Home บทเรียนพระคัมภีร์ บทเรียนพระคัมภีร์_ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน(1คร.12:12-26)

Member Login



Search

Who's online?

เรามี 5 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday21
mod_vvisit_counterYesterday174
mod_vvisit_counterThis week788
mod_vvisit_counterLast week1200
mod_vvisit_counterThis month3741
mod_vvisit_counterLast month4571
mod_vvisit_counterAll days105378
สมาชิก : 389
Content : 163
เว็บลิงก์ : 9
จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 132173

Art Clock

เวลาประเทศไทย

Biblical Image

the centurion.gif
พันธกิจมานาประจำวัน
อาหารฝ่ายวิญญาณสำหรับคุณ...วันต่อวัน
ท่านชอบอะไรในเว็บของเรามากที่สุด
 

บทความที่คล้ายคลึงกัน

Guitar Chords

Guitar Chords


ลงโฆษณาบนเว็บ

สนใจประชาสัมพันธ์สินค้าคริสเตียนบนเว็บ เช่น หนังสือ VCD DCD ของที่ระลึก ฯลฯ

ติดต่อที่ christiancmu@gmail.com

บทเรียนพระคัมภีร์_ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน(1คร.12:12-26) PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Webmaster   
วันจันทร์ที่ 09 มกราคม 2012 เวลา 00:11 น.

 

บทเรียนพระคัมภีร์

โดย Webmaster www.christiancmu.com

 

“ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน”

ตอนที่ 2

 

อ่านพระธรรม 1โครินธ์ 12:12-26

 

(1) ผู้เขียน/วันเวลาที่เขียน/จุดประสงค์การเขียนพระธรรม 1โครินธ์

ผู้เขียนพระธรรม 1โครินธ์ : เปาโล

สาระสำคัญ : ปัญหาต่างๆ ในคริสตจักรและการแก้ไข

วันเวลาที่เขียน : ประมาณปี ค.ศ. 55

จุดประสงค์การเขียน : เปาโลมีเหตุผลพื้นฐาน 2 ประการในขณะที่ท่านเขียนจดหมายฉบับนี้

1) เพื่อแก้ไขปัญหารุนแรงที่เกิดขึ้นในคริสตจักรโครินธ์ตามที่ท่านได้รับรายงานมา นั่นคือ ความสับสนวุ่นวายซึ่งชาวโครินธ์เห็นว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่สำหรับเปาโลนี่คือบาปร้ายแรง

2) เพื่อให้คำแนะนำและคำสอนเกี่ยวกับคำถามเรื่องต่างๆ ที่ชาวโครินธ์เขียนถึงท่าน ซึ่งรวมถึงหลักคำสอน เรื่องส่วนตัว เรื่องการประพฤติในที่ประชุม และเรื่องความบริสุทธิ์

 

(2) บริบทของพระธรรม 1โครินธ์

เมืองโครินธ์เป็นเมืองที่เจริญ ครั้งหนึ่งเคยเป็นเมืองสำคัญของกรีซทั้งในด้านการค้าและการเมือง

1) ด้านการค้า เมืองโครินธ์มีท่าเรือสองแห่งคือ ท่าเรือเคนเดรีย กับ ท่าเรือเลไคโยน จึงเป็นชุมทางสำหรับพ่อค้าและนักเดินทาง

2) ด้านวัฒนธรรม แม้ว่าเมืองโครินธ์จะไม่ได้เป็นเมืองมหาวิทยาลัยเหมือนเอเธนส์ แต่ก็เป็นเมืองที่มีลักษณะวัฒนธรรมตามแบบแผนกรีก ชาวเมืองสนใจในปรัชญากรีกและให้คุณค่ากับสติปัญญาอย่างมาก

3) ด้านศาสนา เมืองโครินธ์มีวิหารอย่างน้อย 12 แห่ง วิหารที่เสื่อมทรามที่สุดคือวิหารที่อุทิศแด่อะโพรไดท์ซึ่งเป็นเทวีแห่งความรัก พิธีกรรมที่ผู้มานมัสการต้องทำคือมีเพศสัมพันธ์กับโสเภณีประจำวิหารนั้น

