|
บทเรียนพระคัมภีร์_การรักษาโรคโดยพระเจ้า |
|
|
|
|
เขียนโดย Webmaster
|
|
วันพฤหัสบดีที่ 24 มิถุนายน 2010 เวลา 10:13 น. |
บทเรียนพระคัมภีร์ เรื่อง การรักษาโรคโดยพระเจ้า
 โดย webmaster ของ www.christiancmu.com
- มธ.8:16-17 "16พอค่ำลง เขาพาคนผีเข้าสิงเป็นอันมากมาหาพระองค์ พระองค์ก็ทรงขับผีออกด้วยพระดำรัส และบรรดาคนเจ็บป่วยทั้งหลายนั้น พระองค์ก็ได้ทรงรักษาให้หาย 17ทั้งนี้เพื่อจะให้สำเร็จตามพระวจนะโดยอิสยาห์ผู้เผยพระวจนะที่ว่า ท่านได้แบกความเจ็บไข้ของเราทั้งหลาย และหอบโรคของเราไป"
1. แผนงานแห่งการไถ่ของพระเจ้า 1.1 ปัญหาเรื่องความเจ็บป่วยและโรคภัยไข้เจ็บนั้นเกี่ยวข้องกับความบาป - นั่นคือ ความเจ็บป่วยเป็นผลสืบเนื่องจากการล้มลงในความบาปของมนุษย์ - ในขณะที่ทางวิทยาศาสตร์การแพทย์มีมุมมองว่าสาเหตุของความเจ็บป่วยและโรคภัยไข้เจ็บนั้นเกิดจากปัญหาทางกายภาพกับทางจิตใจ แต่พระคัมภีร์กล่าวว่าแท้จริงสาเหตุมาจากปัญหาฝ่ายวิญญาณ
(ก) บาป - บาปส่งผลต่อองค์ประกอบด้านกายภาพและจิตวิญญาณของเรา - ยอห์น 5:5 "ที่นั่นมีชายคนหนึ่งป่วยมาสามสิบแปดปีแล้ว" - ยอห์น 5:14 "ภายหลัง พระเยซูได้ทรงพบคนนั้นในบริเวณพระวิหารและตรัสกับเขาว่า 'นี่แน่ะ เจ้าหายโรคแล้ว อย่าทำบาปอีก มิฉะนั้นเหตุร้ายกว่านั้นจะเกิดกับเจ้า'"
(ข) ซาตาน - กิจการ 10:38 "คือเรื่องพระเยซูชาวนาซาเร็ธ ว่าพระเจ้าได้ทรงเจิมพระองค์ด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ และด้วยฤทธานุภาพอย่างไร และพระเยซูเสด็จไปกระทำคุณประโยชน์ และรักษาบรรดาคนซึ่งถูกมารเบียดเบียน เพราะว่าพระเจ้าทรงสถิตกับพระองค์" - เกี่ยวข้องกับ มาระโก 9:17 "มีคนหนึ่งในหมู่ประชาชนทูลตอบพระองค์ว่า 'อาจารย์เจ้าข้า ข้าพเจ้าได้พาบุตรชายของข้าพเจ้ามาหาท่านเพราะผีใบ้เข้าสิง'" - มาระโก 9:20 "เขาก็พาเด็กนั้นมาหาพระองค์ และเมื่อเห็นพระองค์แล้ว ในทันใดนั้น ผีนั้นจึงทำให้เขาชัก ล้มลงกลิ้งเกลือกที่ดิน มีน้ำลายฟูมปาก" - มาระโก 9:25 "เมื่อพระเยซูทรงเห็นประชาชนกำลังวิ่งเข้ามา พระองค์ตรัสสำทับผีโสโครกนั้นว่า 'อ้ายผีใบ้หูหนวก เราสั่งเอ็งให้ออกจากเขา อย่าได้กลับเข้าสิงเขาอีกเลย'" - ลูกา 13:11 "และมีหญิงคนหนึ่งซึ่งมีผีเข้าสิงทำให้เป็นโรคสิบแปดปีมาแล้ว หลังโกง ยืดตัวขึ้นไม่ได้เลย" - กิจการ 19:11-12 "11พระองค์จึงตรัสกับเขาว่า 'จงลุกขึ้นไปที่ถนนที่เรียกว่าถนนตรง ถามหาชายคนหนึ่งชื่อเซาโลชาวเมืองทาร์ซัสอยู่ในตึกของยูดาส เพราะดูเถิดเขากำลังอธิษฐานอยู่ 12และเขาได้เห็นคนหนึ่งชื่ออานาเนีย เข้ามาวางมือบนเขา เพื่อเขาจะเห็นได้อีก'"
1.2 การจัดสรรของพระเจ้าสำหรับการไถ่นั้นครอบคลุมไปถึงทุกสิ่งที่เสื่อมถอยไป - ในเรื่องของความบาปนั้น พระเจ้าได้จัดเตรียมการให้อภัย สำหรับความตาย พระเจ้าได้เตรียมการเป็นขึ้นมาจากความตายและชีวิตนิรันดร์ และสำหรับความเจ็บป่วย พระเจ้าได้จัดเตรียมการรักษาไว้ - สดุดี 103:1-5 "1จิตใจของข้าเอ๋ย จงถวายสาธุการแด่พระเจ้า และทั้งสิ้นที่อยู่ภายในข้า จงถวายสาธุการแด่พระนามบริสุทธิ์ของพระองค์ 2จิตใจของข้าเอ๋ย จงถวายสาธุการแด่พระเจ้า และอย่าลืมพระราชกิจอันมีพระคุณทั้งสิ้นของพระองค์ 3ผู้ทรงอภัยความบาปผิดทั้งสิ้นของท่าน ผู้ทรงรักษาโรคทั้งสิ้นของท่าน 4ผู้ทรงไถ่ชีวิตของท่านมาจากปากแดนผู้ตาย ผู้ทรงสวมความรักมั่นคงและพระกรุณาให้ท่าน 5ผู้ทรงให้ท่านอิ่มด้วยของดี ตลอดชีวิตของท่าน วัยหนุ่มของท่านจึงกลับคืนมาใหม่อย่างวัยนกอินทรี" - ลูกา 4:18 "พระวิญญาณแห่งพระเป็นเจ้าทรงอยู่เหนือข้าพเจ้า เพราะว่าพระองค์ได้ทรงเจิมตั้งข้าพเจ้าไว้ เพื่อนำข่าวดีมายังคนยากจน พระองค์ได้ทรงใช้ข้าพเจ้าให้ร้องประกาศอิสรภาพแก่บรรดาเชลย ให้ประกาศแก่คนตาบอดว่าจะได้เห็นอีก ให้ปล่อยผู้ถูกบีบบังคับเป็นอิสระ" - ลูกา 5:17-26 "17คราวนั้นวันหนึ่งเมื่อพระองค์ทรงสั่งสอนอยู่ มีพวกฟาริสีและพวกบาเรียนนั่งอยู่ด้วย เป็นผู้มาจากทุกหมู่บ้านในแคว้นกาลิลี แคว้นยูเดียและจากกรุงเยรูซาเล็ม ฤทธิ์เดชของพระเป็นเจ้าก็อยู่ในพระองค์ เพื่อจะรักษาเขาให้หายโรค 18และดูเถิด มีผู้หามคนง่อยคนหนึ่งนอนบนที่นอน และเขาหาช่องที่จะหามคนง่อยนั้นเข้ามาวางลงตรงพระพักตร์ของพระองค์ 19เมื่อหาช่องเอาเข้ามาไม่ได้เพราะคนมาก เขาจึงขึ้นไปบนดาดฟ้าหลังคาตึก หย่อนคนง่อยลงมาทั้งที่นอน ตามช่องกระเบื้องตรงกลางหมู่คน ต่อพระพักตร์พระเยซู 20เมื่อพระองค์ทรงเห็นความเชื่อของเขาทั้งหลาย พระองค์จึงตรัสกับคนง่อยว่า "บุรุษเอ๋ย บาปของเจ้าได้รับอภัยแล้ว" 