และอย่าออกชื่อพระอื่นเลย  อย่าให้ได้ยินชื่อของพระเหล่านั้นออกจากปากของเจ้า, 24อย่ากราบไหว้พระของเขา หรือปรนนิบัติ หรือทำตามแบบอย่างที่พวกเขากระทำ แต่จงทำลายรูปเคารพของเขา และทุบเสาศักดิ์สิทธิ์ของเขาเสียให้แหลกละเอียด"
- อพย.34:14-17 "14(เจ้าอย่านมัสการพระอื่นเลย เพราะพระเจ้าผู้ทรงพระนามว่าหวงแหน เป็นพระเจ้าผู้ทรงหวงแหน) 15เกรงว่าเจ้าจะทำพันธสัญญากับชาวเมืองนั้น และเมื่อเขาเล่นชู้กับพระของเขา และถวายสัตวบูชาแก่รูปเคารพนั้น เขาจะเชิญพวกเจ้าไปร่วมด้วย และพวกเจ้าจะไปกินของที่เขาถวายบูชานั้น 16เกรงว่าเจ้าจะรับบุตรหญิงของเขามาเป็นภรรยาบุตรชายของเจ้า และบุตรหญิงของเขานั้นจะไปเล่นชู้กับพระของเขา และชักชวนให้บุตรชายของเจ้าไปเล่นชู้กับพระนั้นด้วย 17"เจ้าอย่าหล่อรูปพระไว้สำหรับตัวเองเลย"
- ฉธบ.4:23-24 "23จงระวังตัวให้ดี เกรงว่าท่านทั้งหลายจะลืมพันธสัญญาของพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านทั้งหลาย ซึ่งพระองค์ทรงกระทำไว้แก่ท่าน และสร้างรูปเคารพเป็นสัณฐานสิ่งหนึ่งสิ่งใด ซึ่งพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านทั้งหลายทรงห้ามไว้นั้น 24เพราะว่าพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านเป็นเพลิงที่เผาผลาญ เป็นพระเจ้าผู้ทรงหวงแหน"
- ฉธบ.6:14 "ท่านทั้งหลายอย่าติดตามพระอื่น ซึ่งเป็นพระของชนชาติทั้งหลายที่อยู่ล้อมรอบท่าน"
- ยชว.23:7 "เพื่อว่าท่านจะมิได้ปะปนกับประชาชาติเหล่านี้ ซึ่งเหลืออยู่ท่ามกลางท่านหรือออกชื่อพระของเขา หรือสาบานในนามพระของเขา หรือปรนนิบัติพระนั้นหรือกราบลงนมัสการพระนั้น"
- วนฉ.6:10 "และเราบอกกับเจ้าว่า "เราคือพระเยโฮวาห์พระเจ้าของเจ้า เจ้าอย่าเกรงกลัวพระของคนอาโมไรต์ ในแผ่นดินของเขาซึ่งเจ้าอาศัยอยู่นั้น" แต่เจ้าทั้งหลายหาได้ฟังเสียงของเราไม่""
- 2พกษ.17:35,37-38 "35ซึ่งพระเจ้าทรงกระทำพันธสัญญากับเขาทั้งหลาย และบัญชาแก่เขาว่า "เจ้าอย่ายำเกรงพระอื่นๆ หรือกราบนมัสการพระนั้น หรือปรนนิบัติ หรือถวายสัตวบูชาแก่พระนั้น, 37และกฎเกณฑ์ และกฎหมายและธรรม และพระบัญญัติซึ่งพระองค์ทรงจารึกให้แก่เจ้า เจ้าทั้งหลายจงระวังที่จะกระทำตามเสมอ เจ้าอย่ายำเกรงพระอื่นเลย 38เจ้าทั้งหลายอย่าลืมพันธสัญญา ซึ่งเราได้กระทำไว้กับเจ้าและอย่ายำเกรงพระอื่นเลย"

ค) คำสั่งที่เชื่อมโยงกับการไม่ให้ปรนนิบัติพระอื่นคือคำสั่งให้ทำลายรูปเคารพของคนนอกศาสนาในดินแดนคานาอัน

