|
บทเรียนพระคัมภีร์
เรื่อง ซาตาน โดย Webmaster ของ www.christiancmu.com
- ซาตาน (เป็นภาษาฮีบรู, หมายถึง "ผู้กล่าวโทษ" หรือ "ปรปักษ์") เคยเป็นทูตสวรรค์ที่ยิ่งใหญ่ที่ถูกสร้างมาอย่างดีและสมบูรณ์แบบ - ซาตานได้รับมอบหมายจากพระเจ้าให้ปรนนิบัติรับใช้อยู่ที่พระบัลลังก์ของพระองค์ - ก่อนที่พระเจ้าจะทรงสร้างโลก ซาตานได้กบฏต่อพระองค์ และได้กลายเป็นหัวหน้าของผู้ต่อต้านพระเจ้าและพงศ์พันธุ์ของมนุษย์ - เอเศเคียล 28:12-15 "12บุตรแห่งมนุษย์เอ๋ย จงเปล่งเสียงบทคร่ำครวญเพื่อกษัตริย์เมืองไทระ และจงกล่าวแก่ท่านว่าพระเจ้าตรัสดังนี้ว่า "เจ้าเป็นตราแห่งความสมบูรณ์แบบ เต็มด้วยสติปัญญา และมีความงามอย่างพร้อมสรรพ 13เจ้าอยู่ในเอเดน พระอุทยานของพระเจ้า เพชรพลอยทุกอย่างเป็นเสื้อของเจ้า คือทับทิม บุษราคัมน้ำอ่อน เพชร เพทาย โกเมน และมณีโชติ ไพฑูรย์ มรกต และเบริล เพชรพลอยเหล่านี้ฝังในทองคำ และลวดลายแกะสลักก็เป็นทองคำ สิ่งเหล่านั้นจัดเตรียมไว้ ในวันที่สร้างเจ้าขึ้นมา 14เราตั้งเจ้าให้อยู่กับเครูบ ผู้พิทักษ์ที่ได้เจิมตั้งไว้ เจ้าอยู่บนภูเขาบริสุทธิ์แห่งพระเจ้า และเจ้าเดินอยู่ท่ามกลางศิลาเพลิง 15เจ้าก็ปราศจากตำหนิในวิธีการทั้งหลายของเจ้าตั้งแต่วันที่เจ้าได้ถูกสร้างขึ้น มาจนพบความบาปชั่วในตัวเจ้า"
1) ในการกบฏของซาตานต่อพระเจ้า ซาตานได้นำทูตสวรรค์ที่ต่ำกว่าตนเองจำนวนมากไปด้วย (วิวรณ์ 12:4) ซึ่งต่อมาทูตสวรรค์เหล่านี้ถูกเรียกว่า ผี, ผีโสโครก, วิญญาณชั่ว, ปิศาจ (ในพระคัมภีร์ ภ.ไทยของสมาคมพระคริสตธรรมไทย ฉบับ 1971) - วิวรณ์ 12:4 "หางพญานาคตวัดดวงดาวในท้องฟ้าทิ้งลงมาที่แผ่นดินโลกเสียหนึ่งในสามส่วน และพญานาคนั้นยืนอยู่เบื้องหน้าผู้หญิงที่กำลังจะคลอดบุตร เพื่อจะกินบุตรเมื่อคลอดออกมาแล้ว" - ซาตานและทูตสวรรค์ที่ต่ำกว่าจำนวนมากเหล่านั้นได้ถูกเนรเทศไปยังโลกและชั้นบรรยากาศรอบๆ โลก และปฏิบัติงานของมันในโลกภายใต้น้ำพระทัยอนุญาตของพระเจ้า
2) ซาตาน ถูกเรียกอีกอย่างว่า งู(the serpent) ผู้ซึ่งล่อลวงให้มนุษย์ล้มลงในความบาป - ปฐมกาล 3:1-6 1 ในบรรดาสัตว์ป่าที่พระเจ้าทรงสร้างนั้น งูฉลาดกว่าหมด มันถามหญิงนั้นว่า "จริงหรือที่พระเจ้าตรัสห้ามว่า 'อย่ากินผลจากต้นไม้ใดๆ ในสวนนี้' 2 หญิงนั้นจึงตอบงูว่า "ผลของต้นไม้ต่างๆ ในสวนนี้เรากินได้ 3 เว้นแต่ผลของต้นไม้ที่อยู่กลางสวนนั้น พระเจ้าตรัสห้ามว่า 'อย่ากินหรือถูกต้องเลย มิฉะนั้นจะตาย' 4 