21ฝ่ายพวกธรรมาจารย์และพวกฟาริสีคิดในใจว่า "คนนี้ที่พูดหมิ่นประมาทพระเจ้าเป็นผู้ใดเล่า ใครจะยกความผิดบาปได้เว้นแต่พระเจ้าเท่านั้น" 22แต่เมื่อพระเยซูทรงทราบความคิดของเขา พระองค์จึงตรัสแก่เขาว่า "ไฉนท่านทั้งหลายจึงคิดในใจอย่างนี้ 23ที่จะว่า 'บาปทั้งปวงของเจ้าได้รับอภัยแล้ว' และจะว่า 'จงลุกขึ้นเดินไปเถิด' นั้น ข้างไหนจะง่ายกว่ากัน 24แต่เพื่อท่านทั้งหลายจะได้รู้ว่า บุตรมนุษย์มีสิทธิอำนาจในโลกที่จะโปรดยกความผิดบาปได้' (พระองค์จึงตรัสสั่งคนง่อยว่า) 'เราสั่งเจ้าว่า จงลุกขึ้นยกที่นอนไปบ้านของเจ้าเถิด' 25ในทันใดนั้นเขาจึงลุกขึ้นต่อหน้าคนทั้งปวง ยกที่นอนซึ่งเขาได้นอนนั้นกลับไปบ้านของตน พลางร้องสรรเสริญพระเจ้า 26คนทั้งปวงก็อัศจรรย์ใจมากยิ่งนัก และได้สรรเสริญพระเจ้า ต่างเต็มไปด้วยความกลัว และพูดว่า 'วันนี้เราได้เห็นสิ่งแปลกประหลาด'" - ยากอบ 5:14-15 "14มีผู้ใดในพวกท่านเจ็บป่วยหรือ จงให้ผู้นั้นเชิญบรรดาผู้ปกครองของคริสตจักรมา และให้ท่านเหล่านั้นอธิษฐานเพื่อเขา และเจิมเขาด้วยน้ำมันในพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้า 15และการอธิษฐานด้วยความเชื่อจะช่วยให้ผู้ป่วยรอดชีวิต และองค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงโปรดให้เขาหายโรคและถ้าเขาได้กระทำบาปพระองค์ก็จะทรงโปรดอภัยให้" - ดังนั้น ตลอดชีวิตของพระเยซูคริสต์ในโลก เราจะเห็นว่างานรับใช้ของพระองค์มี 3 ด้านคือ การสอนพระวจนะของพระเจ้า การประกาศเรื่องการกลับใจใหม่(เพื่อแก้ปัญหาบาป)และพระพรแห่งอาณาจักรพระเจ้า(ชีวิต) และการเยียวยารักษาในทุกโรคภัยและความเจ็บป่วยท่ามกลางประชาชน - มัทธิว 4:23-24 "23พระเยซูได้เสด็จไปทั่วแคว้นกาลิลี ทรงสั่งสอนในธรรมศาลาของเขา ทรงประกาศข่าวประเสริฐเรื่องแผ่นดินของพระเจ้า และทรงรักษาโรคภัยไข้เจ็บของชาวเมืองให้หาย 24กิตติศัพท์ของพระองค์ก็เลื่องลือไปทั่วประเทศซีเรีย เขาจึงพาคนป่วยเป็นโรคต่างๆคนที่ทนทุกข์เวทนา คนผีเข้า คนเป็นลมบ้าหมูและคนเป็นอัมพาตมาหาพระองค์ พระองค์ก็ทรงรักษาเขาให้หาย"
2. การสำแดงเกี่ยวกับน้ำพระทัยของพระเจ้า - น้ำพระทัยของพระเจ้าที่เกี่ยวข้องกับการรักษาโรคนั้นถูกสำแดงใน 4 ทางหลักๆ ในพระคัมภีร์
2.1 ถ้อยแถลงของพระเจ้าเอง - ในอพยพ 15:26 พระเจ้าทรงสัญญาถึงสุขภาพที่ดีและการเยียวยารักษาสำหรับประชากรของพระองค์ ถ้าพวกเขารักษาความสัตย์ซื่อต่อพันธสัญญาและคำสั่งของพระองค์ - อพยพ 15:26 "พระองค์ตรัสว่า 'ถ้าเจ้าทั้งหลายฟังพระสุรเสียงของพระเจ้าของเจ้า และกระทำสิ่งที่ชอบในสายพระเนตรของพระองค์ เงี่ยหูฟังพระบัญญัติของพระองค์ และปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของพระองค์ทุกประการ แล้วโรคต่างๆ ซึ่งเราบันดาลให้เกิดแก่ชาวอียิปต์นั้น เราจะไม่ให้บังเกิดแก่พวกเจ้าเลย เพราะเราคือพระเจ้าแพทย์ของเจ้า'" - ถ้อยแถลงของพระเจ้านั้นมี 2 ส่วน
(ก) "โรคต่างๆ ซึ่งเราบันดาลให้เกิดแก่ชาวอียิปต์[ในฐานะการพิพากษา]นั้น เราจะไม่ให้บังเกิดแก่พวกเจ้าเลย"(ข) "เราคือพระเจ้าแพทย์ของเจ้า[ในฐานะพระผู้ไถ่]" - พระเจ้าทรงเป็นแพทย์หรือผู้รักษาประชากรของพระองค์ในพระคัมภีร์เดิมอย่างต่อเนื่อง เมื่อไรก็ตามที่พวกเขาแสวงหาพระองค์และเชื่อฟังพระวจนะของพระองค์อย่างจริงจัง - 2พงศ์กษัตริย์ 20:5 "จงกลับไปบอกเฮเซคียาห์เจ้านายแห่งประชากรของเราว่า พระเยโฮวาห์พระเจ้าของดาวิดบรรพบุรุษของเจ้า ตรัสดังนี้ว่า เราได้ยินคำอธิษฐานของเจ้าแล้ว เราได้เห็นน้ำตาของเจ้าแล้ว ดูเถิด เราจะรักษาเจ้าในวันที่สามเจ้าจะเข้าไปในพระนิเวศของพระเจ้า" - สุดดี 103:3 "ผู้ทรงอภัยความบาปผิดทั้งสิ้นของท่าน ผู้ทรงรักษาโรคทั้งสิ้นของท่าน"
2.2 งานรับใช้ของพระเยซู- พระเยซูในฐานะพระบุตรของพระเจ้าที่มาบังเกิดเป็นมนุษย์ เป็นผู้ที่สำแดงพระลักษณะของพระเจ้าอย่างชัดเจน - ฮีบรู 1:3 "พระบุตรทรงเป็นแสงสะท้อนพระสิริของพระเจ้า และทรงมีสภาวะเป็นพิมพ์เดียวกันกับพระองค์ และทรงผดุงโลกไว้ด้วยพระดำรัสอันทรงฤทธิ์ของพระองค์ เมื่อพระองค์ได้ทรงชำระบาปแล้ว ก็ได้ประทับ ณ เบื้องขวาของพระเจ้าเบื้องบน" - โคโลสี 1:15 "พระองค์ทรงเป็นพระฉายของพระเจ้า ผู้ซึ่งไม่ประจักษ์แก่ตา ทรงเป็นบุตรหัวปีเหนือสรรพสิ่งทั้งปวง" - โคโลสี 2:9 "เพราะว่าในพระองค์นั้น สภาพของพระเจ้าดำรงอยู่อย่างบริบูรณ์" - งานพันธกิจของพระเยซูบนโลก ได้สำแดงน้ำพระทัยของพระเจ้าออกเป็นการกระทำ เพื่อยืนยันว่าการรักษาคนเจ็บป่วยและคนที่ถูกผีเข้านั้นเป็นสิ่งที่อยู่ในพระทัย