| บทเรียนพระคัมภีร์_การวางรากฐานคริสตจักรโดยอัครทูต |
|
|
|
| เขียนโดย Administrator |
| วันศุกร์ที่ 31 กรกฏาคม 2009 เวลา 15:32 น. |
|
เรื่อง การวางรากฐานคริสตจักรโดยอัครทูต
* คริสตจักรที่วางรากฐานโดยอัครทูต หมายถึง คริสตจักรที่วางรากฐานบนคำสอนของอัุครทูตสมัยแรกและของผู้เผยพระวจนะ โดยมีพระเยซูคริสต์เป็นศูนย์กลางแห่งคำสอนนั้น (อัครทูตในความหมายพิเศษที่ไม่มีอีกแล้วในยุคปัจจุบัน ปัจจุบันมีแต่อัครทูตในความหมายทั่วไป ดูเพิ่มเิติมเรื่องอัครทูต) * เอเฟซัส 2:20 "ท่านได้ถูกประดิษฐานขึ้น บนรากแห่งพวกอัครทูตและพวกผู้เผยพระวจนะ พระเยซูคริสต์ทรงเป็นศิลามุมเอก" * ดังนั้น คริสตจักรจะเป็นคริสตจักรแท้หากได้รับการวางรากฐานโดยการสำแดงที่ไม่มีผิดพลาดผ่านการดลใจของพระเยซูคริสต์ต่ออัครทูตสมัยแรก ...
(1) อัครทูตในพระคัมภีร์ใหม่คือผู้ส่งข่าวสาร พยาน และตัวแทนแห่งสิทธิอำนาจกลุ่มแรกของพระเยซูคริสต์ พวกเขาเป็นศิลาที่เป็นรากฐานของคริสตจักร และข่าวสารของพวกเขาถูกบันทึกไว้ในพระคัมภีร์ใหม่ เป็นรากฐานของข่าวประเสริฐของพระเยซูคริสต์ เป็นจริงทุกเวลา (2) ผู้เชื่อทุกคนและคริสตจักรทุกแห่งขึ้นอยู่กับคำสอน ข่าวสาร และความเชื่อของอัครทูตสมัยแรกที่ได้บันทึกไว้ในพระธรรมกิจการ และในข้อเขียนอื่นๆ ที่ได้รับการดลใจ สิทธิอำนาจของพวกเขาถูกรักษาไว้ในพระคัมภีร์ใหม่ และคริสตจักรในยุคต่อๆ มามีหน้าที่เชื่อฟังการสำแดงผ่านทางอัครทูตและต้องเป็นพยานถึงความจริงนั้น ข่าวประเสริฐที่มอบหมายให้กับอัครทูตในพระคัมภีร์ใหม่ผ่านทางพระวิญญาณบริสุทธิ์นั้นเป็นแหล่งแห่งชีวิตที่คงทนถาวร เป็นความจริง และเป็นทิศทางแก่คริสตจักร (3) ผู้เชื่อทุกคนและคริสตจักรทุกแห่งจะเป็นผู้เชื่อแท้และคริสตจักรแท้ก็ต่อเมื่อได้ทำตามสิ่งต่างๆ ต่อไปนี้ (ก) พวกเขาต้องเห็นด้วยและแสดงความมุ่งมั่นอย่างจริงใจที่จะทำตามคำสอนและการสำแดงดั้งเดิมของอัครทูตสมัยแรกที่เกี่ยวข้องกับข่าวประเสริฐตามที่ปรากฏในพระคัมภีร์ใหม่ (กจ. 4:42 “ด้วยเขางุ่นง่านใจเพราะท่านทั้งสองได้สั่งสอนและประกาศแก่คนทั้งหลาย ถึงเรื่องการเป็นขึ้นมาจากความตาย โดยอ้างการคืนพระชนม์ของพระเยซู”) การปฏิเสธคำสอนของอัครทูตสมัยแรกเท่ากับการปฏิเสธพระเจ้า * ยน.16:13-15 “13เมื่อพระวิญญาณแห่งความจริงจะเสด็จมาแล้ว พระองค์จะนำท่านทั้งหลายไปสู่ความจริงทั้งมวล เพราะพระองค์จะไม่ตรัสโดยพลการ แต่พระองค์จะตรัส สิ่งที่พระองค์ทรงได้ยิน และพระองค์จะทรงแจ้งให้ท่านทั้งหลายรู้ถึงสิ่งเหล่านั้นที่จะเกิดขึ้น 14พระองค์จะทรงให้เราได้รับเกียรติ เพราะว่าพระองค์จะทรงเอาสิ่งที่เป็นของเรามาสำแดงแก่ท่านทั้งหลาย 15ทุกสิ่งที่พระบิดาทรงมีนั้นเป็นของเรา