Home บทเรียนพระคัมภีร์ บทเรียนพระคัมภีร์_การตอบสนองการทรงเรียกให้เป็นสาวก

Member Login



Search

Who's online?

เรามี 4 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday21
mod_vvisit_counterYesterday174
mod_vvisit_counterThis week788
mod_vvisit_counterLast week1200
mod_vvisit_counterThis month3741
mod_vvisit_counterLast month4571
mod_vvisit_counterAll days105378
สมาชิก : 389
Content : 163
เว็บลิงก์ : 9
จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 132175

Art Clock

เวลาประเทศไทย

Biblical Image

the women meeting the angels at the tomb on easte.gif
พันธกิจมานาประจำวัน
อาหารฝ่ายวิญญาณสำหรับคุณ...วันต่อวัน
ท่านชอบอะไรในเว็บของเรามากที่สุด
 

บทความที่คล้ายคลึงกัน

Guitar Chords

Guitar Chords


ลงโฆษณาบนเว็บ

สนใจประชาสัมพันธ์สินค้าคริสเตียนบนเว็บ เช่น หนังสือ VCD DCD ของที่ระลึก ฯลฯ

ติดต่อที่ christiancmu@gmail.com

บทเรียนพระคัมภีร์_การตอบสนองการทรงเรียกให้เป็นสาวก PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Webmaster   
วันจันทร์ที่ 23 มกราคม 2012 เวลา 14:47 น.

 

บทเรียนพระคัมภีร์

 

เรื่อง “การตอบสนองต่อทรงเรียกให้เป็นสาวก”

โดย Webmaster www.christiancmu.com

 

อ่านพระธรรม ยอห์น 21:15-25

 

(1) ผู้เขียน/วันเวลาที่เขียน/จุดประสงค์การเขียนพระธรรมยอห์น

ผู้เขียนพระธรรมยอห์น : อัครทูตยอห์น

สาระสำคัญ : พระเยซู พระบุตรของพระเจ้า

วันเวลาที่เขียน : ประมาณปี ค.ศ. 80-92 ภายหลังกรุงเยรูซาเล็มถูกทำลาย(ค.ศ.70) และก่อนที่ยอห์นจะถูกเนรเทศไปอยู่เกาะปัทมอท

จุดประสงค์การเขียน : ยอห์นกล่าวถึงจุดประสงค์การเขียนไว้ใน ยอห์น 20:31 “แต่การที่ได้บันทึกเหตุการณ์เหล่านี้ไว้ ก็เพื่อท่านทั้งหลายจะได้เชื่อว่า พระเยซูทรงเป็นพระคริสต์ พระบุตรของพระเจ้า และเมื่อมีความเชื่อแล้ว ท่านก็จะมีชีวิตโดยพระนามของพระองค์”

 

 

(2) บริบทของพระธรรมยอห์น

ตามเนื้อหาจากข้อมูลโบราณหลายแห่งได้ให้ข้อมูลว่า ผู้ปกครองคริสตจักรในแคว้นเอเชียได้ขอร้องให้ยอห์นอัครทูตผู้สูงอายุซึ่งขณะนั้นได้อาศัยอยู่ในเมืองเอเฟซัส เขียน “ข่าวประเสริฐฝ่ายวิญญาณ” เล่มนี้เพื่อตอบโต้และหักล้างคำสอนผิดที่ชาวยิวคนหนึ่งชื่อเซรินธัส ซึ่งมีความสามารถในการโน้มน้าวจิตใจได้สอนไว้อย่างผิดๆ เกี่ยวกับเรื่องธรรมชาติ ความเป็นบุคคล และความเป็นพระเจ้าของพระเยซู

เนื้อหาของพระธรรมยอห์นมากกว่า 90% ไม่มีในพระกิตติคุณเล่มอื่น ยอห์นไม่ได้บันทึกรายชื่อคนในวงศ์ตระกูลของพระเยซู เหตุการณ์เมื่อพระเยซูประสูติ ชีวิตวัยเด็ก การถูกทดลอง การจำแลงพระกาย การเลือกสาวก รวมทั้งไม่บันทึกคำอุปมาของพระเยซู(Parable) การขึ้นสู่สวรรค์ และพระมหาบัญชาครั้งสุดท้าย

พระธรรมยอห์นนำเสนอพยานหลักฐานที่เลือกมาอย่างดีเพื่อแสดงว่า พระเยซูทรงเป็นพระเมสสิยาห์ของชาวอิสราเอลและเป็นพระบุตรของพระเจ้าที่มาบังเกิดเป็นมนุษย์

หลักฐานที่สนับสนุน ได้แก่...