- อพย.23:34 "อย่ากราบไหว้พระของเขา หรือปรนนิบัติ หรือทำตามแบบอย่างที่พวกเขากระทำ แต่จงทำลายรูปเคารพของเขา และทุบเสาศักดิ์สิทธิ์ของเขาเสียให้แหลกละเอียด"
- อพย.34:13 "แต่เจ้าทั้งหลายจงทำลายแท่นบูชาและทุบเสาอันศักดิ์สิทธิ์ของเขาให้แหลกละเอียด และโค่นบรรดาอาเชริม ของเขาเสีย"
- ฉธบ.7:4-5 "4เพราะว่าจะทำให้บุตรชายของพวกเจ้าหันเหไปจากเราไปปฏิบัติพระอื่นๆ พระเจ้าจะทรงพระพิโรธต่อท่านทั้งหลายและจะทรงทำลายท่านเสียโดยเร็ว 5แต่จงกระทำแก่เขาทั้งหลายอย่างนี้ ท่านทั้งหลายจงทำลายแท่นบูชาของเขาเสีย และหักทำลายเสาศักดิ์สิทธิ์ของเขาเสีย จงโค่นอาเชริม ของเขาลงเสียและเผารูปเคารพแกะสลักของเขาเสียด้วยไฟ"
- ฉธบ.12:2-3 "2ท่านทั้งหลายจงทำลายสถานที่ซึ่งประชาชาติที่ท่านขับไล่ออกไปนั้นใช้เป็นที่ปรนนิบัติพระของเขา ซึ่งอยู่บนภูเขาสูงและบนเนินเขา และใต้ต้นไม้เขียวสดทุกต้น 3ท่านจงรื้อแท่นบูชาของเขา และทุ่มเสาศักดิ์สิทธิ์ของเขาให้แตกเป็นชิ้นๆ และเผาอาเชริมของเขาเสียด้วยไฟ ท่านจงฟันทำลายรูปแกะสลักอันเป็นรูปพระของเขาเสีย และลบชื่อของพระเหล่านั้นออกเสียจากที่นั่น"

3.2 ประวัติศาสตร์ของชนชาติอิสราเอลบ่อยครั้งมากที่เป็นประวัติศาสตร์แห่งการนมัสการรูปเคารพ

- พระเจ้าทรงมีพระพิโรธต่อประชากรของพระองค์ เพราะพวกเขาล้มเหลวที่จะทำลายรูปเคารพทั้งหมดในดินแดนแห่งพันธสัญญา และหันไปนมัสการพระเทียมเท็จแทนการนมัสการพระองค์
- พระองค์ทรงลงโทษพวกเขาด้วยการยอมให้ศัตรูพวกเขามีชัยและเข้าควบคุมพวกเขา

ก) พระธรรมผู้วินิจฉัยได้แสดงวัฏจักรที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก

- คือ อิสราเอลเริ่มต้นที่จะปรนนิบัติรูปเคารพของบรรดาประชาชาติที่พวกเขาไม่ได้ขับไล่ออกไปหมด จากนั้นพระเจ้าอนุญาตให้ศัตรูของพวกเขาเข้ามามีอำนาจเหนือเขา จากนั้นประชากรของพระเจ้าได้ร้องขอการช่วยเหลือจากพระองค์ พระองค์ได้ทรงได้ยินและส่งผู้วินิจฉัยมาปลดปล่อยพวกเขา

ข) การกราบไหว้รูปเคารพของอาณาจักรเหนือเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเกือบสองศตวรรษ

