| บทเรียนพระคัมภีร์_ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน(สดด.133:1-3) |
|
|
|
| เขียนโดย Webmaster |
| วันอาทิตย์ที่ 08 มกราคม 2012 เวลา 23:52 น. |
|
บทเรียนพระคัมภีร์ โดย Webmaster www.christiancmu.com
“ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน”ตอนที่ 1
อ่านพระธรรม สดุดี 133:1-3
(1) ผู้เขียน/วันเวลาที่เขียน/จุดประสงค์การเขียนพระธรรมสดุดี• ผู้เขียนพระธรรมสดุดี : ดาวิดและคนอื่นๆ • สาระสำคัญ : คำอธิษฐานและคำสรรเสริญ • วันเวลาที่เขียน : ระหว่างศตวรรษที่ 10 ถึง ศตวรรษที่ 5 ก่อนคริสตศักราช • จุดประสงค์การเขียน : พระธรรมสดุดีเป็นคำอธิษฐานและคำสรรเสริญที่ได้รับการดลใจจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ โดยทั่วไปจะเป็นการแสดงออกถึงความรู้สึกภายในจิตใจของมนุษย์ที่สัมพันธ์กับพระเจ้า 1) มีหลายบทที่เป็นเหมือนคำอธิษฐานต่อพระเจ้า ที่แสดงออกถึงสิ่งต่อไปนี้... (ก) ความไว้วางใจ ความรัก การยกย่องบูชา การขอบพระคุณ การสรรเสริญ และความโหยหาที่จะอยู่ใกล้ชิดพระเจ้า (ข) ความท้อใจ ความเศร้าโศกเสียใจ ความกลัว ความกังวล ความอัปยศอดสู และการคร่ำครวญเพื่อขอการปลดปล่อย การเยียวยาหรือการแก้แค้น 2) มีหลายบทที่เป็นบทเพลงแห่งการสรรเสริญ บทเพลงแห่งการขอบพระคุณ และบทเพลงแห่งการยกย่องในสิ่งที่พระเจ้าเป็นและสิ่งที่พระเจ้าทำ 3) มีหลายบทที่เป็นคำพยากรณ์ถึงพระมาซีฮา(พระผู้ช่วยให้รอด)ที่จะมาในอนาคต
ประเด็นหลักของพระธรรมสดุดี 1. ศูนย์กลางทางศาสนศาสตร์ของพระธรรมสดุดีคือ ความเชื่อมั่นว่าพระเจ้าทรงเป็นศูนย์กลางของชีวิต เป็นจอมกษัตริย์ 2. ในฐานะจอมกษัตริย์ พระเจ้ามีสิทธิเหนือสิ่งทรงสร้างและทรงครอบครองอย่างสมบูรณ์ 3. ในฐานะจอมกษัตริย์ สิ่งทรงสร้างทั้งหมดต้องพึ่งพาพระองค์ ไม่ใช่พึ่งพาตนเองหรือสิ่งทรงสร้างอื่นๆ หรือสิ่งที่ตนสร้างขึ้น 4. ในฐานะจอมกษัตริย์ พระเจ้าทรงเป็นผู้รักษาความยุติธรรมสูงสุด (ตย. การแก้แค้นเป็นของพระเจ้า) 5. ในฐานะจอมกษัตริย์ พระเจ้าเลือกอิสราเอลเป็นประชากรและผู้รับใช้ของพระองค์ 6. ในฐานะจอมกษัตริย์ พระเจ้าทรงเลือกดาวิดและราชวงศ์ของท่านเป็นผู้แทนของพระองค์ในโลก 7. ในฐานะจอมกษัตริย์ พระเจ้าทรงเลือกกรุงเยรูซาเล็ม(เมืองดาวิด) ให้เป็นราชธานีของพระองค์