(1) หมายสำคัญทั้งเจ็ด (2:1-11, 4:46-54, 5:2-18, 6:1-15, 6:16-21, 9:1-41, 11:1-46) และพระดำรัสทั้งเจ็ด (3:1-21, 4:4-42, 5:19-47, 6:22-59, 7:37-44, 8:12-30, 10:1-21) ซึ่งพระเยซูทรงใช้ในการเปิดเผยอย่างแท้จริงว่าพระองค์ทรงเป็นผู้ใด

(2) ถ้อยคำประกาศว่า “เราเป็น”(พระนามของพระเจ้าที่ทรงสำแดงต่อโมเสส) ทั้งเจ็ดครั้ง (6:35, 8:12, 10:7, 10:11, 11:25, 14:6, 15:1) ซึ่งพระเยซูทรงเปิดเผยด้วยการเปรียบเทียบว่าพระองค์เป็นใครในการไถ่มวลมนุษยชาติ

(3) การเป็นขึ้นจากความตายฝ่ายกายภาพของพระเยซู อันเป็นหมายสำคัญสูงสุดและเป็นข้อพิสูจน์สูงสุดว่าพระองค์ทรงเป็น “พระคริสต์ พระบุตรของพระเจ้า” (20:31)

พระธรรมยอห์นแบ่งออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ ได้แก่...

(1) บทที่ 1-12 กล่าวถึงการเสด็จลงมาเป็นมนุษย์และพระราชกิจต่อสาธารณชนของพระเยซู อย่างไรก็ตาม แม้ว่าพระเยซูจะทำหมายสำคัญที่น่าเชื่อถือถึงเจ็ดประการ(ในพระธรรมยอห์น) พระดำรัสที่ลึกซึ้งถึงเจ็ดประการ(ในพระธรรมยอห์น) และถ้อยคำที่พระองค์ประกาศว่า “เราเป็น” ที่น่าอัศจรรย์ใจอีกเจ็ดครั้ง พวกยิวก็ยังปฏิเสธความเป็นพระเมสสิยาห์ของพระองค์

(2) บทที่ 13-21 กล่าวถึงการที่พระเยซูมุ่งเน้นไปที่สาวกหลังจากที่ชาวยิวส่วนมากปฏิเสธพระองค์ สาวกของพระเยซูเป็นศูนย์กลางของประชากรแห่งพันธสัญญาใหม่ (นั่นคือ คริสตจักรที่พระองค์ทรงสร้างไว้ ศึกษาเพิ่มเติมจากพระธรรมเอเฟซัส) ในส่วนที่สองนี้ได้รวมไปถึงการรับประทานอาหารมื้อสุดท้ายของพระเยซู (บทที่ 13) และพระดำรัสครั้งสุดท้าย (บทที่ 14-16) และคำอธิษฐานสุดท้ายเพื่อสาวกและผู้เชื่อทุกคน (บทที่ 17) และในตอนท้ายของพระธรรมก็ได้บันทึกการเริ่มพันธสัญญาใหม่และการตั้งขึ้นอย่างมั่นคงด้วยการสิ้นพระชนม์ (บทที่ 18-19) และการฟื้นขึ้นจากความตายของพระเยซู (บทที่ 20-21)

พระธรรมยอห์น 21 ได้บันทึกเหตุการณ์ที่พระเยซูทรงไปหาเหล่าสาวกหลังจากพระองค์ทรงฟื้นพระชนม์และมอบหมายงานให้เปโตรผู้ซึ่งก่อนหน้านั้นได้ปฏิเสธว่าไม่รู้จักพระเยซูในวันที่พระองค์ถูกจับกุม

ยอห์น 21:7 ยอห์นจำพระเยซูได้ เพราะพระเยซูทรงทำการอัศจรรย์เหมือนกับที่พระองค์เคยทำมาก่อนแล้ว (ลูกา 5:1-11)

 