เหตุฉะนั้นเราจึงกล่าวว่า พระวิญญาณทรงเอาสิ่งซึ่งเป็นของเรานั้น มาสำแดงแก่ท่านทั้งหลาย” * 1คร.14:36-38 “36พระวจนะของพระเจ้าเกิดมาจากพวกท่านหรือ ได้ประทานมาถึงท่านแต่พวกเดียวหรือ 37ถ้าผู้ใดถือว่าตนเป็นผู้เผยพระวจนะ หรืออยู่ฝ่ายพระวิญญาณก็ควรยอมรับว่า ข้อความซึ่งข้าพเจ้าเขียนมาถึงท่านนั้น เป็นพระบัญญัติขององค์พระผู้เป็นเจ้า 38แต่ถ้าผู้ใดไม่รับรู้ข้อความนี้ ผู้นั้นก็ไม่ได้รับการรับรู้” * กท.1:9-11 “9ตามที่เราได้พูดไว้ก่อนแล้ว บัดนี้ข้าพเจ้าพูดอีกว่า ถ้าผู้ใดประกาศข่าวประเสริฐอื่นแก่ท่าน ที่ขัดกับข่าวประเสริฐซึ่งท่านได้รับไว้แล้ว ผู้นั้นจะต้องถูกแช่งสาป 10บัดนี้ข้าพเจ้ากำลังพูดเอาใจมนุษย์หรือ ข้าพเจ้าทำให้เป็นที่ชอบพระทัยพระเจ้ามิใช่หรือ ข้าพเจ้าอุตส่าห์ประจบประแจงมนุษย์หรือ ถ้าข้าพเจ้ากำลังประจบประแจงมนุษย์อยู่ ข้าพเจ้าก็ไม่ใช่ผู้รับใช้ของพระคริสต์ 11พี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าอยากให้ท่านทราบว่า ข่าวประเสริฐที่ข้าพเจ้าได้ประกาศไปแล้วนั้นไม่ใช่ของมนุษย์” (ข) พวกเขาต้องทำงานพันธกิจตามแบบอย่างอัครทูตสมัยแรก ด้วยการประกาศและการสั่งสอนด้วยฤทธิ์เดชของพระวิญญาณบริสุทธิ์ * กจ. 1:8 “แต่ท่านทั้งหลายจะได้รับพระราชทานฤทธิ์เดช เมื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์จะเสด็จมาเหนือท่าน และท่านทั้งหลายจะเป็นพยานฝ่ายเราในกรุงเยรูซาเล็ม ทั่วแคว้นยูเดีย แคว้นสะมาเรีย และจนถึงที่สุดปลายแผ่นดินโลก” * 2ทธ.1:8-14 “8อย่าละอายที่จะเป็นพยานฝ่ายองค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา หรือฝ่ายตัวข้าพเจ้าที่ถูกจำจองอยู่เพราะเห็นแก่พระองค์ แต่จงมีส่วนในการยากลำบาก เพื่อเห็นแก่ข่าวประเสริฐ โดยอาศัยฤทธิ์เดชแห่งพระเจ้า 9ผู้ทรงช่วยเราให้รอด และทรงให้เรามาเป็นผู้รับใช้ของพระองค์ ไม่ใช่เพราะเห็นแก่การดีที่เราได้กระทำ แต่เพราะเห็นแก่พระประสงค์ของพระองค์เอง และพระคุณซึ่งทรงประทานแก่เรา ในพระเยซูคริสต์ตั้งแต่ดึกดำบรรพ์มานั้น 10และบัดนี้ได้ทรงสำแดงให้ประจักษ์ โดยการที่พระเยซูคริสต์พระผู้ช่วยให้รอดของเราเสด็จมา ผู้ได้ทรงกำจัดความตายให้สูญสิ้น และได้ทรงกระทำให้ชีวิตและสภาพอมตะกระจ่างแจ้ง โดยข่าวประเสริฐ 11สำหรับข่าวประเสริฐนั้น ข้าพเจ้าได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้ประกาศ เป็นอัครทูตและเป็นครู 12เพราะเหตุนั้นเองข้าพเจ้าจึงได้ทนทุกข์ลำบากเช่นนี้ ถึงกระนั้นข้าพเจ้าก็ไม่ละอาย เพราะว่าข้าพเจ้ารู้จักพระองค์ที่ข้าพเจ้าได้เชื่อ และข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่า พระองค์ทรงสามารถรักษาซึ่งข้าพเจ้าได้มอบไว้กับพระองค์ จนถึงวันพิพากษาได้ 