- ท้ายที่สุด ความอดทนของพระเจ้าได้สิ้นสุดลง พระองค์ได้ปล่อยให้อัสซีเรียมาทำลายเมืองหลวงของอิสราเอล(อาณาจักรเหนือ) และทำให้คนทั้งสิบเผ่ากระจัดกระจายไป
- 2พกษ.17:6-18 "6ในปีที่เก้าแห่งรัชกาลโฮเชยา พระราชาแห่งอัสซีเรียยึดได้เมืองสะมาเรีย และพระองค์ทรงนำชนอิสราเอลไปยังอัสซีเรียให้เขาอยู่ที่ฮาลาห์ และข้างแม่น้ำฮาโบร์ แม่น้ำเมืองโกซาน และในหัวเมืองแห่งชาวมาดัย 7ที่เป็นอย่างนั้น ก็เพราะประชาชนอิสราเอลได้กระทำบาปต่อพระเยโฮวาห์พระเจ้าของตน ผู้ทรงนำเขาออกจากแผ่นดินอียิปต์ จากพระหัตถ์ของฟาโรห์กษัตริย์แห่งอียิปต์ และได้เกรงกลัวพระอื่นๆ 8และได้ดำเนินตามกฎเกณฑ์แห่งประชาชาติทั้งหลาย ซึ่งพระเจ้าได้ทรงขับไล่ไปเสียให้พ้นหน้าประชาชนอิสราเอล และตามกฎเกณฑ์ซึ่งพระราชาแห่งอิสราเอลทรงนำเข้ามา 9และประชาชนอิสราเอลได้กระทำสิ่งที่ไม่ชอบต่อพระเยโฮวาห์พระเจ้าของตนอย่างลับๆ เขาได้สร้างปูชนียสถานสูงทั่วบ้านทั่วเมืองสำหรับตน ตั้งแต่ที่ที่มีหอคอยเหตุ กระทั่งถึงเมืองที่มีป้อม 10เขาได้ตั้งเสาศักดิ์สิทธิ์และอาเชริมบนเนินเขาสูงทุกแห่ง และใต้ต้นไม้เขียวทุกต้น 11ณ ที่นั่นเขาได้เผาเครื่องหอมบนปูชนียสถานสูงทั้งหมดนั้น ตามอย่างประชาชาติซึ่งพระเจ้าทรงกวาดไปเสียต่อหน้าเขาทั้งหลาย และเขาทั้งหลายได้กระทำสิ่งชั่วร้าย กระทำให้พระเจ้าทรงพระพิโรธ 12และเขาทั้งหลายปรนนิบัติรูปเคารพ ซึ่งพระเจ้าได้ตรัสแก่เขาแล้วว่า "เจ้าอย่ากระทำอย่างนี้" 13พระเจ้ายังทรงตักเตือนอิสราเอลและยูดาห์โดยผู้เผยวจนะทุกคน และโดยผู้ทำนายทุกคนว่า "จงหันกลับจากทางชั่วร้ายทั้งหลายของเจ้า และรักษาพระบัญญัติของเราและกฎเกณฑ์ของเรา ตามธรรมบัญญัติซึ่งเราได้บัญชาแก่บรรพบุรุษของเจ้า และซึ่งเราได้ส่งมายังเจ้าโดยผู้เผยพระวจนะผู้รับใช้ของเรา" 14เขาไม่ฟังแต่ดื้อดึง ดังบรรพบุรุษของเขาได้เป็นมาแล้ว ผู้ซึ่งมิได้เชื่อถือพระเยโฮวาห์พระเจ้าของเขา 15เขาทอดทิ้งกฎเกณฑ์ของพระองค์ และพันธสัญญาของพระองค์ ซึ่งได้ทรงกระทำไว้กับบรรพบุรุษของเขา และพระโอวาทซึ่งพระองค์ได้ทรงประทานแก่เขา เขาทั้งหลายติดตามรูปเคารพเท็จและกลายเป็นเท็จไป และเขาติดตามประชาชาติที่อยู่รอบๆ เขา ซึ่งพระเจ้าได้ทรงบัญชาเขามิให้เขากระทำตาม 16และเขาทั้งหลายได้ละทิ้งพระบัญญัติทั้งสิ้นของพระเยโฮวาห์พระเจ้าของตน และได้หล่อรูปเคารพสำหรับตนเป็นลูกโคสองตัว และเขาได้สร้างอาเชราห์ และนมัสการบรรดาบริวารของฟ้าสวรรค์ และปรนนิบัติพระบาอัล 17และเขาทั้งหลายได้ถวายบุตรชายหญิงของเขาให้ลุยไฟเป็นเครื่องบูชา และจับยามดูลาง และขายตัวเอง ในการกระทำความชั่วร้ายในสายพระเนตรพระเจ้า กระทำให้พระองค์ทรงพระพิโรธ 18เพราะฉะนั้นพระเจ้าทรงพระพิโรธต่ออิสราเอลยิ่งนัก และทรงให้เขาออกไปเสียจากสายพระเนตรของพระองค์ ไม่มีผู้ใดเหลืออยู่นอกจากเผ่ายูดาห์เท่านั้น"

ค) อาณาจักรใต้ของยูดาห์ได้มีกษัตริย์ที่ยำเกรงพระเจ้าหลายพระองค์ เช่น เฮเซคียาห์และโยสิยาห์ แต่เพราะว่ากษัตริย์ที่ชั่วร้ายอย่างมนัสเสห์ การกราบไหว้รูปเคารพได้เข้ามาตั้งอย่างมั่นคงในประเทศ