(3) อธิบายพระคัมภีร์แต่ละข้อ/กลุ่มข้อ

ยอห์น 21:15-17 เป็นเหตุการณ์ที่พระเยซูทรงช่วยเปโตรจากประสบการณ์ที่เคยปฏิเสธพระองค์ เปโตรเคยปฏิเสธพระเยซูมาแล้ว 3 ครั้ง พระเยซูทรงตรัสถาม 3 ครั้งว่าเปโตรรักพระองค์หรือ เมื่อเปโตรตอบรับ พระเยซูก็ตรัสสั่งให้เขาเลี้ยงแกะของพระองค์

พระเยซูตรัสถามเปโตรสามครั้งว่าเขารักพระองค์หรือ คำว่า “รัก” ในที่นี้ ใช้คำกรีก 2 คำ คำแรกคือคำว่า     อากาพาโอ ใช้สองครั้งในข้อ 15 และ 16 หมายถึงรักด้วยความเข้าใจและมีเจตนา เป็นความรักที่ขึ้นอยู่กับความคิดและความตั้งใจ คำที่สองคือ ฟิเลโอ ใช้ในคำถามครั้งสุดท้ายที่พระเยซูทรงถามเปโตร เกี่ยวข้องกับอารมณ์ความรู้สึกรักและความรู้สึกอบอุ่นตามธรรมชาติ เป็นความรักส่วนบุคคลและเป็นความรู้สึกมากกว่า ส่วนคำตอบของเปโตรนั้นเขาตอบพระเยซูว่า ฟิเลโอ ทั้ง 3 ครั้ง

มี 2 ทัศนะที่มองเกี่ยวกับการใช้คำว่า “รัก” ในภาษากรีกในพระคัมภีร์ตอนนี้ ทัศนะแรกเน้นความแตกต่างของความหมายของคำที่พระเยซูใช้ และสรุปว่าคำทั้งสองที่พระเยซูใช้ พระองค์ต้องการชี้ให้เปโตรเห็นว่า เขาไม่เพียงแต่ต้องรักด้วยความตั้งใจเท่านั้น แต่ต้องรักด้วยหัวใจ เป็นความรักที่มาจากเจตนาและความผูกพันส่วนตัว ส่วนทัศนะที่สองมองว่ายอห์นมักจะใช้คำที่มีความหมายคล้ายคลึงกันแทนกันเสมอในพระธรรมยอห์น คำว่า อากาพาโอและฟิเลโอ ก็ถูกใช้ในลักษณะแทนกันในที่อื่นๆ ทัศนะที่สองนี้มองว่าเป็นแนวการเขียนของยอห์น จึงไม่เน้นความแตกต่างของความหมายของคำว่า “รัก” ที่พระเยซูทรงใช้ในภาษากรีก

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นทัศนะใดที่ถูกต้อง สิ่งสำคัญก็คือ “ความรัก” ที่พระเจ้าทรงคาดหวังจากเราในการติดตามพระองค์

ยอห์น 21:18-19 เป็นคำพยากรณ์ว่าเปโตรจะตายด้วยการถูกตรึงบนไม้กางเขน และตามเรื่องที่เล่าสืบต่อกันมากล่าวว่า เปโตรถูกตรึงเพราะความเชื่อเมื่อประมาณปี คศ.67/68 ที่กรุงโรมภายใต้การปกครองของจักรพรรดินีโร สิ่งที่น่าสังเกตก็คือ แม้พระเยซูจะรู้ว่าอนาคตของเปโตรจะเป็นเช่นไร พระองค์ก็ยังตรัสบอกให้เขาติดตามพระองค์ เราอาจจะไม่แน่ใจและกลัวเกี่ยวกับอนาคตของเรา แต่เราสามารถแน่ใจได้ว่าพระเจ้าทรงรู้และทรงควบคุมอยู่

ยอห์น 21:20-22 เปโตรถามว่าแล้วยอห์นเล่า เขาจะเป็น(ตาย)อย่างไร พระเยซูตอบเปโตรว่าไม่ควรกังวลในเรื่องนั้น สิ่งที่เขาควรสนใจคือการทรงเรียกของพระเจ้าสำหรับตัวเขาเอง ไม่ใช่ของคนอื่น

ยอห์น 21:23-24 ยอห์นกล่าวถึงตัวเขาเอง

ยอห์น 21:25 ยอห์นกล่าวว่าสิ่งที่บันทึกในพระธรรมยอห์นเป็นแค่ส่วนหนึ่งในชีวิตของพระเยซูเท่านั้น

 

(4) สรุปหลักการ ภายใต้หัวข้อ “การตอบสนองต่อทรงเรียกให้เป็นสาวก”

ประการที่ 1 การตอบสนองสำคัญต่อการทรงเรียกคือความรักที่อุทิศตัว (ข้อ 15-19)

คำถามสำคัญที่สุดสำหรับเปโตรก็คือ เขารักพระเยซูด้วยการอุทิศตัวจริงหรือ? คำถามนี้เป็นคำถามที่สำคัญสำหรับผู้เชื่อทุกคนเช่นเดียวกัน - เรารักพระเยซูด้วยการอุทิศตัวจริงหรือ?

