Home บทเรียนพระคัมภีร์ บทเรียนพระคัมภีร์_ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน(สดด.133:1-3)

Member Login



Search

Who's online?

เรามี 5 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday20
mod_vvisit_counterYesterday174
mod_vvisit_counterThis week787
mod_vvisit_counterLast week1200
mod_vvisit_counterThis month3740
mod_vvisit_counterLast month4571
mod_vvisit_counterAll days105377
สมาชิก : 389
Content : 163
เว็บลิงก์ : 9
จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 132172

Art Clock

เวลาประเทศไทย

Biblical Image

jesus being nailed to the cross - by william hole.gif
พันธกิจมานาประจำวัน
อาหารฝ่ายวิญญาณสำหรับคุณ...วันต่อวัน
ท่านชอบอะไรในเว็บของเรามากที่สุด
 

บทความที่คล้ายคลึงกัน

Guitar Chords

Guitar Chords


ลงโฆษณาบนเว็บ

สนใจประชาสัมพันธ์สินค้าคริสเตียนบนเว็บ เช่น หนังสือ VCD DCD ของที่ระลึก ฯลฯ

ติดต่อที่ christiancmu@gmail.com

บทเรียนพระคัมภีร์_ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน(สดด.133:1-3) PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Webmaster   
วันอาทิตย์ที่ 08 มกราคม 2012 เวลา 23:52 น.

บทเรียนพระคัมภีร์

โดย Webmaster www.christiancmu.com

 

“ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน”

ตอนที่ 1

 

อ่านพระธรรม สดุดี 133:1-3

 

(1) ผู้เขียน/วันเวลาที่เขียน/จุดประสงค์การเขียนพระธรรมสดุดี

ผู้เขียนพระธรรมสดุดี : ดาวิดและคนอื่นๆ

สาระสำคัญ : คำอธิษฐานและคำสรรเสริญ

วันเวลาที่เขียน : ระหว่างศตวรรษที่ 10 ถึง ศตวรรษที่ 5 ก่อนคริสตศักราช 

จุดประสงค์การเขียน : พระธรรมสดุดีเป็นคำอธิษฐานและคำสรรเสริญที่ได้รับการดลใจจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ โดยทั่วไปจะเป็นการแสดงออกถึงความรู้สึกภายในจิตใจของมนุษย์ที่สัมพันธ์กับพระเจ้า

1) มีหลายบทที่เป็นเหมือนคำอธิษฐานต่อพระเจ้า ที่แสดงออกถึงสิ่งต่อไปนี้...

(ก) ความไว้วางใจ ความรัก การยกย่องบูชา การขอบพระคุณ การสรรเสริญ และความโหยหาที่จะอยู่ใกล้ชิดพระเจ้า

(ข) ความท้อใจ ความเศร้าโศกเสียใจ ความกลัว ความกังวล ความอัปยศอดสู และการคร่ำครวญเพื่อขอการปลดปล่อย การเยียวยาหรือการแก้แค้น

2) มีหลายบทที่เป็นบทเพลงแห่งการสรรเสริญ บทเพลงแห่งการขอบพระคุณ และบทเพลงแห่งการยกย่องในสิ่งที่พระเจ้าเป็นและสิ่งที่พระเจ้าทำ

3) มีหลายบทที่เป็นคำพยากรณ์ถึงพระมาซีฮา(พระผู้ช่วยให้รอด)ที่จะมาในอนาคต

 

ประเด็นหลักของพระธรรมสดุดี

1. ศูนย์กลางทางศาสนศาสตร์ของพระธรรมสดุดีคือ ความเชื่อมั่นว่าพระเจ้าทรงเป็นศูนย์กลางของชีวิต เป็นจอมกษัตริย์

2. ในฐานะจอมกษัตริย์ พระเจ้ามีสิทธิเหนือสิ่งทรงสร้างและทรงครอบครองอย่างสมบูรณ์

3. ในฐานะจอมกษัตริย์ สิ่งทรงสร้างทั้งหมดต้องพึ่งพาพระองค์ ไม่ใช่พึ่งพาตนเองหรือสิ่งทรงสร้างอื่นๆ หรือสิ่งที่ตนสร้างขึ้น

4. ในฐานะจอมกษัตริย์ พระเจ้าทรงเป็นผู้รักษาความยุติธรรมสูงสุด (ตย. การแก้แค้นเป็นของพระเจ้า)