- 2พกษ.21:1-9 "1มนัสเสห์มีพระชนมายุสิบสองพรรษาเมื่อพระองค์ขึ้นครอบครอง และพระองค์ทรงครอบครองในกรุงเยรูซาเล็มห้าสิบห้าปี พระมารดาของพระองค์มีพระนามว่าเฮฟซีบาห์ 2และพระองค์ทรงกระทำสิ่งที่ชั่วร้ายในสายพระเนตรพระเจ้า ตามการกระทำอันน่าเกลียดน่าชังแห่งประชาชาติ ซึ่งพระเจ้าทรงขับไล่ให้ออกไปให้พ้นหน้าประชาชนอิสราเอล 3เพราะพระองค์ทรงสร้างปูชนียสถานสูง ซึ่งเฮเซคียาห์พระราชบิดาของพระองค์ทรงทำลายเสียนั้นขึ้นใหม่ และพระองค์ทรงสร้างแท่นบูชาสำหรับพระบาอัล และทรงสร้างอาเชราห์ ดังที่อาหับพระราชาแห่งอิสราเอลทรงกระทำ และทรงนมัสการบริวารทั้งสิ้นของฟ้าสวรรค์ และปรนนิบัติพระเหล่านั้น 4และพระองค์ทรงสร้างแท่นบูชาในพระนิเวศของพระเจ้า ซึ่งพระเจ้าได้ตรัสว่า "เราจะบรรจุชื่อของเราไว้ในเยรูซาเล็ม" 5และพระองค์ได้สร้างแท่นบูชาสำหรับบริวารแห่งฟ้าสวรรค์ในลานทั้งสองของพระนิเวศแห่งพระเจ้า 6และพระองค์ได้ทรงเผาโอรสของพระองค์เป็นเครื่องบูชา ถือฤกษ์ยามเวทมนต์ คนทรง และแม่มด พระองค์ทรงกระทำความชั่วร้ายเป็นอันมากในสายพระเนตรพระเจ้า กระทำให้พระองค์ทรงพระพิโรธ 7ส่วนอาเชราห์อันเป็นรูปเคารพสลักนั้น พระองค์ทรงตั้งไว้ในพระนิเวศของพระเจ้า ผู้ซึ่งตรัสกับดาวิดและซาโลมอนโอรสของพระองค์ว่า "ในนิเวศนี้และในเยรูซาเล็ม ซึ่งเราได้เลือกออกจากเผ่าทั้งสิ้นของอิสราเอล เราจะบรรจุนามของเราไว้เป็นนิตย์ 8เราจะไม่เป็นเหตุให้เท้าของอิสราเอลพเนจรออกไปจากแผ่นดิน ซึ่งเราได้ให้กับบรรพบุรุษของเขาอีก ถ้าเขาเพียงแต่ระมัดระวังที่จะกระทำตามทุกอย่าง ซึ่งเราได้บัญชาเขาและตามธรรมบัญญัติทั้งสิ้น ซึ่งโมเสสผู้รับใช้ของเราบัญชาเขา" 9แต่เขามิได้ฟัง และมนัสเสห์ได้ชักจูงเขาให้กระทำชั่วมากยิ่งไปกว่าบรรดาประชาชาติ ซึ่งพระเจ้าทรงทำลายเสียต่อหน้าประชาชนอิสราเอลได้เคยกระทำแล้วเสียอีก"