ในพระลักษณะ และพระประสงค์ของพระเจ้า - มัทธิว 4:23-24 "23พระเยซูได้เสด็จไปทั่วแคว้นกาลิลี ทรงสั่งสอนในธรรมศาลาของเขา ทรงประกาศข่าวประเสริฐเรื่องแผ่นดินของพระเจ้า และทรงรักษาโรคภัยไข้เจ็บของชาวเมืองให้หาย 24กิตติศัพท์ของพระองค์ก็เลื่องลือไปทั่วประเทศซีเรีย เขาจึงพาคนป่วยเป็นโรคต่างๆคนที่ทนทุกข์เวทนา คนผีเข้า คนเป็นลมบ้าหมูและคนเป็นอัมพาตมาหาพระองค์ พระองค์ก็ทรงรักษาเขาให้หาย" - มัทธิว 8:14-16 "14ครั้นพระเยซูเสด็จเข้าไปในเรือนของเปโตร ก็ทรงเห็นแม่ยายของเปโตรนอนป่วยจับไข้อยู่ 15พอพระองค์ทรงจับมือนาง ความไข้ก็หาย นางจึงลุกขึ้นปรนนิบัติพระองค์ 16พอค่ำลง เขาพาคนผีเข้าสิงเป็นอันมากมาหาพระองค์ พระองค์ก็ทรงขับผีออกด้วยพระดำรัส และบรรดาคนเจ็บป่วยทั้งหลายนั้น พระองค์ก็ได้ทรงรักษาให้หาย" - มัทธิว 9:35 "พระเยซูจึงเสด็จดำเนินไปตามนครและหมู่บ้านโดยรอบ ทรงสั่งสอนในธรรมศาลาของเขา ประกาศข่าวประเสริฐ แห่งแผ่นดินของพระเจ้า ทรงรักษาโรคและความป่วยไข้ทุกอย่างของพลเมืองให้หาย" - มัทธิว 15:28 "แล้วพระเยซูตรัสตอบเขาว่า "หญิงเอ๋ย ความเชื่อของเจ้าก็มาก ให้เป็นไปตามความปรารถนาของเจ้าเถิด" และลูกสาวของเขาก็หายเป็นปกติตั้งแต่ขณะนั้น" - มาระโก 1:32-34 "32เวลาเย็นวันนั้นครั้นตะวันตกแล้ว คนทั้งหลายพาบรรดาคนเจ็บป่วย และคนที่มีผีสิงมาหาพระองค์ 33และคนทั้งเมืองก็แตกตื่นมาออกันอยู่ที่ประตู 34พระองค์จึงทรงรักษาคนเป็นโรคต่างๆให้หายหลายคน และได้ทรงขับผีออกเสียหลายผี แต่ผีเหล่านั้นพระองค์ทรงห้ามมิให้พูด เพราะว่ามันรู้จักพระองค์" - มาระโก 1:40-41 "40คนโรคเรื้อนคนหนึ่งมาหาพระองค์ คุกเข่าลงทูลวิงวอนพระองค์ว่า 'เพียงแต่พระองค์จะโปรด ก็จะทรงบันดาลให้ข้าพระองค์หายโรคได้' 41พระเยซูทรงสงสารเขาจึงทรงยื่นพระหัตถ์ถูกต้องคนนั้น ตรัสแก่เขาว่า 'เราพอใจแล้ว จงหายเถิด'" - ลูกา 4:40 "ครั้นเวลาตะวันยอแสง ใครมีคนเจ็บเป็นโรคต่างๆ ก็พามาหาพระองค์ พระองค์ก็ทรงวางพระหัตถ์ถูกต้องเขาทุกคน ให้เขาหายโรค" - กิจการ 10:38 "คือเรื่องพระเยซูชาวนาซาเร็ธ ว่าพระเจ้าได้ทรงเจิมพระองค์ด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ และด้วยฤทธานุภาพอย่างไร และพระเยซูเสด็จไปกระทำคุณประโยชน์ และรักษาบรรดาคนซึ่งถูกมารเบียดเบียน เพราะว่าพระเจ้าทรงสถิตกับพระองค์" - ยอห์น 6:38 "เพราะว่าเราได้ลงมาจากสวรรค์ มิใช่เพื่อกระทำตามความประสงค์ของเราเอง แต่เพื่อกระทำตามพระประสงค์ของพระองค์ผู้ทรงใช้เรามา" - ยอห์น 14:10 "ท่านไม่เชื่อหรือว่า เราอยู่ในพระบิดาและพระบิดาทรงอยู่ในเรา คำซึ่งเรากล่าวแก่ท่านทั้งหลายนั้น เรามิได้กล่าวตามใจชอบ แต่พระบิดาผู้ทรงสถิตอยู่ในเรา ได้ทรงกระทำพระราชกิจของพระองค์"
2.3 การถวายพระองค์เองของพระเยซูเป็นเครื่องบูชาไถ่บาป - อิสยาห์ 53:4-5 "4แน่ทีเดียวท่านได้แบกความเจ็บไข้ของเราทั้งหลายและหอบความเจ็บปวดของเราไป กระนั้นเราทั้งหลายก็ยังถือว่าท่านถูกตี คือพระเจ้าทรงโบยตีและข่มใจ 5แต่ท่านถูกบาดเจ็บเพราะความทรยศของเราทั้งหลายท่านฟกช้ำเพราะความบาปผิดของเรา การตีสอนอันทำให้เราทั้งหลายสมบูรณ์นั้น ตกแก่ท่านที่ท่านต้องฟกช้ำนั้นก็ให้เราหายดี" - มัทธิว 8:16-17 "16พอค่ำลง เขาพาคนผีเข้าสิงเป็นอันมากมาหาพระองค์ พระองค์ก็ทรงขับผีออกด้วยพระดำรัส และบรรดาคนเจ็บป่วยทั้งหลายนั้น พระองค์ก็ได้ทรงรักษาให้หาย 17ทั้งนี้เพื่อจะให้สำเร็จตามพระวจนะโดยอิสยาห์ผู้เผยพระวจนะที่ว่า ท่านได้แบกความเจ็บไข้ของเราทั้งหลาย และหอบโรคของเราไป" - 1เปโตร 2:24 "พระองค์เองได้ทรงรับแบกบาปของเราไว้ในพระกายของพระองค์ ที่ต้นไม้นั้น เพื่อว่าเราทั้งหลายจะได้ตายจากบาปได้ และดำเนินชีวิตตามคลองธรรม ด้วยบาดแผลของพระองค์ ท่านทั้งหลายจึงได้รับการรักษาให้หาย" - การตายเพื่อไถ่บาปของพระเยซูนั้นสมบูรณ์และเพียงพอสำหรับการไถ่มนุษย์ทั้งด้านจิตวิญญาณ จิตใจและร่างกาย - ความบาปและความเจ็บป่วยถูกส่งมาเป็นคู่โดยซาตานเพื่อทำลายมนุษย์อย่างไร การให้อภัยและการเยียวยารักษาก็ถูกส่งมาเป็นคู่โดยพระเจ้าเพื่อไถ่และทำให้เราสมบูรณ์ - สดุดี 103:3 "ผู้ทรงอภัยความบาปผิดทั้งสิ้นของท่าน ผู้ทรงรักษาโรคทั้งสิ้นของท่าน" - ยากอบ 5:14-16 "14มีผู้ใดในพวกท่านเจ็บป่วยหรือ จงให้ผู้นั้นเชิญบรรดาผู้ปกครองของคริสตจักรมา และให้ท่านเหล่านั้นอธิษฐานเพื่อเขา และเจิมเขาด้วยน้ำมันในพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้า 15และการอธิษฐานด้วยความเชื่อจะช่วยให้ผู้ป่วยรอดชีวิต และองค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงโปรดให้เขาหายโรคและถ้าเขาได้กระทำบาปพระองค์ก็จะทรงโปรดอภัยให้ 16เหตุฉะนั้นท่านทั้งหลายจงสารภาพบาปต่อกันและกัน และจงอธิษฐานเพื่อกันและกัน เพื่อท่านทั้งหลายจะพ้นโรคภัย คำอธิษฐานของผู้ชอบธรรมนั้นมีพลังทำให้เกิดผล" - ผู้เชื่อควรรับเอาด้วยความถ่อมใจและด้วยความเชื่อในสิ่งที่พระเยซูได้ทำผ่านการถวายพระองค์เองเป็นค่าไถ่ความบาป ซึ่งได้รวมเอาการเยียวยารักษาฝ่ายร่างกายไว้ด้วย
2.4 งานรับใช้อย่างต่อเนื่องของคริสตจักร - พระเยซูได้มอบหมายให้ 12 สาวกรักษาคนเจ็บป่วยซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการประกาศเรื่องอาณาจักรของพระเจ้า - ลูกา 9:1-2 "1พระองค์ทรงเรียกสาวกสิบสองคนมาพร้อมกัน แล้วก็ประทานให้เขามีอำนาจเหนือผีทั้งปวง และรักษาโรคต่างๆ ให้หาย 2แล้วพระองค์ทรงใช้เขาไปประกาศแผ่นดินของพระเจ้า และรักษาคนป่วยเจ็บให้หาย" - ลูกา 9:6 "เหล่าสาวกจึงออกไปตามหมู่บ้าน ประกาศข่าวประเสริฐ และรักษาคนป่วยเจ็บทุกแห่งให้หาย" - จากนั้น พระองค์ได้มอบหมายให้สาวก 70 คนได้ทำในสิ่งเดียวกัน - ลูกา 10:1 "ภายหลังเหตุการณ์เหล่านั้นพระเยซูทรงตั้งสาวกอื่นอีกเจ็ดสิบคนไว้ และใช้เขาออกไปทีละสองคนๆให้ล่วงหน้าพระองค์ไปก่อน ให้เข้าไปทุกเมืองและทุกตำบลที่พระองค์จะเสด็จไปนั้น" - ลูกา 10:8-9 "8ถ้าท่านจะเข้าไปในเมืองใดๆ และเขารับรองท่านไว้จงกินของที่เขาตั้งให้ 9และจงรักษาคนป่วยในเมืองนั้นให้หาย และแจ้งแก่เขาว่า 'แผ่นดินของพระเจ้ามาใกล้ท่านทั้งหลายแล้ว'" - ลูกา 10:19 "ดูเถิด เราได้ให้พวกท่านมีอำนาจเหยียบงูร้ายและแมงป่อง และมีอำนาจใหญ่ยิ่งกว่ากำลังศัตรู ไม่มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดจะทำอันตรายแก่ท่านได้เลย" - หลังจากวันเพนเทคศเต คริสตจักรสมัยแรกได้ดำเนินพันธกิจแห่งการรักษาโรคอย่างต่อเนื่องในฐานะส่วนหนึ่งของการประกาศข่าวประเสริฐ - กิจการ 3:1-10 "1ฝ่ายเปโตรกับยอห์นกำลังขึ้นไปจะเข้าบริเวณพระวิหาร ในเวลาอธิษฐานเป็นเวลาบ่ายสามโมง 2มีคนหนึ่งเป็นง่อยตั้งแต่คลอดออกมา ทุกวันคนเคยหามเขามาวางไว้ริมประตูพระวิหาร ซึ่งมีชื่อว่าประตูงาม เพื่อให้ขอทานจากคนที่จะเข้าไปในพระวิหาร 3คนนั้นพอเห็นเปโตรกับยอห์นจะเข้าไปในพระวิหารก็ขอทาน 4ฝ่ายเปโตรกับยอห์นเพ่งดูเขาบอกว่า "จงดูเราเถิด" 5คนขอทานนั้นได้เขม้นดู คิดว่าจะได้อะไรจากท่าน 6เปโตรกล่าวว่า "เงินและทองเราไม่มี แต่ที่เรามีอยู่เราจะให้ท่าน คือในพระนามแห่งพระเยซูคริสต์ชาวนาซาเร็ธ จงเดินเถิด" 7แล้วเปโตรจับมือขวาของเขาพยุงขึ้น และในทันใดนั้นเท้าและข้อเท้าของเขาก็มีกำลัง 8เขาจึงกระโดดขึ้นยืนและเดินเข้าไปในพระวิหาร ด้วยกันกับเปโตรและยอห์น เดินเต้นโลดสรรเสริญพระเจ้าไป 9คนทั้งปวงเห็นเขาเดินและสรรเสริญพระเจ้า 10จึงรู้ว่าเป็นคนนั้นซึ่งนั่งขอทานอยู่ที่ประตูงามแห่งพระวิหาร เขาจึงพากันมีความประหลาดและอัศจรรย์ใจอย่างยิ่ง ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแก่คนนั้น" - กิจการ 4:30 "ในเมื่อพระองค์ได้ทรงเหยียดพระหัตถ์ของพระองค์ออกรักษาโรคให้หาย และได้โปรดให้หมายสำคัญกับการอัศจรรย์บังเกิดขึ้น โดยพระนามแห่งพระเยซูผู้รับใช้บริสุทธิ์ของพระองค์" - กิจการ 5:16 "ประชาชนได้ออกมาจากเมืองที่อยู่ล้อมรอบกรุงเยรูซาเล็ม พาคนป่วยและคนที่มีผีโสโครกเบียดเบียนมา และทุกคนก็หาย" - กิจการ 8:7 "ด้วยว่าผีโสโครกที่สิงอยู่ในคนหลายคนได้พากันร้องด้วยเสียงดัง แล้วออกมาจากคนเหล่านั้น และคนที่เป็นโรคอัมพาตกับคนง่อยก็หายเป็นปกติ" - กิจการ 9:34 "เปโตรจึงกล่าวแก่เขาว่า "ไอเนอัสเอ๋ย พระเยซูคริสต์ทรงโปรดท่านให้หายโรคได้ จงลุกขึ้นเก็บที่นอนของท่านเถิด" ในทันใดนั้นไอเนอัสได้ลุกขึ้น" - กิจการ 14:8-10 "8ที่เมืองลิสตรามีชายคนหนึ่งนั่งอยู่ใช้เท้าไม่ได้ เขาเป็นง่อยตั้งแต่กำเนิด ยังไม่เคยเดินเลย 9คนนั้นได้นั่งฟังเปาโลพูดอยู่ เปาโลจึงเขม้นดูเขา เห็นว่ามีความเชื่อพอจะหายโรคได้ 10จึงร้องสั่งด้วยเสียงอันดังว่า "จงลุกขึ้นยืนตรง" คนง่อยนั้นก็กระโดดขึ้นเดินไป" - กิจการ 19:11-12 "11พระเจ้าได้ทรงกระทำอิทธิฤทธิ์อันพิสดารด้วยมือของเปาโล 12จนเขานำเอาผ้าเช็ดหน้ากับผ้ากันเปื้อนจากตัวเปาโลไปวางที่ตัวคนป่วยไข้ โรคนั้นก็หายและผีร้ายก็ออกจากคน" - เชื่อมโยงกับ มาระโก 16:18 "เขาจะจับงูได้ ถ้าเขากินยาพิษอย่างใด จะไม่เป็นอันตรายแก่เขา และเขาจะวางมือบนคนไข้คนป่วย แล้วคนเหล่านั้นจะหายโรค" - 1โครินธ์ 12:9,28,30 "9และให้อีกคนหนึ่งมีความเชื่อ แต่เป็นพระวิญญาณองค์เดียวกัน และให้อีกคนหนึ่งมีความสามารถรักษาคนป่วยได้ แต่เป็นพระวิญญาณองค์เดียวกัน , 28และพระเจ้าได้ทรงโปรดตั้งบางคนไว้ในคริสตจักร คือหนึ่งอัครทูต สองผู้เผยพระวจนะ สามครูบาอาจารย์ แล้วต่อจากนั้นก็มีผู้กระทำการอันเป็นอิทธิฤทธิ์ ผู้รักษาโรค ผู้อุปการะ ผู้ครอบครอง และผู้รู้ภาษาแปลกๆ, 30ทุกคนได้รับของประทานให้รักษาโรคหรือ ทุกคนพูดภาษาแปลกๆหรือ ทุกคนแปลได้หรือ" - ยากอบ 5:14-16 "14มีผู้ใดในพวกท่านเจ็บป่วยหรือ จงให้ผู้นั้นเชิญบรรดาผู้ปกครองของคริสตจักรมา และให้ท่านเหล่านั้นอธิษฐานเพื่อเขา และเจิมเขาด้วยน้ำมันในพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้า 15และการอธิษฐานด้วยความเชื่อจะช่วยให้ผู้ป่วยรอดชีวิต และองค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงโปรดให้เขาหายโรคและถ้าเขาได้กระทำบาปพระองค์ก็จะทรงโปรดอภัยให้ 16เหตุฉะนั้นท่านทั้งหลายจงสารภาพบาปต่อกันและกัน และจงอธิษฐานเพื่อกันและกัน เพื่อท่านทั้งหลายจะพ้นโรคภัย คำอธิษฐานของผู้ชอบธรรมนั้นมีพลังทำให้เกิดผล" - พระคัมภีร์ได้บันทึก 3 วิธีการที่การเยียวยารักษาของพระเจ้าและความเชื่อถูกส่งผ่านทางคริสตจักร
(ก) โดยการวางมือ - มาระโก 16:15-18 "15ฝ่ายพระองค์จึงตรัสสั่งพวกสาวกว่า 'เจ้าทั้งหลายจงออกไปทั่วโลก ประกาศข่าวประเสริฐแก่มนุษย์ทุกคน 16ผู้ใดเชื่อและรับบัพติศมาแล้วผู้นั้นจะรอด แต่ผู้ใดไม่เชื่อจะต้องปรับโทษ 17มีคนเชื่อที่ไหนหมายสำคัญเหล่านี้จะบังเกิดขึ้นที่นั้น คือเขาจะขับผีออกโดยนามของเรา เขาจะพูดภาษาแปลกๆ 18เขาจะจับงูได้ ถ้าเขากินยาพิษอย่างใด จะไม่เป็นอันตรายแก่เขา และเขาจะวางมือบนคนไข้คนป่วย แล้วคนเหล่านั้นจะหายโรค'" - กิจการ 9:17 "แล้วอานาเนียก็ไป และเข้าไปในตึกวางมือบนเซาโล กล่าวว่า 'พี่เซาโลเอ๋ย องค์พระผู้เป็นเจ้า คือพระเยซูได้ทรงปรากฏแก่ท่านกลางทางที่ท่านมานั้น ได้ทรงใช้ข้าพเจ้ามา เพื่อท่านจะเห็นได้อีก และเพื่อท่านจะได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์เต็มบริบูรณ์'"
(ข) โดยการสารภาพบาปที่รู้ตัว ตามด้วยการเจิมคนป่วยด้วยน้ำมันและการอธิษฐานด้วยความเชื่อ - ยากอบ 5:14-16 "14มีผู้ใดในพวกท่านเจ็บป่วยหรือ จงให้ผู้นั้นเชิญบรรดาผู้ปกครองของคริสตจักรมา และให้ท่านเหล่านั้นอธิษฐานเพื่อเขา และเจิมเขาด้วยน้ำมันในพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้า 15และการอธิษฐานด้วยความเชื่อจะช่วยให้ผู้ป่วยรอดชีวิต และองค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงโปรดให้เขาหายโรคและถ้าเขาได้กระทำบาปพระองค์ก็จะทรงโปรดอภัยให้ 16เหตุฉะนั้นท่านทั้งหลายจงสารภาพบาปต่อกันและกัน และจงอธิษฐานเพื่อกันและกัน เพื่อท่านทั้งหลายจะพ้นโรคภัย คำอธิษฐานของผู้ชอบธรรมนั้นมีพลังทำให้เกิดผล"
(ค) ของประทานการรักษาโรคที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงประทานให้แก่คริสตจักร - 1โครินธ์ 12:9 "และให้อีกคนหนึ่งมีความเชื่อ แต่เป็นพระวิญญาณองค์เดียวกัน และให้อีกคนหนึ่งมีความสามารถรักษาคนป่วยได้ แต่เป็นพระวิญญาณองค์เดียวกัน"
3. สิ่งที่ขัดขวางการรักษาโรคของพระเจ้า- บางครั้ง จะมีอุปสรรคบางอย่างที่กีดขวางการรักษาโรคของพระเจ้า ตัวอย่างเช่น
3.1 บาปที่ไม่ได้สารภาพ - ยากอบ 5:16 "เหตุฉะนั้นท่านทั้งหลายจงสารภาพบาปต่อกันและกัน และจงอธิษฐานเพื่อกันและกัน เพื่อท่านทั้งหลายจะพ้นโรคภัย คำอธิษฐานของผู้ชอบธรรมนั้นมีพลังทำให้เกิดผล"
3.2 พันธนาการของผีปิศาจ - ลูกา 13:11-13 "11และมีหญิงคนหนึ่งซึ่งมีผีเข้าสิงทำให้เป็นโรคสิบแปดปีมาแล้ว หลังโกง ยืดตัวขึ้นไม่ได้เลย 12เมื่อพระเยซูทอดพระเนตรเห็นจึงเรียกและตรัสกับเขาว่า "หญิงเอ๋ย ตัวเจ้าหายพ้นจากโรคของเจ้าแล้ว" 13พระองค์ทรงวางพระหัตถ์บนเขา และในทันใดนั้นเขาก็ยืดตัวตรงได้ และสรรเสริญพระเจ้า"
3.3 ความกลัวหรือความกังวลอย่างรุนแรง - สุภาษิต 3:5-8 "5จงวางใจในพระเจ้าด้วยสุดใจของเจ้า และอย่าพึ่งพาความรอบรู้ของตนเอง 6จงยอมรับรู้พระองค์ในทุกทางของเจ้า และพระองค์จะทรงกระทำให้วิถีของเจ้าราบรื่น 7อย่าคิดว่าตนฉลาด จงยำเกรงพระเจ้า และหันจากความชั่วร้าย 8การกระทำเช่นนี้ จะเป็นที่ชุ่มเนื้อของเจ้าและเป็นที่ชื่นฉ่ำแก่กระดูกของตน" - ฟิลิปปี 4:6-7 "6อย่าทุกข์ร้อนในสิ่งใดๆเลย แต่จงทูลเรื่องความปรารถนาของท่านทุกอย่างต่อพระเจ้า ด้วยการอธิษฐาน การวิงวอน กับการขอบพระคุณ 7แล้วสันติสุขแห่งพระเจ้าซึ่งเกินความเข้าใจ จะคุ้มครองจิตใจและความคิดของท่านไว้ในพระเยซูคริสต์"
