| บทเรียนพระคัมภีร์_การตอบสนองการทรงเรียกให้เป็นสาวก |
|
|
|
| เขียนโดย Webmaster |
| วันจันทร์ที่ 23 มกราคม 2012 เวลา 14:47 น. |
|
บทเรียนพระคัมภีร์
เรื่อง “การตอบสนองต่อทรงเรียกให้เป็นสาวก”โดย Webmaster www.christiancmu.com
อ่านพระธรรม ยอห์น 21:15-25
(1) ผู้เขียน/วันเวลาที่เขียน/จุดประสงค์การเขียนพระธรรมยอห์น• ผู้เขียนพระธรรมยอห์น : อัครทูตยอห์น • สาระสำคัญ : พระเยซู พระบุตรของพระเจ้า • วันเวลาที่เขียน : ประมาณปี ค.ศ. 80-92 ภายหลังกรุงเยรูซาเล็มถูกทำลาย(ค.ศ.70) และก่อนที่ยอห์นจะถูกเนรเทศไปอยู่เกาะปัทมอท • จุดประสงค์การเขียน : ยอห์นกล่าวถึงจุดประสงค์การเขียนไว้ใน ยอห์น 20:31 “แต่การที่ได้บันทึกเหตุการณ์เหล่านี้ไว้ ก็เพื่อท่านทั้งหลายจะได้เชื่อว่า พระเยซูทรงเป็นพระคริสต์ พระบุตรของพระเจ้า และเมื่อมีความเชื่อแล้ว ท่านก็จะมีชีวิตโดยพระนามของพระองค์”
(2) บริบทของพระธรรมยอห์น• ตามเนื้อหาจากข้อมูลโบราณหลายแห่งได้ให้ข้อมูลว่า ผู้ปกครองคริสตจักรในแคว้นเอเชียได้ขอร้องให้ยอห์นอัครทูตผู้สูงอายุซึ่งขณะนั้นได้อาศัยอยู่ในเมืองเอเฟซัส เขียน “ข่าวประเสริฐฝ่ายวิญญาณ” เล่มนี้เพื่อตอบโต้และหักล้างคำสอนผิดที่ชาวยิวคนหนึ่งชื่อเซรินธัส ซึ่งมีความสามารถในการโน้มน้าวจิตใจได้สอนไว้อย่างผิดๆ เกี่ยวกับเรื่องธรรมชาติ ความเป็นบุคคล และความเป็นพระเจ้าของพระเยซู • เนื้อหาของพระธรรมยอห์นมากกว่า 90% ไม่มีในพระกิตติคุณเล่มอื่น ยอห์นไม่ได้บันทึกรายชื่อคนในวงศ์ตระกูลของพระเยซู เหตุการณ์เมื่อพระเยซูประสูติ ชีวิตวัยเด็ก การถูกทดลอง การจำแลงพระกาย การเลือกสาวก รวมทั้งไม่บันทึกคำอุปมาของพระเยซู(Parable) การขึ้นสู่สวรรค์ และพระมหาบัญชาครั้งสุดท้าย • พระธรรมยอห์นนำเสนอพยานหลักฐานที่เลือกมาอย่างดีเพื่อแสดงว่า พระเยซูทรงเป็นพระเมสสิยาห์ของชาวอิสราเอลและเป็นพระบุตรของพระเจ้าที่มาบังเกิดเป็นมนุษย์ • หลักฐานที่สนับสนุน ได้แก่... • (1) หมายสำคัญทั้งเจ็ด (2:1-11, 4:46-54, 5:2-18, 6:1-15, 6:16-21, 9:1-41, 11:1-46) และพระดำรัสทั้งเจ็ด (3:1-21, 4:4-42, 5:19-47, 6:22-59, 7:37-44, 8:12-30, 10:1-21) ซึ่งพระเยซูทรงใช้ในการเปิดเผยอย่างแท้จริงว่าพระองค์ทรงเป็นผู้ใด • (2) ถ้อยคำประกาศว่า “เราเป็น”(พระนามของพระเจ้าที่ทรงสำแดงต่อโมเสส) ทั้งเจ็ดครั้ง (6:35, 8:12, 10:7, 10:11, 11:25, 14:6, 