4) ด้านความเสื่อมทางศีลธรรม เมืองโครินธ์เป็นศูนย์กลางเปิดรับและแพร่ความผิดศีลธรรม ซึ่งเป็นลักษณะทั่วไปของเมืองการค้าใหญ่ๆ การนมัสการเทวีอะโพรไดท์ส่งเสริมโสเภณีในนามของศาสนา ครั้งหนึ่งเคยมีโสเภณีประจำวิหารถึง 1,000 คน ด้วยเหตุที่เมืองโครินธ์เป็นที่โจษจันเรื่องความผิดศีลธรรม จึงมีสำนวน     กรีกว่า “เป็นอย่างโครินธ์” ซึ่งหมายถึง “อย่าทำผิดทางเพศ” ด้วยภูมิหลังเช่นนี้ จึงไม่น่าแปลกใจที่คริสตจักรที่เมืองโครินธ์ถูกถาโถมด้วยปัญหาสารพัด

เปาโลเขียนพระธรรม 1โครินธ์ โดยการกล่าวถึงปัญหาที่คริสตจักรต้องเผชิญ เพราะสมาชิกคริสตจักรยังคงดำเนินชีวิตแบบโลก หรือ “ฝ่ายเนื้อหนัง” (3:1-3) นอกจากนั้นสมาชิกยังไม่ตัดสินใจอย่างแน่วแน่ที่จะแยกตัวออกจากสิ่งที่ชั่วร้ายของคนที่ยังไม่เชื่อ (2คร.6:17)

ปัญหาที่ถูกกล่าวถึงในพระธรรม 1โครินธ์ ได้แก่...

1) ปัญหาเรื่องความแตกแยก (1:10-13; 11:17-22)

2) การยอมรับความบาป เช่น การผิดศีลธรรมทางเพศระหว่างสมาชิกในครอบครัว (5:1-13)

3) การผิดศีลธรรมทางเพศโดยทั่วไป (6:12-20)

4) การสู้คดีความระหว่างผู้เชื่อต่อหน้าศาลของโลก (6:1-11)

5) ความขัดแย้งเรื่อง “เสรีภาพของผู้เชื่อ” (บทที่ 8-10)

6) ปัญหาเรื่องการยอมรับเปาโลในฐานะอัครทูต (บทที่ 15)

พระธรรม 1โครินธ์ บทที่ 12-14 กล่าวถึงของประทานฝ่ายวิญญาณ ที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงประทานให้กับผู้เชื่อแต่ละคน ของประทานเหล่านี้ต้องถูกใช้ด้วยความรัก (บทที่ 13) หากของประทานถูกใช้ด้วยความเห็นแก่ตัวก็จะก่อให้เกิดความแตกแยก (12:7,25; 14:4) และก่อให้เกิดความวุ่นวายในคริสตจักร (14:23,33,40)

ใน 1โครินธ์ บทที่ 12 กล่าวถึง ความหลากหลายของของประทานในคริสตจักรโครินธ์ แทนที่จะเสริมสร้าง ปรากฏว่าเกิดการแข่งขันและแตกแยก บางคนที่มีของประทานที่ส่งผลต่อภาพรวมคริสตจักรมากกว่าบางคน ก็คิดเอาว่าตนเองนั้นเป็นคนที่ฝ่ายวิญญาณมากกว่า ไม่ได้ตระหนักว่าพระเจ้าทรงประทานของประทานมาให้เพื่อเสริมสร้างกันและกัน

 

(3) อธิบายพระคัมภีร์แต่ละข้อ/กลุ่มข้อ

1โครินธ์ 12:12-20 เปาโลเปรียบเทียบพระกายของพระคริสต์(คริสตจักร)กับร่างกายของมนุษย์ ว่าแต่ละส่วนมีหน้าที่เฉพาะ ซึ่งจำเป็นต่อร่างกายโดยรวม แต่ละส่วนย่อมมีความแตกต่างกัน แต่แม้ว่าจะแตกต่างกันก็ยังต้องทำงานด้วยกัน ผู้เชื่อต้องหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดที่มักเกิดขึ้นเสมอข้อหนึ่งก็คือบางคนคิดว่าเมื่อแตกต่างก็ไม่ทำงานด้วยกันจะดีกว่า

การที่ร่างกายจะดำรงอยู่ได้นั้น ต้องอาศัยอวัยวะทุกส่วน ผู้เชื่อจึงไม่ควรคิดว่าตัวเองดีหรือด้อยกว่าคนอื่น หรืออยากมีของประทานเหมือนคนอื่น พระวิญญาณไม่ได้ประทานของประทานแบบสุ่มๆ แต่พระองค์ทรงประทานตามน้ำพระทัยของพระองค์ (ข้อ 18)