ก่อนหน้านี้เปโตรได้ปฏิเสธว่าไม่รู้จักพระเยซูคริสต์เมื่อเขาเผชิญแรงกดดันจากกลุ่มคนที่มีส่วนร่วมกันในการจับกุมพระองค์ เขาได้ปฏิเสธพระเยซูเมื่อเขาต้องเจอกับความยากลำบาก

สำหรับเปโตร คำถาม “เจ้ารักเราหรือ” เป็นคำถามที่นำเขากลับเข้าสู่การเป็นสาวก ภายหลังที่เขาได้ปฏิเสธพระองค์ พระเยซูให้เขาพิจารณาตัวเองอย่างรอบคอบอีกครั้งว่า เขารักพระเจ้าเพียงพอหรือไม่ที่จะอุทิศตัวของเขาให้กับพระองค์ ถ้าเขาเชื่อมั่นว่าเขารักพระองค์จนสามารถอุทิศชีวิตให้กับพระองค์ได้ ก็ให้ดูแลฝูงแกะของพระองค์

สำหรับเราทุกคน คำถาม “เจ้ารักเราหรือ” เป็นคำถามที่จะนำเราเข้าสู่การเป็นสาวกที่แท้จริงของพระคริสต์ เรารักพระองค์เพียงพอที่จะอุทิศตัวและอุทิศชีวิตเพื่อพระองค์หรือไม่ เรายินดีอุทิศตัวในการเป็นสาวกของพระองค์หรือไม่

การอุทิศตัวนั้นคือการเอาชนะตนเอง และยินดียอมรับน้ำพระทัยของพระเจ้าในชีวิต และรับใช้พระองค์ตามการทรงเรียก ตามของประทานความสามารถที่พระองค์ทรงประทานแก่เรา

มัทธิว 16:24-27 “24ขณะนั้นพระเยซูจึงตรัสกับเหล่าสาวกของพระองค์ว่า "ถ้าผู้ใดใคร่ตามเรามาให้ผู้นั้นเอาชนะตัวเอง และรับกางเขนของตนแบกและตามเรามา 25เพราะว่าผู้ใดใคร่จะเอาชีวิตรอด ผู้นั้นจะเสียชีวิต แต่ผู้ใดจะเสียชีวิตเพราะเห็นแก่เรา ผู้นั้นจะได้ชีวิตรอด 26เพราะถ้าผู้ใดจะได้สิ่งของสิ้นทั้งโลกแต่ต้องเสียชีวิตของตน ผู้นั้นจะได้ประโยชน์อะไร หรือผู้นั้นจะนำอะไรไปแลกเอาชีวิตของตนกลับคืนมา 27เหตุว่าเมื่อบุตรมนุษย์จะเสด็จมาด้วยพระสิริแห่งพระบิดา และพร้อมด้วยทูตสวรรค์ของพระองค์ เมื่อนั้นจะประทานบำเหน็จให้ทุกคนตามการกระทำของตน”

สำหรับเปโตร การทรงเรียกแรกของเขาคือการหาคนเหมือนกับหาปลา(ประกาศข่าวประเสริฐ) ต่อมาคือในพระธรรมยอห์น 21 พระเยซูได้เรียกเขาเพิ่มเติมให้ดูแลฝูงแกะของพระเจ้า

การประกาศข่าวประเสริฐเป็นหน้าที่ของผู้เชื่อทุกคน และจะมีผู้เชื่อบางคนที่ถูกเรียกให้ดูแลฝูงแกะของพระเจ้า วันนี้เราได้ตอบสนองการทรงเรียกพื้นฐานให้ประกาศข่าวประเสริฐอย่างไรแล้วบ้าง และสำหรับบางคนที่พระเจ้าทรงเรียกให้ดูแลฝูงแกะของพระองค์ ท่านได้ตอบสนองอย่างไร