15:1) ซึ่งพระเยซูทรงเปิดเผยด้วยการเปรียบเทียบว่าพระองค์เป็นใครในการไถ่มวลมนุษยชาติ • (3) การเป็นขึ้นจากความตายฝ่ายกายภาพของพระเยซู อันเป็นหมายสำคัญสูงสุดและเป็นข้อพิสูจน์สูงสุดว่าพระองค์ทรงเป็น “พระคริสต์ พระบุตรของพระเจ้า” (20:31) • พระธรรมยอห์นแบ่งออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ ได้แก่... • (1) บทที่ 1-12 กล่าวถึงการเสด็จลงมาเป็นมนุษย์และพระราชกิจต่อสาธารณชนของพระเยซู อย่างไรก็ตาม แม้ว่าพระเยซูจะทำหมายสำคัญที่น่าเชื่อถือถึงเจ็ดประการ(ในพระธรรมยอห์น) พระดำรัสที่ลึกซึ้งถึงเจ็ดประการ(ในพระธรรมยอห์น) และถ้อยคำที่พระองค์ประกาศว่า “เราเป็น” ที่น่าอัศจรรย์ใจอีกเจ็ดครั้ง พวกยิวก็ยังปฏิเสธความเป็นพระเมสสิยาห์ของพระองค์ • (2) บทที่ 13-21 กล่าวถึงการที่พระเยซูมุ่งเน้นไปที่สาวกหลังจากที่ชาวยิวส่วนมากปฏิเสธพระองค์ สาวกของพระเยซูเป็นศูนย์กลางของประชากรแห่งพันธสัญญาใหม่ (นั่นคือ คริสตจักรที่พระองค์ทรงสร้างไว้ ศึกษาเพิ่มเติมจากพระธรรมเอเฟซัส) ในส่วนที่สองนี้ได้รวมไปถึงการรับประทานอาหารมื้อสุดท้ายของพระเยซู (บทที่ 13) และพระดำรัสครั้งสุดท้าย (บทที่ 14-16) และคำอธิษฐานสุดท้ายเพื่อสาวกและผู้เชื่อทุกคน (บทที่ 17) และในตอนท้ายของพระธรรมก็ได้บันทึกการเริ่มพันธสัญญาใหม่และการตั้งขึ้นอย่างมั่นคงด้วยการสิ้นพระชนม์ (บทที่ 18-19) และการฟื้นขึ้นจากความตายของพระเยซู (บทที่ 20-21) • พระธรรมยอห์น 21 ได้บันทึกเหตุการณ์ที่พระเยซูทรงไปหาเหล่าสาวกหลังจากพระองค์ทรงฟื้นพระชนม์และมอบหมายงานให้เปโตรผู้ซึ่งก่อนหน้านั้นได้ปฏิเสธว่าไม่รู้จักพระเยซูในวันที่พระองค์ถูกจับกุม • ยอห์น 21:7 ยอห์นจำพระเยซูได้ เพราะพระเยซูทรงทำการอัศจรรย์เหมือนกับที่พระองค์เคยทำมาก่อนแล้ว (ลูกา 5:1-11)
(3) อธิบายพระคัมภีร์แต่ละข้อ/กลุ่มข้อ• ยอห์น 21:15-17 เป็นเหตุการณ์ที่พระเยซูทรงช่วยเปโตรจากประสบการณ์ที่เคยปฏิเสธพระองค์ เปโตรเคยปฏิเสธพระเยซูมาแล้ว 3 ครั้ง พระเยซูทรงตรัสถาม 3 ครั้งว่าเปโตรรักพระองค์หรือ เมื่อเปโตรตอบรับ พระเยซูก็ตรัสสั่งให้เขาเลี้ยงแกะของพระองค์ พระเยซูตรัสถามเปโตรสามครั้งว่าเขารักพระองค์หรือ คำว่า “รัก” ในที่นี้ ใช้คำกรีก 2 คำ คำแรกคือคำว่า อากาพาโอ ใช้สองครั้งในข้อ 15 และ 16 หมายถึงรักด้วยความเข้าใจและมีเจตนา เป็นความรักที่ขึ้นอยู่กับความคิดและความตั้งใจ คำที่สองคือ ฟิเลโอ ใช้ในคำถามครั้งสุดท้ายที่พระเยซูทรงถามเปโตร เกี่ยวข้องกับอารมณ์ความรู้สึกรักและความรู้สึกอบอุ่นตามธรรมชาติ เป็นความรักส่วนบุคคลและเป็นความรู้สึกมากกว่า ส่วนคำตอบของเปโตรนั้นเขาตอบพระเยซูว่า ฟิเลโอ ทั้ง 3 ครั้ง มี 2 ทัศนะที่มองเกี่ยวกับการใช้คำว่า “รัก” ในภาษากรีกในพระคัมภีร์ตอนนี้ ทัศนะแรกเน้นความแตกต่างของความหมายของคำที่พระเยซูใช้ และสรุปว่าคำทั้งสองที่พระเยซูใช้ พระองค์ต้องการชี้ให้เปโตรเห็นว่า เขาไม่เพียงแต่ต้องรักด้วยความตั้งใจเท่านั้น แต่ต้องรักด้วยหัวใจ เป็นความรักที่มาจากเจตนาและความผูกพันส่วนตัว ส่วนทัศนะที่สองมองว่ายอห์นมักจะใช้คำที่มีความหมายคล้ายคลึงกันแทนกันเสมอในพระธรรมยอห์น คำว่า อากาพาโอและฟิเลโอ ก็ถูกใช้ในลักษณะแทนกันในที่อื่นๆ ทัศนะที่สองนี้มองว่าเป็นแนวการเขียนของยอห์น จึงไม่เน้นความแตกต่างของความหมายของคำว่า “รัก” ที่พระเยซูทรงใช้ในภาษากรีก อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นทัศนะใดที่ถูกต้อง สิ่งสำคัญก็คือ “ความรัก” ที่พระเจ้าทรงคาดหวังจากเราในการติดตามพระองค์ • ยอห์น 21:18-19 เป็นคำพยากรณ์ว่าเปโตรจะตายด้วยการถูกตรึงบนไม้กางเขน และตามเรื่องที่เล่าสืบต่อกันมากล่าวว่า เปโตรถูกตรึงเพราะความเชื่อเมื่อประมาณปี คศ.67/68 ที่กรุงโรมภายใต้การปกครองของจักรพรรดินีโร สิ่งที่น่าสังเกตก็คือ แม้พระเยซูจะรู้ว่าอนาคตของเปโตรจะเป็นเช่นไร พระองค์ก็ยังตรัสบอกให้เขาติดตามพระองค์ เราอาจจะไม่แน่ใจและกลัวเกี่ยวกับอนาคตของเรา แต่เราสามารถแน่ใจได้ว่าพระเจ้าทรงรู้และทรงควบคุมอยู่ • ยอห์น 21:20-22 เปโตรถามว่าแล้วยอห์นเล่า เขาจะเป็น(ตาย)อย่างไร พระเยซูตอบเปโตรว่าไม่ควรกังวลในเรื่องนั้น สิ่งที่เขาควรสนใจคือการทรงเรียกของพระเจ้าสำหรับตัวเขาเอง ไม่ใช่ของคนอื่น • ยอห์น 21:23-24 ยอห์นกล่าวถึงตัวเขาเอง • ยอห์น 21:25 ยอห์นกล่าวว่าสิ่งที่บันทึกในพระธรรมยอห์นเป็นแค่ส่วนหนึ่งในชีวิตของพระเยซูเท่านั้น
(4) สรุปหลักการ ภายใต้หัวข้อ “การตอบสนองต่อทรงเรียกให้เป็นสาวก”ประการที่ 1 การตอบสนองสำคัญต่อการทรงเรียกคือความรักที่อุทิศตัว (ข้อ 15-19)• คำถามสำคัญที่สุดสำหรับเปโตรก็คือ เขารักพระเยซูด้วยการอุทิศตัวจริงหรือ? คำถามนี้เป็นคำถามที่สำคัญสำหรับผู้เชื่อทุกคนเช่นเดียวกัน - เรารักพระเยซูด้วยการอุทิศตัวจริงหรือ? • ก่อนหน้านี้เปโตรได้ปฏิเสธว่าไม่รู้จักพระเยซูคริสต์เมื่อเขาเผชิญแรงกดดันจากกลุ่มคนที่มีส่วนร่วมกันในการจับกุมพระองค์ เขาได้ปฏิเสธพระเยซูเมื่อเขาต้องเจอกับความยากลำบาก • สำหรับเปโตร คำถาม “เจ้ารักเราหรือ” เป็นคำถามที่นำเขากลับเข้าสู่การเป็นสาวก ภายหลังที่เขาได้ปฏิเสธพระองค์ พระเยซูให้เขาพิจารณาตัวเองอย่างรอบคอบอีกครั้งว่า เขารักพระเจ้าเพียงพอหรือไม่ที่จะอุทิศตัวของเขาให้กับพระองค์ ถ้าเขาเชื่อมั่นว่าเขารักพระองค์จนสามารถอุทิศชีวิตให้กับพระองค์ได้ ก็ให้ดูแลฝูงแกะของพระองค์ • สำหรับเราทุกคน คำถาม “เจ้ารักเราหรือ” เป็นคำถามที่จะนำเราเข้าสู่การเป็นสาวกที่แท้จริงของพระคริสต์ เรารักพระองค์เพียงพอที่จะอุทิศตัวและอุทิศชีวิตเพื่อพระองค์หรือไม่ เรายินดีอุทิศตัวในการเป็นสาวกของพระองค์หรือไม่ • การอุทิศตัวนั้นคือการเอาชนะตนเอง และยินดียอมรับน้ำพระทัยของพระเจ้าในชีวิต และรับใช้พระองค์ตามการทรงเรียก ตามของประทานความสามารถที่พระองค์ทรงประทานแก่เรา • มัทธิว 16:24-27 “24ขณะนั้นพระเยซูจึงตรัสกับเหล่าสาวกของพระองค์ว่า "ถ้าผู้ใดใคร่ตามเรามาให้ผู้นั้นเอาชนะตัวเอง และรับกางเขนของตนแบกและตามเรามา 25เพราะว่าผู้ใดใคร่จะเอาชีวิตรอด ผู้นั้นจะเสียชีวิต แต่ผู้ใดจะเสียชีวิตเพราะเห็นแก่เรา ผู้นั้นจะได้ชีวิตรอด 26เพราะถ้าผู้ใดจะได้สิ่งของสิ้นทั้งโลกแต่ต้องเสียชีวิตของตน ผู้นั้นจะได้ประโยชน์อะไร หรือผู้นั้นจะนำอะไรไปแลกเอาชีวิตของตนกลับคืนมา 27เหตุว่าเมื่อบุตรมนุษย์จะเสด็จมาด้วยพระสิริแห่งพระบิดา และพร้อมด้วยทูตสวรรค์ของพระองค์ เมื่อนั้นจะประทานบำเหน็จให้ทุกคนตามการกระทำของตน” • สำหรับเปโตร การทรงเรียกแรกของเขาคือการหาคนเหมือนกับหาปลา(ประกาศข่าวประเสริฐ) ต่อมาคือในพระธรรมยอห์น 21 พระเยซูได้เรียกเขาเพิ่มเติมให้ดูแลฝูงแกะของพระเจ้า • การประกาศข่าวประเสริฐเป็นหน้าที่ของผู้เชื่อทุกคน และจะมีผู้เชื่อบางคนที่ถูกเรียกให้ดูแลฝูงแกะของพระเจ้า วันนี้เราได้ตอบสนองการทรงเรียกพื้นฐานให้ประกาศข่าวประเสริฐอย่างไรแล้วบ้าง และสำหรับบางคนที่พระเจ้าทรงเรียกให้ดูแลฝูงแกะของพระองค์ ท่านได้ตอบสนองอย่างไร • พระเยซูทรงรู้และบอกเปโตรล่วงหน้าว่า อนาคตเปโตรจะพบกับความยากลำบาก(ถูกตรึงกางเขน) แต่กระนั้นพระองค์ก็ยังบอกเขาว่า “จงตามเรามา” (ข้อ 19) พระองค์ก็ทรงรู้เช่นเดียวกันว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเราในอนาคต แต่กระนั้นพระองค์ก็ยังทรงตรัสกับเราเช่นเดียวกับที่ตรัสกับเปโตรว่า “จงตามเรามา” – คำถามที่เราต้องถามตัวเองก็คือ เรารักพระเยซูมากพอที่จะอุทิศชีวิตนี้ให้กับพระองค์เพื่อให้การทรงเรียกของพระองค์สำเร็จในชีวิตของเราหรือไม่? แม้เราจะไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเราบ้างในอนาคต