3.4 ความผิดหวังในอดีตที่กัดกร่อนความเชื่อในปัจจุบัน - มาระโก 3:1-5 "1แล้วพระองค์ได้เสด็จเข้าไปในธรรมศาลาอีก และที่นั่นมีคนหนึ่งมือข้างหนึ่งลีบ 2คนเหล่านั้นคอยดูว่า พระองค์จะรักษาโรคให้คนนั้นในวันสะบาโตหรือไม่ เพื่อเขาจะหาเหตุฟ้องพระองค์ได้ 3พระองค์ตรัสแก่คนมือลีบว่า "มาข้างหน้าเถอะ" 4พระองค์จึงตรัสแก่คนทั้งหลายว่า "ในวันสะบาโตควรจะทำการดี หรือควรจะทำร้าย จะช่วยชีวิตดีหรือจะผลาญชีวิตเสียดี" ฝ่ายคนทั้งปวงก็นิ่งอยู่ 5พระองค์มีพระทัยเป็นทุกข์ เพราะใจเขาแข็งกระด้างนัก และได้ทอดพระเนตรดูรอบด้วยพระพิโรธ และพระองค์ตรัสแก่คนมือลีบนั้นว่า "จงเหยียดมือออกเถิด" เขาก็เหยียดออก และมือของเขาก็หายเป็นปกติ" - มาระโก 7:13 "เจ้าทั้งหลายจึงทำให้พระวจนะของพระเจ้าเป็นหมันไป ด้วยคำสอนที่พวกเจ้ารับมาจากบรรพบุรุษและสอนต่อๆ กันไป และสิ่งอื่นๆเช่นนี้อีกหลายสิ่ง เจ้าทั้งหลายก็ทำอยู่"
3.5 ผู้คน - มาระโก 10:48 "มีหลายคนห้ามให้เขานิ่งเสีย แต่เขายิ่งร้องเสียงดังขึ้นว่า 'บุตรดาวิดเจ้าข้า ขอทรงเมตตาข้าพระองค์เถิด'"
3.6 การสอนที่ผิดไปจากพระคัมภีร์ - มาระโก 11:22-24 "22พระเยซูจึงตรัสตอบเหล่าสาวกว่า "จงเชื่อในพระเจ้าเถิด 23เราบอกความจริงแก่ท่านว่า ถ้าผู้ใดๆ จะสั่งภูเขานี้ว่า "จงลอยไปลงทะเล" และมิได้สงสัยในใจแต่เชื่อว่าจะเป็นไปตามที่สั่งนั้น ก็จะเป็นตามนั้นจริง 24เหตุฉะนั้นเราบอกท่านทั้งหลายว่า ขณะเมื่อท่านจะอธิษฐานพระเจ้าขอสิ่งใด จงเชื่อว่าได้รับ และท่านจะได้รับสิ่งนั้น"
3.7 ความล้มเหลวของผู้ปกครองคริสตจักรที่จะอธิษฐานขอด้วยความเชื่อ - มาระโก 11:22-24 "22พระเยซูจึงตรัสตอบเหล่าสาวกว่า "จงเชื่อในพระเจ้าเถิด 23เราบอกความจริงแก่ท่านว่า ถ้าผู้ใดๆ จะสั่งภูเขานี้ว่า "จงลอยไปลงทะเล" และมิได้สงสัยในใจแต่เชื่อว่าจะเป็นไปตามที่สั่งนั้น ก็จะเป็นตามนั้นจริง 24เหตุฉะนั้นเราบอกท่านทั้งหลายว่า ขณะเมื่อท่านจะอธิษฐานพระเจ้าขอสิ่งใด จงเชื่อว่าได้รับ และท่านจะได้รับสิ่งนั้น" - ยากอบ 5:14-16 "14มีผู้ใดในพวกท่านเจ็บป่วยหรือ จงให้ผู้นั้นเชิญบรรดาผู้ปกครองของคริสตจักรมา และให้ท่านเหล่านั้นอธิษฐานเพื่อเขา และเจิมเขาด้วยน้ำมันในพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้า 15และการอธิษฐานด้วยความเชื่อจะช่วยให้ผู้ป่วยรอดชีวิต และองค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงโปรดให้เขาหายโรคและถ้าเขาได้กระทำบาปพระองค์ก็จะทรงโปรดอภัยให้ 16เหตุฉะนั้นท่านทั้งหลายจงสารภาพบาปต่อกันและกัน และจงอธิษฐานเพื่อกันและกัน เพื่อท่านทั้งหลายจะพ้นโรคภัย คำอธิษฐานของผู้ชอบธรรมนั้นมีพลังทำให้เกิดผล"
3.8 ความล้มเหลวของคริสตจักรในการแสวงหาและการได้มาซึ่งของของประทานการอัศจรรย์และการรักษาโรคที่พระเจ้าทรงให้ไว้ - กิจการ 4:29-30 "29บัดนี้พระองค์เจ้าข้า ขอโปรดทอดพระเนตรการขู่ของเขา และโปรดประทานให้ผู้รับใช้ของพระองค์ กล่าวถ้อยคำของพระองค์ด้วยใจกล้า 30ในเมื่อพระองค์ได้ทรงเหยียดพระหัตถ์ของพระองค์ออกรักษาโรคให้หาย และได้โปรดให้หมายสำคัญกับการอัศจรรย์บังเกิดขึ้น โดยพระนามแห่งพระเยซูผู้รับใช้บริสุทธิ์ของพระองค์" - กิจการ 6:8 "ฝ่ายสเทเฟนประกอบด้วยพระคุณและฤทธิ์เดชจึงทำการมหัศจรรย์ และทำการเป็นนิมิตใหญ่ท่ามกลางประชากร" - กิจการ 8:5-6 "5ส่วนฟีลิปก็ไปยังเมืองหนึ่งในแคว้นสะมาเรีย และประกาศเรื่องพระคริสต์ให้ชาวเมืองนั้นฟัง 6ประชาชนก็พร้อมใจกันฟังถ้อยคำที่ฟีลิปได้ประกาศ เพราะเขาได้ยินท่านพูด และได้เห็นหมายสำคัญซึ่งท่านได้กระทำนั้น" - 1โครินธ์ 12:9-10 "9และให้อีกคนหนึ่งมีความเชื่อ แต่เป็นพระวิญญาณองค์เดียวกัน และให้อีกคนหนึ่งมีความสามารถรักษาคนป่วยได้ แต่เป็นพระวิญญาณองค์เดียวกัน 10และให้อีกคนหนึ่งทำการอิทธิฤทธิ์ต่างๆและให้อีกคนหนึ่งเผยพระวจนะได้ และให้อีกคนหนึ่งรู้จักสังเกตวิญญาณต่างๆ และให้อีกคนหนึ่งพูดภาษาแปลกๆและให้อีกคนหนึ่งแปลภาษานั้นๆ ได้" - 1โครินธ์ 12:29-30 "29ทุกคนเป็นอัครทูตหรือทุกคนเป็นผู้เผยพระวจนะหรือ ทุกคนเป็นครูบาอาจารย์หรือ ทุกคนกระทำการอันเป็นอิทธิฤทธิ์หรือ 30ทุกคนได้รับของประทานให้รักษาโรคหรือ ทุกคนพูดภาษาแปลกๆ หรือ ทุกคนแปลได้หรือ"