5. ในฐานะจอมกษัตริย์ พระเจ้าเลือกอิสราเอลเป็นประชากรและผู้รับใช้ของพระองค์

6. ในฐานะจอมกษัตริย์ พระเจ้าทรงเลือกดาวิดและราชวงศ์ของท่านเป็นผู้แทนของพระองค์ในโลก

7. ในฐานะจอมกษัตริย์ พระเจ้าทรงเลือกกรุงเยรูซาเล็ม(เมืองดาวิด) ให้เป็นราชธานีของพระองค์

 

(2) บริบทของพระธรรมสดุดี 133

• พระธรรมสดุดี 133 ไม่ทราบแน่ชัดว่าใครเป็นผู้เขียน แต่เข้าใจกันว่าเขียนขึ้นโดยดาวิด อยู่ในบรรพ 5

• พระธรรมสดุดีมีทั้งหมด 5 บรรพ

- บรรพ 1: บทที่ 1-41 กล่าวถึงมนุษย์และการทรงสร้าง

- บรรพ 2: บทที่ 42-72 กล่าวถึงอิสราเอลและการไถ่

- บรรพ 3: บทที่ 73-89 กล่าวถึงการนมัสการและพระวิหาร

- บรรพ 4: บทที่ 90-106 กล่าวถึงการพักแรมชั่วคราวของมนุษย์บนโลก

- บรรพ 5: บทที่ 107-150 กล่าวถึงการสรรเสริญและพระวจนะของพระเจ้า

• พระธรรมสดุดี 133 อยู่ในชุดสดุดี 15 บท (120-134) ที่มีหัวเรื่องว่า “บทเพลงใช้แห่ขึ้นไปยังเยรูซาเล็ม” หรือ “บทเพลงใช้แห่ขึ้น” พระธรรมสดุดีชุดนี้จะผนวกบทที่ 135-137 เข้าไว้ด้วย ซึ่งบทที่ 137 ได้กล่าวถึงการอุทิศตัวต่อ     ศิโยนหรือเยรูซาเล็มอย่างลึกซึ้ง ในฐานะที่เป็นนครที่มีสัญลักษณ์ของการทรงสถิตของพระเจ้ากับประชากรของพระองค์

• คนส่วนใหญ่เชื่อว่าพระธรรมสดุดีชุดนี้ใช้ในการเดินทางประจำปีมายังกรุงเยรูซาเล็มซึ่งนำผู้นมัสการร้องเพลงมายังภูเขาศิโยน พระธรรมสดุดีชุดนี้เริ่มต้นด้วยคำอธิษฐานซึ่งกล่าวถึงประสบการณ์ของการอยู่ไกลบ้านและถูกห้อมล้อมด้วยคนต่างชาติ(สดด.120) และจบลงด้วยการเรียกร้องให้สรรเสริญพระเจ้าในสถานนมัสการ(สดด.134)

• พระธรรมสดุดี 133 กล่าวสรรเสริญความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในหมู่ประชากรของพระเจ้า ถ้าดาวิดเป็นผู้เขียน พระองค์อาจจะกล่าวถึงเหตุการณ์ตอนที่อิสราเอลเดินทางมายังเฮโบรนเพื่อตั้งพระองค์เป็นกษัตริย์(1ซมอ.5:1-3) หลังจากความขัดแย้งที่ดำเนินมาหลายปีในอิสราเอลได้ยุติลง

• ส่วนเหตุการณ์อื่นในประวัติศาสตร์ที่เป็นไปได้ว่าอาจจะเป็นที่มาของพระธรรมสดุดี 133 คือ เหตุการณ์ของผู้ลี้ภัยมากมายจากเผ่าต่างๆ ทางภาคเหนือมายังอาณาจักรยูดาห์ในช่วงการรุกรานครั้งใหญ่ของอัสซีเรีย หรืออาจจะเป็นเหตุการณ์การรวมตัวอีกครั้งหลังการเป็นเชลยที่บาบิโลนโดยคนอิสราเอลทั้งหมดที่เดินทางกลับมาในพระธรรมเอสราและเนหะมีย์