(2) บริบทของพระธรรมสดุดี 133• พระธรรมสดุดี 133 ไม่ทราบแน่ชัดว่าใครเป็นผู้เขียน แต่เข้าใจกันว่าเขียนขึ้นโดยดาวิด อยู่ในบรรพ 5 • พระธรรมสดุดีมีทั้งหมด 5 บรรพ - บรรพ 1: บทที่ 1-41 กล่าวถึงมนุษย์และการทรงสร้าง - บรรพ 2: บทที่ 42-72 กล่าวถึงอิสราเอลและการไถ่ - บรรพ 3: บทที่ 73-89 กล่าวถึงการนมัสการและพระวิหาร - บรรพ 4: บทที่ 90-106 กล่าวถึงการพักแรมชั่วคราวของมนุษย์บนโลก - บรรพ 5: บทที่ 107-150 กล่าวถึงการสรรเสริญและพระวจนะของพระเจ้า • พระธรรมสดุดี 133 อยู่ในชุดสดุดี 15 บท (120-134) ที่มีหัวเรื่องว่า “บทเพลงใช้แห่ขึ้นไปยังเยรูซาเล็ม” หรือ “บทเพลงใช้แห่ขึ้น” พระธรรมสดุดีชุดนี้จะผนวกบทที่ 135-137 เข้าไว้ด้วย ซึ่งบทที่ 137 ได้กล่าวถึงการอุทิศตัวต่อ ศิโยนหรือเยรูซาเล็มอย่างลึกซึ้ง ในฐานะที่เป็นนครที่มีสัญลักษณ์ของการทรงสถิตของพระเจ้ากับประชากรของพระองค์ • คนส่วนใหญ่เชื่อว่าพระธรรมสดุดีชุดนี้ใช้ในการเดินทางประจำปีมายังกรุงเยรูซาเล็มซึ่งนำผู้นมัสการร้องเพลงมายังภูเขาศิโยน พระธรรมสดุดีชุดนี้เริ่มต้นด้วยคำอธิษฐานซึ่งกล่าวถึงประสบการณ์ของการอยู่ไกลบ้านและถูกห้อมล้อมด้วยคนต่างชาติ(สดด.120) และจบลงด้วยการเรียกร้องให้สรรเสริญพระเจ้าในสถานนมัสการ(สดด.134) • พระธรรมสดุดี 133 กล่าวสรรเสริญความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในหมู่ประชากรของพระเจ้า ถ้าดาวิดเป็นผู้เขียน พระองค์อาจจะกล่าวถึงเหตุการณ์ตอนที่อิสราเอลเดินทางมายังเฮโบรนเพื่อตั้งพระองค์เป็นกษัตริย์(1ซมอ.5:1-3) หลังจากความขัดแย้งที่ดำเนินมาหลายปีในอิสราเอลได้ยุติลง • ส่วนเหตุการณ์อื่นในประวัติศาสตร์ที่เป็นไปได้ว่าอาจจะเป็นที่มาของพระธรรมสดุดี 133 คือ เหตุการณ์ของผู้ลี้ภัยมากมายจากเผ่าต่างๆ ทางภาคเหนือมายังอาณาจักรยูดาห์ในช่วงการรุกรานครั้งใหญ่ของอัสซีเรีย หรืออาจจะเป็นเหตุการณ์การรวมตัวอีกครั้งหลังการเป็นเชลยที่บาบิโลนโดยคนอิสราเอลทั้งหมดที่เดินทางกลับมาในพระธรรมเอสราและเนหะมีย์ • ประเด็นหลักของพระธรรมสดุดี 133 อยู่ที่ข้อ 1 ส่วนข้อ 2 และ ข้อ 3 เป็นคำอุปมาเพื่อขยายความการดีและความน่าชื่นใจที่เกิดจากความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ในข้อ 1 • มีภาพสองภาพที่ถูกใช้ในพระคัมภีร์ตอนนี้เพื่ออธิบายถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน คือ น้ำมัน กับ น้ำค้าง
(3) อธิบายพระคัมภีร์แต่ละข้อ• สดด.133:1 ผู้เขียนได้กล่าวถึงความงดงามของการที่พี่น้องได้อาศัยอยู่ด้วยกันด้วยความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน แนวความคิดนี้เหมาะสมกับโอกาสอย่างยิ่งเพราะเป็นช่วงเวลาที่ครอบครัวต่างๆ ในอิสราเอลได้รวมตัวกันเดินทางไปยังกรุงเยรูซาเล็มเพื่อนมัสการพระเจ้า • สดด.133:2 “เหมือนน้ำมันประเสริฐ” ผู้เขียนเปรียบเทียบภาพของความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันด้วยภาพของน้ำมันที่เจิมศีรษะของมหาปุโรหิตอาโรน