งูจึงพูดกับหญิงนั้นว่า "เจ้าจะไม่ตายจริงดอก 5 เพราะพระเจ้าทรงทราบอยู่ว่า เจ้ากินผลไม้นั้นวันใด ตาของเจ้าจะสว่างขึ้นในวันนั้น แล้วเจ้าจะเป็นเหมือนพระเจ้า คือสำนึกในความดีและความชั่ว" 6 เมื่อหญิงนั้นเห็นว่า ต้นไม้นั้นน่ากิน และน่าดูด้วย ทั้งเป็นต้นไม้ที่มุ่งหมายจะให้เกิดปัญญา จึงเก็บผลไม้นั้นมากิน แล้วส่งให้สามีกินด้วย เขาก็กิน 3) อาณาจักรของซาตาน คือ จักรวรรดิของความชั่วที่เป็นเครือข่ายระดับสูง มีสิทธิอำนาจเหนืออาณาจักรแห่งย่านฟ้าอากาศ(เอเฟซัส 2:2) เหนือทูตสวรรค์ที่ล้มลง(มัทธิว 25:41,วิวรณ์ 12:7) เหนือมนุษย์ที่ไม่ได้บังเกิดใหม่(มัทธิว 4:8-9,ยอห์น 12:31,เอเฟซัส 2:2) และเหนือโลกนี้(ลูกา 4:5-6,2โครินธ์ 4:4) - เอเฟซัส 2:2 "ครั้งเมื่อก่อนท่านเคยประพฤติในการบาปนั้นตามวิถีของโลก ตามเจ้าแห่งย่านอากาศ คือวิญญาณที่ครอบครองอยู่ในคนทั้งหลายที่ไม่เชื่อฟัง" - มัทธิว 25:41 "พระองค์จะตรัสกับบรรดาผู้ที่อยู่เบื้องซ้ายพระหัตถ์ของพระองค์ว่า "ท่านทั้งหลายผู้ต้องแช่งสาปจงถอยไปจากเรา เข้าไปอยู่ในไฟซึ่งไหม้อยู่เป็นนิตย์ ซึ่งเตรียมไว้สำหรับมารร้ายและสมุนของมันนั้น" - วิวรณ์ 12:7 "ขณะนั้นเกิดสงครามขึ้นในสวรรค์ มีคาเอล กับเทพบริวารของท่านได้ต่อสู้กับพญานาค และพญานาคกับบริวารของมันก็ต่อสู้" - มัทธิว 4:8-9 "8อีกครั้งหนึ่งมารได้นำพระองค์ขึ้นไปบนภูเขาอันสูงยิ่งนัก และได้แสดงบรรดาราชอาณาจักรในโลก ทั้งความรุ่งเรืองของราชอาณาจักรเหล่านั้นให้พระองค์ทอดพระเนตร 9แล้วได้ทูลพระองค์ว่า 'ถ้าท่านจะกราบลงนมัสการเรา เราจะให้สิ่งทั้งปวงเหล่านี้แก่ท่าน'" - ยอห์น 12:31 "บัดนี้ถึงเวลาที่จะพิพากษาโลกนี้แล้ว เดี๋ยวนี้เจ้าโลกนี้จะถูกกำจัดออกไป" - ลูกา 4:5-6 "5แล้วมารจึงนำพระองค์ขึ้นไป สำแดงบรรดาราชอาณาจักรทั่วพิภพในขณะเดียวให้พระองค์เห็น 6แล้วมารได้ทูลพระองค์ว่า 'อำนาจทั้งสิ้นนี้ และศักดิ์ศรีของราชอาณาจักรนั้นเราจะยกให้แก่ท่าน เพราะว่ามอบเป็นสิทธิ์ไว้แก่เราแล้ว และเราปรารถนาจะให้แก่ผู้ใดก็จะให้แก่ผู้นั้น'" - 2โครินธ์ 4:4 "ส่วนคนที่ไม่เชื่อนั้น พระของยุคนี้ได้กระทำใจของเขาให้มืดไป เพื่อไม่ให้เขาได้เห็นความสว่างของข่าวประเสริฐ เรื่องพระสิริของพระคริสต์ผู้เป็นพระฉายของพระเจ้า" - ซาตานนั้นไม่สามารถอยุ่ทุกหนทุกแห่งในเวลาเดียวกัน(not omnipersent) ไม่สามารถทำได้ทุกสิ่งทุกอย่าง(not omnipotent) และไม่รอบรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง(not omniscient) เพราะฉะนั้นกิจกรรมเกือบทุกอย่างของมันจะมอบหมายให้ลูกสมุนของมันทำแทน