ประการที่ 2 การตอบสนองการทรงเรียกคือการจดจ่อกับการติดตามพระคริสต์ (ข้อ 20-22)• เปโตรถามพระเยซูว่า แล้วยอห์นเล่า เขาจะเป็นอย่างไร เขาจะตายอย่างไร พระเยซูตอบว่าไม่ควรกังวลในเรื่องนั้น ("ถ้าเราอยากจะให้เขาอยู่จนเรามานั้น จะเป็นเรื่องอะไรของเจ้าเล่า เจ้าจงตามเรามาเถิด" - ข้อ 22) • เรามักจะถูกทดลองให้เปรียบเทียบชีวิตของตนเองกับคนอื่น บางครั้งเราเปรียบเทียบก็เพื่อจะหาข้อแก้ตัวที่เราจะได้ไม่ต้องอุทิศตัวให้กับพระคริสต์มากกว่าที่เป็นอยู่ บางครั้งก็เปรียบเทียบเพราะสงสัยในความยุติธรรมของพระเจ้า • หรือบางครั้งเราอาจถูกทดลองให้วิตกกังวลว่าหากอุทิศชีวิตให้กับพระเจ้าแล้วจะต้องเผชิญอะไรบ้าง • เราไม่ควรให้ใจของเราจดจ่ออยู่กับสิ่งเหล่านั้น แต่ให้จดจ่ออยู่ที่พระเยซูคริสต์และการติดตามพระองค์ หากเราจดจ่ออยู่กับสิ่งอื่น พระเยซูก็จะทรงตรัสกับเราเหมือนกับที่ตรัสกับเปโตรว่า “ไม่ใช่เรื่องของเจ้าที่จะต้องกังวลในเรื่องนั้น เรื่องของเจ้าคือตามเรามา” • ฮีบรู 12:1-2 “1เหตุฉะนั้น เมื่อเรามีพยานพรั่งพร้อมอยู่รอบข้างเช่นนี้แล้ว ก็ขอให้เราละทิ้งทุกอย่างที่ถ่วงอยู่ และบาปที่เกาะแน่น ขอให้เราวิ่งแข่งด้วยความเพียรพยายาม ตามที่ได้กำหนดไว้สำหรับเรา 2หมายเอาพระเยซูเป็นผู้บุกเบิกความเชื่อ และผู้ทรงทำให้ความเชื่อของเราสมบูรณ์ พระองค์ได้ทรงอดทนต่อกางเขน เพื่อความรื่นเริงยินดีที่ได้เตรียมไว้สำหรับพระองค์ ทรงถือว่าความละอายนั้นไม่เป็นสิ่งสำคัญและพระองค์ได้ประทับ ณ เบื้องขวาพระที่นั่งของพระเจ้า”
บรรณานุกรม พระคริสตธรรมคัมภีร์ฉบับอธิบาย “ชีวิตครบบริบูรณ์” พระคริสตธรรมคัมภีร์อมตธรรมร่วมสมัยฉบับค้นคว้า อมตธรรมร่วมสมัย ภาคพันธสัญญาใหม่ ฉบับอธิบาย Bible Knowledge Commentary Wiersbe’s Expository Outlines The Bible Exposition Commentary: New Testament
- - - ขอให้พระเกียรติทั้งสิ้นจงมีแด่พระเจ้าแต่เพียงผู้เดียว - - -
|
| แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ 23 มกราคม 2012 เวลา 15:03 น. |
