ภาพนี้ใช้อธิบายถึงเอกภาพที่มีอยู่ท่ามกลางอิสราเอลทุกเผ่า เพราะปุโรหิตเป็นเหมือนตัวแทนของชนชาติอิสราเอลต่อพระเจ้า เอกภาพของอิสราเอลนั้นเป็นเอกภาพในพระเจ้า น้ำมันที่ใช้สำหรับเจิมปุโรหิตนั้นเป็นน้ำมันพิเศษ ใช้ในงานของพระเจ้าเท่านั้น มนุษย์จะเอาไปทำใช้เองไม่ได้ (อพย.30:22-30) • สดด.133:3 “เหมือนน้ำค้างของภูเขาเฮอร์โมน” ผู้เขียนเปรียบเทียบภาพของความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันด้วยภาพของน้ำค้างบนภูเขาเฮอร์โมนซึ่งเป็นภูเขาที่มีความชุ่มชื้นมาก มากจนตกไปถึงภูเขาศิโยน เป็นภาพเดียวกันกับภาพของน้ำมันที่ไหลจากศีรษะของมหาปุโรหิตลงไปยังคอเสื้อ ซึ่งในตอนท้ายของข้อ 3 นี้พระคัมภีร์บอกเราว่าเป็นสัญลักษณ์ของการอวยพรของพระเจ้า
(4) สรุปหลักการประการที่ 1 ผู้เชื่อควรอยู่ด้วยกันอย่างเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน (สดด.133:1)• ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันท่ามกลางผู้เชื่อเป็นสิ่งที่พระเจ้าทรงสนพระทัยอย่างมาก ในพระคัมภีร์ใหม่ พระเยซูทรงอธิษฐานขอให้สาวกของพระองค์มีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน • ยอห์น 17: 21 “เพื่อเขาทั้งหลายจะได้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ดังที่พระองค์ คือพระบิดาทรงสถิตในข้าพระองค์ และข้าพระองค์ในพระองค์ เพื่อให้เขาเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับพระองค์ และกับข้าพระองค์ด้วย เพื่อโลกจะได้เชื่อว่าพระองค์ทรงใช้ข้าพระองค์มา” • พระเยซูทรงรู้ดีว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์จะไม่สามารถทำกิจท่ามกลางเหล่าสาวกได้ หากมีการแตกแยกกันเนื่องจากบาปและความเห็นแก่ตัว • 1คร.1:10-13 “10ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าวิงวอนท่านในพระนามของพระเยซูคริสตเจ้าของเรา ขอให้ท่านปรองดองกัน อย่าถือพวกถือคณะ แต่ขอให้ท่านเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน 11พี่น้องทั้งหลายของข้าพเจ้า คนของนางคะโลเอได้เล่าเรื่องของท่านให้ข้าพเจ้าฟังว่า เกิดมีการทุ่มเถียงกันในระหว่างพวกท่าน 12ข้าพเจ้าหมายความว่า พวกท่านต่างก็กล่าวว่า "ข้าพเจ้าเป็นศิษย์เปาโล" หรือ "ข้าพเจ้าเป็นศิษย์อปอลโล" หรือ "ข้าพเจ้าเป็นศิษย์เคฟาส" หรือ "ข้าพเจ้าเป็นศิษย์พระคริสต์" 13พระคริสต์แบ่งออกเป็นหลายองค์แล้วหรือ เขาได้ตรึงเปาโลเพื่อท่านทั้งหลายหรือ ท่านได้รับบัพติศมาในนามของเปาโลหรือ” • 1คร.3:1-3 “1พี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าไม่อาจจะพูดกับท่าน