- ผลที่เกิดขึ้น พระเจ้าได้ตรัสผ่านทางผู้เผยพระวจนะว่ากรุงเยรูซาเล็มจะถูกทำลาย
- 2พกษ.21:10-16 "10และพระเจ้าตรัสโดยผู้เผยพระวจนะผู้รับใช้ของพระองค์ว่า 11"เพราะมนัสเสห์พระราชาแห่งยูดาห์ได้กระทำการน่าเกลียดน่าชังเหล่านี้ และได้กระทำสิ่งชั่วร้ายมากยิ่งกว่าคนอาโมไรต์ได้กระทำทั้งสิ้น ผู้ซึ่งอยู่ก่อนพระองค์และได้ทรงกระทำให้ยูดาห์ทำบาปมากด้วยรูปเคารพของพระองค์ 12เพราะฉะนั้นพระเยโฮวาห์พระเจ้าแห่งอิสราเอลตรัสดังนี้ว่า ดูเถิด เรากำลังนำเหตุร้ายมาถึงเยรูซาเล็มและยูดาห์ อย่างที่ทุกคนซึ่งได้ยินแล้วหูทั้งสองของเขาจะอื้อไป 13และเราจะเอาเชือกอย่างที่วัดกรุงสะมาเรียขึงเหนือกรุงเยรูซาเล็ม และใช้ลูกดิ่งอย่างที่วัดราชวงศ์อาหับและเราจะล้างเยรูซาเล็มอย่างเขาล้างชามล้างและพลิกคว่ำ 14และเราจะเหวี่ยงมรดกส่วนที่เหลือของเราออกไปเสีย และมอบเขาไว้ในมือศัตรูของเขา และเขาทั้งหลายจะเป็นเหยื่อและเป็นของริบของศัตรูทั้งสิ้นของเขา 15เพราะเขาได้กระทำสิ่งที่ชั่วร้ายในสายตาของเรา และได้กระทำให้เราโกรธ ตั้งแต่วันที่บรรพบุรุษของเขาออกจากอียิปต์กระทั่งถึงทุกวันนี้" 16ยิ่งกว่านั้นอีกมนัสเสห์ได้ทรงกระทำให้โลหิตไร้ความผิดตกมาก จนเต็มเยรูซาเล็มจากข้างหนึ่งถึงอีกข้างหนึ่ง นอกเหนือจากบาปที่พระองค์ทรงกระทำให้ยูดาห์ทำด้วย โดยประพฤติสิ่งที่ชั่วร้ายในสายพระเนตรพระเจ้า"
- แม้จะมีคำเตือนเช่นนี้ การกราบไหว้รูปเคารพก็ยังดำเนินต่อไป จนกระทั่งพระเจ้าได้ทำให้คำพยากรณ์ของพระองค์สำเร็จผ่านทางกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์แห่งบาบิโลน ผู้ซึ่งมายึดกรุงเยรูซาเล็ม เผาพระวิหารและปล้นเมือง
- 2พกษ.25

3.3 พระคัมภีร์ใหม่ก็ได้เตือนผู้เชื่อไม่ให้กราบไหว้รูปเคารพ

 

ก) การกราบไหว้รูปเคารพมีหลายรูปแบบในยุคปัจจุบัน

- ที่ปรากฏชัดเจนคือศาสนาเทียมเท็จในโลก เช่นเดียวกับพวกพ่อมดหมอผี ลัทธิบูชาซาตาน และลัทธิสอนผิดในรูปแบบอื่นๆ
- เราจะพบทั้งชายและหญิงในทุกแห่งที่อุทิศตัวเองให้กับความโลภและวัตถุนิยมมากกว่าที่จะเชื่อวางใจในพระเจ้าแต่เพียงผู้เดียว
- กระทั่งในคริสตจักร คนของพระเจ้าก็มีความเชื่อว่าในเวลาเดียวกันพวกเขาสามารถรับใช้พระเจ้าและมีประสบการณ์ในความรอดและพระพรของพระองค์ และยังสามารถมีส่วนร่วมกับพฤติกรรมที่ผิดศีลธรรมและชั่วร้ายของโลก