13จงประพฤติตามแบบแห่งคำสอนอันมีหลักที่ท่านได้ยินจากข้าพเจ้า ด้วยความเชื่อและความรักซึ่งมีอยู่ในพระเยซูคริสต์ 14จงรักษาความจริงซึ่งได้ทรงมอบไว้แก่ท่านโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ ซึ่งทรงสถิตอยู่ภายในเรา” * ทต.1:7-9 “7เพราะว่าผู้ปกครองดูแลนั้น ในฐานะที่เป็นผู้รับมอบฉันทะจากพระเจ้า ต้องเป็นคนที่ไม่มีข้อตำหนิ ไม่เป็นคนเย่อหยิ่ง ไม่เป็นคนเลือดร้อน ไม่เป็นนักเลงสุรา ไม่เป็นนักเลงหัวไม้และไม่เป็นคนโลภมักได้ 8แต่เป็นคนมีอัชฌาสัยรับแขกดี เป็นผู้รักความดี เป็นคนมีสติสัมปชัญญะ เป็นคนยุติธรรม เป็นคนบริสุทธิ์ รู้จักบังคับใจตนเอง 9และเป็นคนยึดมั่นในหลักคำสอนอันแท้ตามที่ได้เรียนมาแล้ว เพื่อจะสามารถเตือนสติด้วยคำสอนอันมีหลัก และชี้แจงแก่ผู้ที่คัดค้านคำสอนนั้น” (ค) พวกเขาต้องไม่เพียงแต่เชื่อในข่าวสารผ่านทางอัครทูตสมัยแรกแต่ต้องปกป้องจากการบิดเบือนและการดัดแปลง, ไม่มีการสำแดง คำพยาน การเผยพระวจนะที่มาในภายหลังใดๆ ที่จะมาทดแทนการสำแดงเริ่มแรกผ่านทางอัครทูตดังที่บันทึกในพระคัมภีร์ใหม่ได้ * กจ. 20:27-31 “27เพราะว่าข้าพเจ้ามิได้ย่อท้อ ในการกล่าวเรื่องพระดำริของพระเจ้าทั้งสิ้นให้ท่านทั้งหลายฟัง 28ท่านทั้งหลายจงระวังตัวให้ดี และจงรักษาฝูงแกะที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ทรงตั้งท่านไว้ให้เป็นผู้ดูแล และเพื่อจะได้ปกครองคริสตจักรขององค์พระผู้เป็นเจ้า ที่พระองค์ทรงได้มาด้วยพระโลหิตของพระองค์เอง 29ข้าพเจ้าทราบอยู่ว่า เมื่อข้าพเจ้าไปแล้วจะมีสุนัขป่าอันร้ายเข้ามาในหมู่พวกท่าน และจะไม่ละเว้นฝูงแกะไว้เลย 30จะมีบางคนในหมู่พวกท่านเองกล่าวผันแปรความจริง เพื่อจะชักชวนพวกสาวกให้หลงตามเขาไป 31เหตุฉะนั้นจงตื่นตัวอยู่ และจำไว้ว่าข้าพเจ้าได้สั่งสอนเตือนสติท่านทุกคนด้วยน้ำตาไหล ทั้งกลางวันกลางคืนตลอดสามปีมิได้หยุดหย่อน” * 1ทธ. 6:20 “ทิโมธีเอ๋ย สิ่งที่เราบอกท่านแล้วนั้น จงรักษาให้ดี จงละเว้นการพูดที่ไร้สาระ และการขัดแย้งในความเห็นซึ่งสำคัญผิดว่าเป็นความรู้”
สรุป * "คริสตจักรที่วางรากฐานโดยอัครทูต" จึงไม่ได้หมายถึงคริสตจักรที่ผู้ที่มีของประทานอัครทูตในยุคปัจจุบันนี้ได้ก่อตั้งขึ้นเท่านั้น แต่หมายถึงคริสตจักรใดก็ตามที่เชื่อวางใจในข่าวประเสริฐของพระเยซูคริสต์ที่ให้ไว้ผ่านทางอัครทูตสมัยแรกที่ได้ประกาศและบันทึำกไว้ในพระคัมภีร์ใหม่ แม้คริสตจักรนั้นจะไม่ได้ก่อตั้งด้วยผู้ที่มีของประทานอัครทูตก็ตาม
ขอให้พระเกียรติทั้งหมดจงมีแด่พระเจ้า ไม่สงวนลิขสิทธิ์ โดย Christian CMU (คริสเตียน มช.) |
| แก้ไขล่าสุด ใน วันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม 2009 เวลา 09:24 น. |