พระเยซูทรงรู้และบอกเปโตรล่วงหน้าว่า อนาคตเปโตรจะพบกับความยากลำบาก(ถูกตรึงกางเขน) แต่กระนั้นพระองค์ก็ยังบอกเขาว่า “จงตามเรามา” (ข้อ 19) พระองค์ก็ทรงรู้เช่นเดียวกันว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเราในอนาคต แต่กระนั้นพระองค์ก็ยังทรงตรัสกับเราเช่นเดียวกับที่ตรัสกับเปโตรว่า “จงตามเรามา” – คำถามที่เราต้องถามตัวเองก็คือ เรารักพระเยซูมากพอที่จะอุทิศชีวิตนี้ให้กับพระองค์เพื่อให้การทรงเรียกของพระองค์สำเร็จในชีวิตของเราหรือไม่? แม้เราจะไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเราบ้างในอนาคต

 

ประการที่ 2 การตอบสนองการทรงเรียกคือการจดจ่อกับการติดตามพระคริสต์  (ข้อ 20-22)

เปโตรถามพระเยซูว่า แล้วยอห์นเล่า เขาจะเป็นอย่างไร เขาจะตายอย่างไร พระเยซูตอบว่าไม่ควรกังวลในเรื่องนั้น ("ถ้าเราอยากจะให้เขาอยู่จนเรามานั้น จะเป็นเรื่องอะไรของเจ้าเล่า เจ้าจงตามเรามาเถิด" - ข้อ 22)

เรามักจะถูกทดลองให้เปรียบเทียบชีวิตของตนเองกับคนอื่น บางครั้งเราเปรียบเทียบก็เพื่อจะหาข้อแก้ตัวที่เราจะได้ไม่ต้องอุทิศตัวให้กับพระคริสต์มากกว่าที่เป็นอยู่ บางครั้งก็เปรียบเทียบเพราะสงสัยในความยุติธรรมของพระเจ้า

หรือบางครั้งเราอาจถูกทดลองให้วิตกกังวลว่าหากอุทิศชีวิตให้กับพระเจ้าแล้วจะต้องเผชิญอะไรบ้าง

เราไม่ควรให้ใจของเราจดจ่ออยู่กับสิ่งเหล่านั้น แต่ให้จดจ่ออยู่ที่พระเยซูคริสต์และการติดตามพระองค์ หากเราจดจ่ออยู่กับสิ่งอื่น พระเยซูก็จะทรงตรัสกับเราเหมือนกับที่ตรัสกับเปโตรว่า “ไม่ใช่เรื่องของเจ้าที่จะต้องกังวลในเรื่องนั้น เรื่องของเจ้าคือตามเรามา”

ฮีบรู 12:1-2 “1เหตุฉะนั้น เมื่อเรามีพยานพรั่งพร้อมอยู่รอบข้างเช่นนี้แล้ว ก็ขอให้เราละทิ้งทุกอย่างที่ถ่วงอยู่ และบาปที่เกาะแน่น ขอให้เราวิ่งแข่งด้วยความเพียรพยายาม ตามที่ได้กำหนดไว้สำหรับเรา 2หมายเอาพระเยซูเป็นผู้บุกเบิกความเชื่อ และผู้ทรงทำให้ความเชื่อของเราสมบูรณ์ พระองค์ได้ทรงอดทนต่อกางเขน เพื่อความรื่นเริงยินดีที่ได้เตรียมไว้สำหรับพระองค์ ทรงถือว่าความละอายนั้นไม่เป็นสิ่งสำคัญและพระองค์ได้ประทับ ณ เบื้องขวาพระที่นั่งของพระเจ้า”

 

บรรณานุกรม

พระคริสตธรรมคัมภีร์ฉบับอธิบาย “ชีวิตครบบริบูรณ์”

พระคริสตธรรมคัมภีร์อมตธรรมร่วมสมัยฉบับค้นคว้า

อมตธรรมร่วมสมัย ภาคพันธสัญญาใหม่ ฉบับอธิบาย

Bible Knowledge Commentary

Wiersbe’s Expository Outlines

The Bible Exposition Commentary: New Testament

 

 

- - - ขอให้พระเกียรติทั้งสิ้นจงมีแด่พระเจ้าแต่เพียงผู้เดียว - - -

 

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ 23 มกราคม 2012 เวลา 15:03 น.