ข) ดังนั้น พระคัมภีร์ใหม่จึงได้เตือนสติเราไม่ให้มีความโลภอยากได้และทำผิดศีลธรรม

- คส.3:5 "เหตุฉะนั้นจงประหารโลกียวิสัยในตัวท่านเสีย มีการล่วงประเวณี การโสโครก ราคะตัณหา ความปรารถนาชั่ว และความโลภ ซึ่งเป็นการนับถือรูปเคารพ"
- มธ.6:19-24 19"อย่าส่ำสมทรัพย์สมบัติไว้สำหรับตัวในโลก ที่อาจเป็นสนิมและที่แมลงกินเสียได้ และที่ขโมยอาจขุดช่องลักเอาไปได้ 20แต่จงส่ำสมทรัพย์สมบัติไว้ในสวรรค์ ที่ไม่มีแมลงจะกินและไม่มีสนิมจะกัด และที่ไม่มีขโมยขุดช่องลักเอาไปได้ 21เพราะว่าทรัพย์สมบัติของท่านอยู่ที่ไหน ใจของท่านก็อยู่ที่นั่นด้วย 22"ตาเป็นประทีปของร่างกาย เหตุฉะนั้นถ้าตาของท่านปกติ ทั้งตัวก็พลอยสว่างไปด้วย 23แต่ถ้าตาของท่านผิดปกติ ทั้งตัวของท่านก็พลอยมืดไปด้วย เหตุฉะนั้นถ้าความสว่างซึ่งอยู่ในตัวท่านมืดไป ความมืดนั้นจะหนาทึบสักเพียงใดหนอ 24"ไม่มีผู้ใดเป็นข้าสองเจ้าบ่าวสองนายได้ เพราะว่าจะชังนายข้างหนึ่ง และจะรักนายอีกข้างหนึ่ง หรือจะนับถือนายฝ่ายหนึ่ง และจะดูหมิ่นนายอีกฝ่ายหนึ่ง ท่านจะปฏิบัติพระเจ้าและจะปฏิบัติเงินทองพร้อมกันไม่ได้"
- รม.7:7 "ถ้าเช่นนั้นเราจะว่าอย่างไร ว่าธรรมบัญญัติคือบาปหรือ หาเป็นเช่นนั้นไม่ แต่ว่าถ้ามิใช่เพราะธรรมบัญญัติแล้ว ข้าพเจ้าก็คงไม่รู้จักบาป เพราะว่าถ้าธรรมบัญญัติมิได้ห้ามว่า "อย่าโลภ" ข้าพเจ้าก็คงไม่รู้ว่าอะไรคือความโลภ"
- ฮบ.13:5-6 "5ท่านจงอย่าเป็นคนเห็นแก่เงิน จงพอใจในสิ่งที่ท่านมีอยู่ เพราะว่าพระองค์ได้ตรัสว่า เราจะไม่ละท่านหรือทอดทิ้งท่านเลย 6เหตุฉะนั้นเราทั้งหลายอาจกล่าวด้วยใจเชื่อมั่นว่า องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเป็นพระผู้ช่วยของข้าพเจ้าข้าพเจ้าจะไม่กลัว มนุษย์จะทำอะไรแก่ข้าพเจ้าได้เล่า"


- พระคัมภีร์ได้เตือนให้เราหนีจากการกราบไหว้รูปเคารพทุกรูปแบบ
- 1คร.10:14 "ดูก่อนท่านที่รัก เหตุฉะนั้นท่านจงหลีกเลี่ยงเสียจากการนับถือรูปเคารพ"
- 1ยน.5:21 "ลูกทั้งหลายเอ๋ย จงระวังรักษาตัว อย่าเกี่ยวข้องกับรูปเคารพ"


- พระเจ้าทรงสนับสนุนคำเตือนของพระองค์ด้วยคำกล่าวว่าผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกราบไหว้รูปเคารพในทุกรูปแบบจะไม่มีส่วนในแผ่นดินของพระองค์
- 1คร.6:9-10 "9ท่านไม่รู้หรือว่า คนอธรรมจะไม่มีส่วนในแผ่นดินของพระเจ้า อย่าหลงเลย คนล่วงประเวณี คนถือรูปเคารพ คนผิดผัวเมียเขา ลูกสวาท ชายเล่นลูกสวาท 10คนขโมย คนโลภ คนขี้เมา คนปากร้าย คนฉ้อโกง จะไม่ได้รับส่วนในแผ่นดินของพระเจ้า"
- กท.5:20-21 "20การนับถือรูปเคารพ การถือวิทยาคม การเป็นศัตรูกัน การวิวาทกัน การริษยากัน การโกรธกัน การใฝ่สูง การทุ่มเถียงกัน การแตกก๊กกัน 21การอิจฉากัน การเมาเหล้า การเล่นเป็นพาลเกเร และการอื่นๆ ในทำนองนี้อีกเหมือนที่ข้าพเจ้าได้เตือนท่านมาก่อน บัดนี้ข้าพเจ้าขอเตือนท่านเหมือนกับที่เคยเตือนมาแล้วว่า คนที่ประพฤติเช่นนั้นจะไม่มีส่วนในแผ่นดินของพระเจ้า"
- วว.22:15 "ภายนอกนั้นมีสุนัข คนใช้เวทมนตร์ คนล่วงประเวณี คนฆ่ามนุษย์ คนไหว้รูปเคารพ ทุกคนที่รักการมุสาและประพฤติตาม"

ขอให้พระเกียรติทั้งสิ้นจงมีแด่พระเจ้า
ไม่สงวนลิขสิทธิ์โดย คริสเตียน มช. (Christian CMU)
แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ 17 มีนาคม 2010 เวลา 17:34 น.