1โครินธ์ 12:21-26 อวัยวะมีความหลากหลายและต้องพึ่งพาอาศัยกัน คนที่มีของประทานที่ดูเหมือนยิ่งใหญ่กว่าบางคนก็ไม่ควรหลงคิดไปว่าเขาสามารถทำได้ด้วยตนเอง เพราะถ้าเราตัดอวัยวะออก ร่างกายก็ไม่สามารถดำรงอยู่อย่างสมบูรณ์ได้ และสิ่งสำคัญอีกประการคือ คนที่มีของประทานน้อยควรเป็นคนที่ได้รับความเอาใจใส่จากสมาชิกคนอื่น เหมือนที่ร่างกายตกแต่งอวัยวะที่ไม่น่าดูให้น่าดูมากยิ่งขึ้น (ข้อ 22-24) อวัยวะที่เราถือว่ามีเกียรติน้อยคือคนที่เราต้องเอาใจใส่ สิ่งเหล่านี้เป็นน้ำพระทัยพระเจ้าเพราะพระองค์ถือว่าอวัยวะของร่างกายนั้นเสมอภาคกัน สมาชิกในร่างกายฝ่ายวิญญาณจะต้องแสดงความเป็นห่วงเป็นใยซึ่งกันและกัน แล้วการชิงดีชิงเด่นหรือความขัดแย้งจะหมดไป และความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันจะเกิดขึ้น

 

(4) สรุปหลักการ

ประการที่ 1 เราต้องการกันและกัน

ข้อ 12   “ถึงกายนั้นเป็นกายเดียว ก็ยังมีอวัยวะหลายส่วน และอวัยวะเหล่านั้นแม้จะมีหลายส่วนก็ยังเป็นกายเดียวกันฉันใด พระคริสต์ก็ทรงเป็นฉันนั้น”

ข้อ 14   “เพราะว่าร่างกายมิได้ประกอบด้วยอวัยวะเดียว แต่ด้วยหลายอวัยวะ”

ข้อ 20-22   “20ความจริงมีอวัยวะหลายอย่าง แต่ก็ยังเป็นร่างกายเดียวกัน 21และตาจะว่าแก่มือว่า "ข้าพเจ้าไม่ต้องการเจ้า" ก็ไม่ได้หรือศีรษะจะว่าแก่เท้าว่า "ข้าพเจ้าไม่ต้องการเจ้า" ก็ไม่ได้ 22ที่จริงอวัยวะที่เราเห็นว่าอ่อนแอ  เราก็ขาดเสียไม่ได้”

ร่างกายจะดำรงอยู่ได้อย่างสมบูรณ์ ต้องอาศัยอวัยวะทุกส่วน ไม่มีใครที่ทำทุกอย่างได้หมดด้วยตนเอง พระเจ้าทรงรู้จักเราอย่างดี เมื่อเรามารู้จักพระองค์ พระองค์จึงให้เราได้อยู่ร่วมกันเป็นชุมชนในคริสตจักร เพื่อจะได้ใช้ส่วนดีของเราหรือของประทานของเราช่วยเหลือและเสริมสร้างในจุดที่คนอื่นไม่มี

ผู้เชื่อมักจะถูกทดลองให้แบ่งแยกเมื่อมีความแตกต่างเกิดขึ้น แต่หากเราตระหนักอยู่เสมอว่าเราต้องการกันและกันแม้ว่าเราจะแตกต่างกัน โดยความเชื่อมั่นในพระเจ้าว่าพระองค์ทรงรู้จักเราและพระองค์จะขัดเกลาเราให้สมบูรณ์มากขึ้นผ่านทางพี่น้องที่ไม่เหมือนเรา ตัวเราเองและคริสตจักรของเราก็จะเติบโตเข้าสู่น้ำพระทัยของพระเจ้ามากขึ้น

 