• ประเด็นหลักของพระธรรมสดุดี 133 อยู่ที่ข้อ 1 ส่วนข้อ 2 และ ข้อ 3 เป็นคำอุปมาเพื่อขยายความการดีและความน่าชื่นใจที่เกิดจากความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ในข้อ 1

• มีภาพสองภาพที่ถูกใช้ในพระคัมภีร์ตอนนี้เพื่ออธิบายถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน คือ น้ำมัน กับ น้ำค้าง

 

(3) อธิบายพระคัมภีร์แต่ละข้อ

• สดด.133:1 ผู้เขียนได้กล่าวถึงความงดงามของการที่พี่น้องได้อาศัยอยู่ด้วยกันด้วยความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน แนวความคิดนี้เหมาะสมกับโอกาสอย่างยิ่งเพราะเป็นช่วงเวลาที่ครอบครัวต่างๆ ในอิสราเอลได้รวมตัวกันเดินทางไปยังกรุงเยรูซาเล็มเพื่อนมัสการพระเจ้า

• สดด.133:2 “เหมือนน้ำมันประเสริฐ” ผู้เขียนเปรียบเทียบภาพของความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันด้วยภาพของน้ำมันที่เจิมศีรษะของมหาปุโรหิตอาโรน ภาพนี้ใช้อธิบายถึงเอกภาพที่มีอยู่ท่ามกลางอิสราเอลทุกเผ่า เพราะปุโรหิตเป็นเหมือนตัวแทนของชนชาติอิสราเอลต่อพระเจ้า เอกภาพของอิสราเอลนั้นเป็นเอกภาพในพระเจ้า น้ำมันที่ใช้สำหรับเจิมปุโรหิตนั้นเป็นน้ำมันพิเศษ ใช้ในงานของพระเจ้าเท่านั้น มนุษย์จะเอาไปทำใช้เองไม่ได้ (อพย.30:22-30)

• สดด.133:3 “เหมือนน้ำค้างของภูเขาเฮอร์โมน”  ผู้เขียนเปรียบเทียบภาพของความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันด้วยภาพของน้ำค้างบนภูเขาเฮอร์โมนซึ่งเป็นภูเขาที่มีความชุ่มชื้นมาก มากจนตกไปถึงภูเขาศิโยน เป็นภาพเดียวกันกับภาพของน้ำมันที่ไหลจากศีรษะของมหาปุโรหิตลงไปยังคอเสื้อ ซึ่งในตอนท้ายของข้อ 3 นี้พระคัมภีร์บอกเราว่าเป็นสัญลักษณ์ของการอวยพรของพระเจ้า

 

(4) สรุปหลักการ

ประการที่ 1 ผู้เชื่อควรอยู่ด้วยกันอย่างเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน (สดด.133:1)

• ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันท่ามกลางผู้เชื่อเป็นสิ่งที่พระเจ้าทรงสนพระทัยอย่างมาก ในพระคัมภีร์ใหม่ พระเยซูทรงอธิษฐานขอให้สาวกของพระองค์มีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

• ยอห์น 17: 21 “เพื่อเขาทั้งหลายจะได้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ดังที่พระองค์ คือพระบิดาทรงสถิตในข้าพระองค์  และข้าพระองค์ในพระองค์ เพื่อให้เขาเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับพระองค์ และกับข้าพระองค์ด้วย เพื่อโลกจะได้เชื่อว่าพระองค์ทรงใช้ข้าพระองค์มา”

• พระเยซูทรงรู้ดีว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์จะไม่สามารถทำกิจท่ามกลางเหล่าสาวกได้ หากมีการแตกแยกกันเนื่องจากบาปและความเห็นแก่ตัว

• 1คร.1:10-13 “10ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าวิงวอนท่านในพระนามของพระเยซูคริสตเจ้าของเรา ขอให้ท่านปรองดองกัน อย่าถือพวกถือคณะ แต่ขอให้ท่านเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน 11พี่น้องทั้งหลายของข้าพเจ้า คนของนางคะโลเอได้เล่าเรื่องของท่านให้ข้าพเจ้าฟังว่า เกิดมีการทุ่มเถียงกันในระหว่างพวกท่าน 12ข้าพเจ้าหมายความว่า  พวกท่านต่างก็กล่าวว่า "ข้าพเจ้าเป็นศิษย์เปาโล" หรือ "ข้าพเจ้าเป็นศิษย์อปอลโล" หรือ "ข้าพเจ้าเป็นศิษย์เคฟาส"  หรือ "ข้าพเจ้าเป็นศิษย์พระคริสต์" 13พระคริสต์แบ่งออกเป็นหลายองค์แล้วหรือ เขาได้ตรึงเปาโลเพื่อท่านทั้งหลายหรือ ท่านได้รับบัพติศมาในนามของเปาโลหรือ”