3.9 ความไม่เชื่อ - มาระโก 6:3-6 "3คนนี้เป็นช่างไม้ บุตรนางมารีย์มิใช่หรือ ยากอบ โยเสส ยูดาส และซีโมนเป็นน้องชายมิใช่หรือ และน้องสาวก็อยู่ที่นี่กับเรามิใช่หรือ" เขาทั้งหลายจึงหมางใจในพระองค์ 4ฝ่ายพระเยซูตรัสกับเขาว่า "ผู้เผยพระวจนะจะไม่ขาดความนับถือ เว้นแต่ในเมืองของตน ท่ามกลางญาติพี่น้องของตน และในวงศ์วานของตน" 5พระองค์จะกระทำการมหัศจรรย์ที่นั่นไม่ได้ เว้นแต่ได้วางพระหัตถ์ถูกต้องคนเจ็บบางคนให้หายโรค 6พระองค์ก็ประหลาดพระทัยเพราะเขาไม่มีความเชื่อแล้วพระองค์จึงเสด็จไปสั่งสอนตามหมู่บ้านโดยรอบ" - มาระโก 9:19,23-24 "19พระองค์จึงตรัสแก่คนนั้นว่า 'โอ คนในยุคที่ขาดความเชื่อ เราจะต้องอยู่กับเจ้านานเท่าใด เราจะต้องอดทนเพราะเจ้าไปถึงไหน จงพาเด็กนั้นมาหาเราเถิด', 23พระเยซูจึงตรัสแก่บิดานั้นว่า "'ถ้าช่วยได้' น่ะหรือ ใครเชื่อก็ทำให้ได้ทุกสิ่ง" 24ในทันใดนั้น บิดาของเด็กก็ร้องทูลว่า 'ข้าพเจ้าเชื่อ ที่ข้าพเจ้ายังขาดความเชื่อนั้นขอโปรดช่วยให้เชื่อเถิด'"
3.10 พฤติกรรมที่มีตนเองเป็นศูนย์กลาง - 1โครินธ์ 11:29-30 "29เพราะว่าคนที่กินและดื่มโดยมิได้เล็งเห็นพระกายขององค์พระผู้เป็นเจ้า ก็กินและดื่มเป็นเหตุให้ตนเองถูกพิพากษาโทษ 30ด้วยเหตุนี้พวกท่านหลายคนจึงอ่อนกำลังและป่วยไข้ และบ้างก็ล่วงหลับไป"
- ในโอกาสอื่นๆ เหตุผลที่ขัดขวางการรักษาโรคของพระเจ้านั้นไม่ปรากฏชัดว่ามาจากสาเหตุใด เช่น - กาลาเทีย 4:13 "ท่านรู้ว่า ตอนแรกที่ข้าพเจ้าประกาศข่าวประเสริฐแก่ท่านนั้น ก็เป็นเพราะการป่วยไข้ทางกาย" - 1ทิโมธี 5:23 "อย่าดื่มแต่น้ำอีกต่อไป แต่จงใช้เหล้าองุ่นบ้างเล็กน้อย เพื่อประโยชน์แก่กระเพาะอาหารของท่าน และโรคที่บังเกิดแก่ท่านเนืองๆ" - 2ทิโมธี 4:20 "เอรัสทัส ยังค้างอยู่ที่เมืองโครินธ์ แต่เมื่อข้าพเจ้าจากโตรฟีมัสที่เมืองมิเลทัสมานั้น เขายังป่วยอยู่" - ในบางกรณี พระเจ้าก็เลือกที่จะรับผู้เชื่อไปอยู่กับพระองค์ในระหว่างที่เขาเจ็บป่วยอยู่นั้น - 2พงศ์กษัตริย์ 13:14 "เมื่อเอลีชาล้มป่วยด้วยโรคที่ท่านจะต้องสิ้นชีวิต เยโฮอาชพระราชาแห่งอิสราเอลได้เสด็จลงไปหาท่าน และกันแสงต่อหน้าท่าน ตรัสว่า 'บิดาของข้า บิดาของข้า ราชรถของอิสราเอล และพลม้าของประเทศ'"
4. วิธีการรับการรักษาโรคจากพระเจ้า - เราควรทำอะไรบ้าง ในการอธิษฐานและแสวงหาการรับการเยียวยารักษาจากพระเจ้าเมื่อเราเจ็บป่วยฝ่ายร่างกาย
1) ชีวิตที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับพระเจ้าและผู้อื่น - มัทธิว 6:33 "แต่ท่านทั้งหลายจงแสวงหาแผ่นดินของพระเจ้า และความชอบธรรมของพระองค์ก่อน แล้วพระองค์จะทรงเพิ่มเติมสิ่งทั้งปวงเหล่านี้ให้" - 1โครินธ์ 11:27-30 "27เหตุฉะนั้นถ้าผู้ใดกินขนมปัง หรือดื่มจากถ้วยขององค์พระผู้เป็นเจ้าอย่างไม่สมควร ผู้นั้นก็ทำผิดต่อพระกายและพระโลหิตขององค์พระผู้เป็นเจ้า 28ขอให้ทุกคนพิจารณาตนเอง แล้วจึงกินขนมปังและดื่มจากถ้วยนี้ 29เพราะว่าคนที่กินและดื่มโดยมิได้เล็งเห็นพระกายขององค์พระผู้เป็นเจ้า ก็กินและดื่มเป็นเหตุให้ตนเองถูกพิพากษาโทษ 30ด้วยเหตุนี้พวกท่านหลายคนจึงอ่อนกำลังและป่วยไข้ และบ้างก็ล่วงหลับไป" - ยากอบ 5:16 "เหตุฉะนั้นท่านทั้งหลายจงสารภาพบาปต่อกันและกัน และจงอธิษฐานเพื่อกันและกัน เพื่อท่านทั้งหลายจะพ้นโรคภัย คำอธิษฐานของผู้ชอบธรรมนั้นมีพลังทำให้เกิดผล"
2) แสวงหาการทรงสถิตของพระเยซูคริสต์ในชีวิต เพราะพระองค์เท่านั้นคือผู้ประทานความเชื่อในใจของเรา - โรม 12:3 "ข้าพเจ้าขอกล่าวแก่ท่านทั้งหลายทุกคนโดยพระคุณ ซึ่งทรงประทานแก่ข้าพเจ้าแล้วว่า อย่าคิดถือตัวเกินที่ตนควรจะคิดนั้น แต่จงคิดให้ถ่อมสุขุมสมกับขนาดความเชื่อ ที่พระเจ้าได้ทรงโปรดประทานแก่ท่าน" - 1โครินธ์ 12:9 "และให้อีกคนหนึ่งมีความเชื่อ แต่เป็นพระวิญญาณองค์เดียวกัน และให้อีกคนหนึ่งมีความสามารถรักษาคนป่วยได้ แต่เป็นพระวิญญาณองค์เดียวกัน" - ฟิลิปปี 2:13 "เพราะว่าพระเจ้าเป็นผู้ทรงกระทำกิจอยู่ภายในท่าน ให้ท่านมีใจปรารถนาทั้งให้ประพฤติตามชอบพระทัยของพระองค์" - มัทธิว 17:20 "พระเยซูตรัสตอบเขาว่า 'เพราะเหตุพวกท่านมีความเชื่อน้อย ด้วยเราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ถ้าท่านมีความเชื่อเท่าเมล็ดพืชเมล็ดหนึ่งท่านจะสั่งภูเขานี้ว่า "จงเลื่อนจากที่นี่ไปที่โน่น" มันก็จะเลื่อน สิ่งหนึ่งสิ่งใดซึ่งท่านทำไม่ได้ จะไม่มีเลย'"
3) ดำรงอยู่ในพระคำของพระเจ้า - ยอห์น 15:7 "ถ้าท่านทั้งหลายเข้าสนิทอยู่ในเรา และถ้อยคำของเราฝังอยู่ในท่านแล้ว ท่านจะขอสิ่งใด ซึ่งท่านปรารถนาก็จะได้สิ่งนั้น" - โรม 10:17 "ฉะนั้นความเชื่อเกิดขึ้นได้ก็เพราะการได้ยิน และการได้ยินเกิดขึ้นได้ก็เพราะการประกาศพระคริสต์"