ประการที่ 2 เราต้องห่วงใยกันและกัน

ข้อ 23-26 23และอวัยวะที่เราถือว่ามีเกียรติน้อย เราก็ยังทำให้มีเกียรติยิ่งขึ้น และอวัยวะที่ไม่น่าดูนั้น เราก็ทำให้น่าดูยิ่งขึ้น 24เพราะว่าอวัยวะที่น่าดูแล้ว ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องตกแต่งอีก แต่พระเจ้าได้ทรงให้อวัยวะของร่างกายเสมอภาคกัน ทรงให้อวัยวะที่ต่ำต้อยเป็นที่นับถือมากขึ้น 25เพื่อไม่ให้มีการแก่งแย่งกันในร่างกาย แต่ให้อวัยวะทุกส่วนพะวงซึ่งกันและกัน 26ถ้าอวัยวะอันหนึ่งเจ็บ อวัยวะทั้งหมดก็พลอยเจ็บด้วย ถ้าอวัยวะอันหนึ่งได้รับเกียรติอวัยวะทั้งหมดก็พลอยชื่นชมยินดีด้วย”

อวัยวะมีความหลากหลายและต้องพึ่งพาอาศัยกัน พระเจ้าทรงเรียกเรามาเพื่อเสริมสร้างกันไม่ใช่เพื่อเปรียบเทียบ แบ่งแยกหรือละเลยกัน คนที่มีของประทานมากหรือหลากหลายควรตระหนักว่าพระเจ้าให้มาเพื่อช่วยคนอื่น ไม่ใช่เพื่อเราจะดูดีกว่าเขา คนที่มีของประทานน้อยควรเป็นคนที่ได้รับความเอาใจใส่จากสมาชิกคนอื่น เหมือนที่ร่างกายตกแต่งอวัยวะที่ไม่น่าดูให้น่าดูมากยิ่งขึ้น (ข้อ 22-24) อวัยวะที่เราถือว่ามีเกียรติน้อยคือคนที่เราต้องเอาใจใส่ สิ่งเหล่านี้เป็นน้ำพระทัยพระเจ้าเพราะพระองค์ถือว่าอวัยวะของร่างกายนั้นเสมอภาคกัน สมาชิกในร่างกายฝ่ายวิญญาณจะต้องแสดงความเป็นห่วงเป็นใยซึ่งกันและกัน แล้วการชิงดีชิงเด่นหรือความขัดแย้งจะหมดไป และความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันจะเกิดขึ้น

คนที่มีของประทานน้อยก็ไม่ควรดูหมิ่นตนเอง เพราะของประทานนั้นพระเจ้าให้เรามา พระองค์เห็นว่าเหมาะกับเรา ทรงเห็นว่าเราจะทำสิ่งนั้นได้ดี ก็ให้เราเห็นคุณค่าและใช้ของประทานรวมไปถึงความสามารถที่มีให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะคนอื่นที่แม้จะมีของประทานความสามารถมาก ก็ยังต้องการความช่วยเหลือจากเราด้วยเช่นเดียวกัน

ในข้อ 26 กล่าวว่า ถ้าอวัยวะหนึ่งเจ็บ อวัยทั้งหมดก็พลอยเจ็บด้วย ถ้าอวัยวะหนึ่งได้รับเกียรติ อวัยวะทั้งหมดก็พลอยชื่นชมยินดี พระเจ้าทรงปรารถนาให้เราเป็นเช่นนี้ ชื่นชมยินดีกับผู้ที่ชื่นชมยินดี ร้องไห้กับผู้ที่ร้องไห้ (โรม 12:15) สิ่งที่เราควรหมั่นถามตนเองก็คือ ถ้าพี่น้องของเราได้รับการยกย่อง เรารู้สึกอย่างไร? แล้วเมื่อมีพี่น้องทนทุกข์ เราได้ทำอะไรบ้าง?

 

บรรณานุกรม

พระคริสตธรรมคัมภีร์ฉบับอธิบาย “ชีวิตครบบริบูรณ์”

พระคริสตธรรมคัมภีร์อมตธรรมร่วมสมัยฉบับค้นคว้า

อมตธรรมร่วมสมัย ภาคพันธสัญญาใหม่ ฉบับอธิบาย

หนังสืออรรถธิบายพระธรรม 1-2 โครินธ์, ศูนย์ทีรันนัส

Wiersbe’s Expository Outlines

 

ขอให้พระเกียรติทั้งสิ้นจงมีแด่พระเจ้าแต่เพียงผู้เดียว

ไม่สงวนลิขสิทธิ์โดย www.christiancmu.com

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ 09 มกราคม 2012 เวลา 00:18 น.