• 1คร.3:1-3 “1พี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าไม่อาจจะพูดกับท่าน เหมือนพูดกับผู้ที่อยู่ฝ่ายวิญญาณแล้วได้ แต่ต้องพูดกับท่านเหมือนคนที่อยู่ฝ่ายเนื้อหนัง เหมือนกับท่านเป็นทารกในพระคริสต์ 2ข้าพเจ้าเลี้ยงท่านด้วยน้ำนมมิใช่ด้วยอาหารแข็ง เพราะว่าเมื่อก่อนนั้นท่านยังไม่สามารถรับ และถึงแม้เดี๋ยวนี้ท่านก็ยังไม่สามารถ 3ด้วยว่าท่านยังอยู่ฝ่ายเนื้อหนัง เพราะว่าเมื่อยังอิจฉากัน และขัดเคืองใจกัน ท่านไม่ได้อยู่ฝ่ายเนื้อหนังหรือ และไม่ได้ประพฤติตามมนุษย์สามัญดอกหรือ”

 

ประการที่ 2 ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันที่แท้จริงนั้นคือการอุทิศตนให้แก่พระเจ้า (สดด.133:2)

• ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันไม่ได้หมายความว่าจะต้องคิดเหมือนกันหรือเห็นด้วยกันในทุกๆ เรื่อง ความคิดเห็นนั้นมีหลากหลายได้ เพราะเราแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่สิ่งที่สำคัญต่อความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันคือการเห็นพ้องต้องกันในเป้าหมายของชีวิต นั่นคือการทำงานร่วมกันเพื่อพระเจ้า กระตือรือร้นเพื่อพระเจ้า กระตือรือร้นเพื่อกันและกัน

• พื้นฐานของความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันตามหลักการพระคัมภีร์คือความสัมพันธ์ที่ผู้เชื่อมีกับพระเจ้า การอุทิศตัวของเขาต่อพระเจ้า

• ปุโรหิตในพระคัมภีร์เดิมอุทิศตัวของเขาเพื่อรับใช้พระเจ้า แสดงออกด้วยการรับการเจิมด้วยน้ำมัน การแสดงออกถึงการอุทิศตัวเพื่อพระเจ้าในสมัยของเราคือการมีเป้าหมายร่วมกันตามหลักการแห่งพระวจนะของพระองค์และเห็นคุณค่าในเป้าหมายนั้น ช่วยกันทำจนเป้าหมายนั้นสำเร็จ

• ตัวอย่างเป้าหมายเพื่อพระเจ้าเช่น การมีส่วนร่วมในพระมหาบัญชาอย่างกระตือรือร้น

 

ประการที่ 3 พระเจ้าทรงอวยพระพรท่ามกลางความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน (สดด.133:3)

• เมื่อคนของพระเจ้ามีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันโดยมีพระเจ้าเป็นศูนย์กลาง เขาจะได้เห็นพระพรของพระเจ้าที่เกิดขึ้นท่ามกลางเขา พระพรนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในชีวิตบนโลกแต่ต่อเนื่องไปจนถึงชีวิตนิรันดร์ (ชีวิตที่จำเริญเป็นนิตย์หมายถึงชีวิตนิรันดร์)

 

 

บรรณานุกรม

How to read the Bible for all its worth. Gordon D. Fee & Douglas Stuart

พระคริสตธรรมคัมภีร์ฉบับอธิบาย “ชีวิตครบบริบูรณ์”

พระคริสตธรรมคัมภีร์อมตธรรมร่วมสมัยฉบับค้นคว้า

อมตธรรมร่วมสมัย ภาคพันธสัญญาเดิม ฉบับอธิบาย

 

 

ขอให้พระเกียรติทั้งสิ้นจงมีแด่พระเจ้า

ไม่สงวนลิขสิทธิ์โดย www.christiancmu.com