4) ถ้ายังไม่ได้แสวงหาการรักษาโรค ให้รักษาชีวิตที่ใกล้ชิดกับพระเจ้าไว้- ตรวจสอบชีวิตว่ามีอะไรบ้างที่พระเจ้าต้องการให้เปลี่ยนแปลง
5) ขอการอธิษฐานจากคณะผู้ปกครอง/ผู้นำ จากครอบครัว และจากเพื่อนของผู้ป่วย - ยากอบ 5:14-16 "14มีผู้ใดในพวกท่านเจ็บป่วยหรือ จงให้ผู้นั้นเชิญบรรดาผู้ปกครองของคริสตจักรมา และให้ท่านเหล่านั้นอธิษฐานเพื่อเขา และเจิมเขาด้วยน้ำมันในพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้า 15และการอธิษฐานด้วยความเชื่อจะช่วยให้ผู้ป่วยรอดชีวิต และองค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงโปรดให้เขาหายโรคและถ้าเขาได้กระทำบาปพระองค์ก็จะทรงโปรดอภัยให้ 16เหตุฉะนั้นท่านทั้งหลายจงสารภาพบาปต่อกันและกัน และจงอธิษฐานเพื่อกันและกัน เพื่อท่านทั้งหลายจะพ้นโรคภัย คำอธิษฐานของผู้ชอบธรรมนั้นมีพลังทำให้เกิดผล"
6) เข้าร่วมประชุมนมัสการ ณ ที่ที่มีผู้ใช้ของประทานการรักษาโรคที่น่าเชื่อถือ - กิจการ 5:15-16 "15จนเขาหามคนเจ็บป่วยออกไปที่ถนนวางบนที่นอนและแคร่ เพื่อเมื่อเปโตรเดินผ่านไป อย่างน้อยเงาของท่านจะได้ถูกเขาบางคน 16ประชาชนได้ออกมาจากเมืองที่อยู่ล้อมรอบกรุงเยรูซาเล็ม พาคนป่วยและคนที่มีผีโสโครกเบียดเบียนมา และทุกคนก็หาย" - กิจการ 8:5-7 "5ส่วนฟีลิปก็ไปยังเมืองหนึ่งในแคว้นสะมาเรีย และประกาศเรื่องพระคริสต์ให้ชาวเมืองนั้นฟัง 6ประชาชนก็พร้อมใจกันฟังถ้อยคำที่ฟีลิปได้ประกาศ เพราะเขาได้ยินท่านพูด และได้เห็นหมายสำคัญซึ่งท่านได้กระทำนั้น 7ด้วยว่าผีโสโครกที่สิงอยู่ในคนหลายคนได้พากันร้องด้วยเสียงดัง แล้วออกมาจากคนเหล่านั้น และคนที่เป็นโรคอัมพาตกับคนง่อยก็หายเป็นปกติ" - แต่ให้ระมัดระวังที่จะไม่แสวงหาการรับการรักษาโรคไปมากกว่าการแสวงหาการรู้จักพระเจ้าเที่ยงแท้ เพราะการมีชีวิตกับพระองค์เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด
7) คาดหวังการอัศจรรย์ - เชื่อในฤทธิ์อำนาจของพระคริสต์ - มัทธิว 7:8 "เพราะว่าทุกคนที่ขอก็ได้ ทุกคนที่แสวงหาก็พบ ทุกคนที่เคาะก็จะเปิดให้เขา" - มัทธิว 19:26 "พระเยซูทอดพระเนตรดูพวกสาวก และตรัสว่า 'ฝ่ายมนุษย์ก็เหลือกำลังที่จะทำได้ แต่พระเจ้าทรงกระทำให้สำเร็จได้ทุกสิ่ง'"
8) ชื่นชมยินดี หากมีการเยียวยารักษาเกิดขึ้น - และให้ชื่นชมยินดี แม้การรักษายังไม่เกิดขึ้นในเวลานั้นก็ตาม - ฟิลิปปี 4:4 "จงชื่นชมยินดีในองค์พระผู้เป็นเจ้าทุกเวลา ข้าพเจ้าขอย้ำอีกครั้งว่า จงชื่นชมยินดีเถิด" - ฟิลิปปี 4:11-13 "11ข้าพเจ้าไม่ได้บ่นถึงเรื่องความขัดสน เพราะข้าพเจ้าจะมีฐานะอย่างไรก็ตาม ข้าพเจ้าก็เรียนรู้แล้วที่จะพอใจอยู่อย่างนั้น 12ข้าพเจ้ารู้จักที่จะเผชิญกับความตกต่ำ และรู้จักที่จะเผชิญกับความอุดมสมบูรณ์ ไม่ว่าในกรณีใดๆข้าพเจ้ารู้จักเคล็ดลับที่จะเผชิญกับความอิ่มท้องและความอดอยาก ความสมบูรณ์พูนสุข และความขัดสน 13ข้าพเจ้าผจญทุกสิ่งได้ โดยพระองค์ผู้ทรงเสริมกำลังข้าพเจ้า"
9) ให้ตระหนักว่า การที่พระเจ้ายังไม่ตอบคำอธิษฐานไม่ได้หมายความว่าพระองค์ปฏิเสธการรักษา - ในบางครั้ง พระเจ้ามีวัตถุประสงค์ที่ยิ่งใหญ่กว่า เพื่อพระเกียรติของพระองค์ และเพื่อสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเรา
10) ตระหนักว่า หากเราเป็นคริสเตียนที่ผูกพันกับพระเจ้าอย่างแท้จริง พระองค์จะไม่มีวันทอดทิ้งเราหรือทรงลืม - พระองค์ทรงรักเรามาก จนกระทั่งสลักเราไว้บนพระหัตถ์ของพระองค์ - อิสยาห์ 49:15-16 "15'ผู้หญิงจะลืมบุตรที่ยังกินนมของนาง และจะไม่เมตตาบุตรจากครรภ์ของนางได้หรือ' แม้ว่าคนเหล่านี้ยังลืมได้กระนั้นเราก็จะไม่ลืมเจ้า 16ดูเถิด เราได้สลักเจ้าไว้บนฝ่ามือของเรา กำแพงเมืองของเจ้าอยู่ต่อหน้าเราเสมอ"
หมายเหตุ: พระคัมภีร์ไม่ได้เพียงแต่กล่าวถึงการรักษาโรคด้วยการอัศจรรย์จากพระเจ้าเท่านั้น แต่ยังยอมรับการรักษาด้วยวิธีทางการแพทย์ที่เหมาะสมด้วย และหลายครั้งพระเจ้าก็รักษาเราผ่านวิธีทางการแพทย์นี้ - มัทธิว 9:12 "เมื่อพระเยซูทรงทราบดังนั้นแล้วก็ตรัสว่า 'คนเจ็บต้องการหมอ แต่คนสบายไม่ต้องการ'" - ลูกา 10:34 "เข้าไปหาเขาเอาผ้าพันบาดแผลให้พลางเอาน้ำมันกับเหล้าองุ่นเทใส่บาดแผลนั้น แล้วให้เขาขึ้นขี่สัตว์ของตนเอง พามาถึงโรงแรมแห่งหนึ่ง และรักษาพยาบาลเขาไว้" - โคโลสี 4:14 "ลูกา แพทย์ที่รัก กับเดมาส ฝากความคิดถึงมายังพวกท่าน"
ขอให้พระเกียรติทั้งสิ้นจงมีแด่พระเจ้า ไม่สงวนลิขสิทธิ์โดย คริสเตียน มช. (Christian CMU)
|
|
แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ 24 มิถุนายน 2010 เวลา 10:55 น. |