เหมือนพูดกับผู้ที่อยู่ฝ่ายวิญญาณแล้วได้ แต่ต้องพูดกับท่านเหมือนคนที่อยู่ฝ่ายเนื้อหนัง เหมือนกับท่านเป็นทารกในพระคริสต์ 2ข้าพเจ้าเลี้ยงท่านด้วยน้ำนมมิใช่ด้วยอาหารแข็ง เพราะว่าเมื่อก่อนนั้นท่านยังไม่สามารถรับ และถึงแม้เดี๋ยวนี้ท่านก็ยังไม่สามารถ 3ด้วยว่าท่านยังอยู่ฝ่ายเนื้อหนัง เพราะว่าเมื่อยังอิจฉากัน และขัดเคืองใจกัน ท่านไม่ได้อยู่ฝ่ายเนื้อหนังหรือ และไม่ได้ประพฤติตามมนุษย์สามัญดอกหรือ”
ประการที่ 2 ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันที่แท้จริงนั้นคือการอุทิศตนให้แก่พระเจ้า (สดด.133:2)• ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันไม่ได้หมายความว่าจะต้องคิดเหมือนกันหรือเห็นด้วยกันในทุกๆ เรื่อง ความคิดเห็นนั้นมีหลากหลายได้ เพราะเราแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่สิ่งที่สำคัญต่อความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันคือการเห็นพ้องต้องกันในเป้าหมายของชีวิต นั่นคือการทำงานร่วมกันเพื่อพระเจ้า กระตือรือร้นเพื่อพระเจ้า กระตือรือร้นเพื่อกันและกัน • พื้นฐานของความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันตามหลักการพระคัมภีร์คือความสัมพันธ์ที่ผู้เชื่อมีกับพระเจ้า การอุทิศตัวของเขาต่อพระเจ้า • ปุโรหิตในพระคัมภีร์เดิมอุทิศตัวของเขาเพื่อรับใช้พระเจ้า แสดงออกด้วยการรับการเจิมด้วยน้ำมัน การแสดงออกถึงการอุทิศตัวเพื่อพระเจ้าในสมัยของเราคือการมีเป้าหมายร่วมกันตามหลักการแห่งพระวจนะของพระองค์และเห็นคุณค่าในเป้าหมายนั้น ช่วยกันทำจนเป้าหมายนั้นสำเร็จ • ตัวอย่างเป้าหมายเพื่อพระเจ้าเช่น การมีส่วนร่วมในพระมหาบัญชาอย่างกระตือรือร้น
ประการที่ 3 พระเจ้าทรงอวยพระพรท่ามกลางความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน (สดด.133:3)• เมื่อคนของพระเจ้ามีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันโดยมีพระเจ้าเป็นศูนย์กลาง เขาจะได้เห็นพระพรของพระเจ้าที่เกิดขึ้นท่ามกลางเขา พระพรนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในชีวิตบนโลกแต่ต่อเนื่องไปจนถึงชีวิตนิรันดร์ (ชีวิตที่จำเริญเป็นนิตย์หมายถึงชีวิตนิรันดร์)
บรรณานุกรม How to read the Bible for all its worth. Gordon D. Fee & Douglas Stuart พระคริสตธรรมคัมภีร์ฉบับอธิบาย “ชีวิตครบบริบูรณ์” พระคริสตธรรมคัมภีร์อมตธรรมร่วมสมัยฉบับค้นคว้า อมตธรรมร่วมสมัย ภาคพันธสัญญาเดิม ฉบับอธิบาย
ขอให้พระเกียรติทั้งสิ้นจงมีแด่พระเจ้า ไม่สงวนลิขสิทธิ์โดย www.christiancmu.com |