- มัทธิว 8:28 "ครั้นพระองค์ทรงข้ามฟากไปถึงแดนกาดาราแล้ว มีคนสองคนออกมาจากอุโมงค์ฝังศพ มาพบพระองค์ เขาผีเข้าสิงดุร้ายนัก จนไม่มีผู้ใดอาจเดินทางนั้นได้" - วิวรณ์ 16:13-14 "13และข้าพเจ้าเห็นผีโสโครกสามตนรูปร่างคล้ายกบ ออกมาจากปากพญานาค ออกจากปากสัตว์ร้ายนั้น และออกจากปากคนที่ปลอมตัวเป็นผู้เผยพระวจนะ 14ด้วยว่าผีเหล่านั้นเป็นผีร้ายกระทำหมายสำคัญ มันออกไปหากษัตริย์ทั้งปวงทั่วพิภพ เพื่อให้บรรดากษัตริย์เหล่านั้นร่วมกันทำสงคราม ในวันยิ่งใหญ่ของพระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพสูงสุด"
4) พระเยซูเสด็จมาในโลกเพื่อทำลายบรรดากิจการของซาตาน(1ยอห์น 3:8) ตั้งอาณาจักรของพระเจ้า และปลดปล่อยเราจากการปกครองของซาตาน(มัทธิว 12:28,ลูกา 4:18,ลูกา 13:16,กิจการ 26:28) - 1ยอห์น 3:8 "ผู้ที่กระทำบาปก็มาจากมาร เพราะว่ามารได้กระทำบาปตั้งแต่เริ่มแรก พระบุตรของพระเจ้าได้เสด็จมาปรากฏก็เพราะเหตุนี้ คือเพื่อทรงทำลายกิจการของมาร" - มัทธิว 12:28 "แต่ถ้าเราขับผีออกด้วยพระวิญญาณของพระเจ้า แผ่นดินของพระเจ้าก็มาถึงท่านแล้ว" - ลูกา 4:18 "พระวิญญาณแห่งพระเป็นเจ้าทรงอยู่เหนือข้าพเจ้า เพราะว่าพระองค์ได้ทรงเจิมตั้งข้าพเจ้าไว้ เพื่อนำข่าวดีมายังคนยากจน พระองค์ได้ทรงใช้ข้าพเจ้าให้ร้องประกาศอิสรภาพแก่บรรดาเชลย ให้ประกาศแก่คนตาบอดว่าจะได้เห็นอีก ให้ปล่อยผู้ถูกบีบบังคับเป็นอิสระ" - ลูกา 13:16 "ฝ่ายผู้หญิงนี้เป็นเชื้อสายของอับราฮัม ซึ่งซาตานได้ผูกมัดไว้สิบแปดปีแล้ว ไม่ควรหรือที่จะให้เขาหลุดพ้นจากเครื่องจำจองอันนี้ในวันสะบาโต" - กิจการ 26:18 "เพื่อจะให้เจ้าเบิกตาของเขา เพื่อเขาจะกลับจากความมืดมาถึงความสว่าง และจากอำนาจของซาตานมาถึงพระเจ้า เพื่อเขาจะได้รับการยกโทษความบาปผิดของเขา และให้ได้รับที่ซึ่งจะได้ด้วยกันกับคนทั้งหลาย ซึ่งถูกชำระให้เป็นผู้ชอบธรรมแล้วโดยความเชื่อในเรา"
- โดยทางการสิ้นพระชนม์และการฟื้นพระชนม์ของพระเยซูคริสต์ พระองค์ได้เริ่มต้นการพ่ายแพ้ของซาตานและด้วยเหตุนี้เองพระองค์ได้รับรองว่าในท้ายที่สุดซาตานจะพ้ายแพ้ต่อพระเจ้าอย่างสิ้นเชิง - ฮีบรู 2:14 "บุตรทั้งหลายร่วมสายโลหิตกันฉันใด พระองค์ก็ทรงเป็นเช่นนั้นด้วย เพื่อโดยทางความตายนั้นเอง พระองค์จะได้ทรงทำลายผู้ที่มีอำนาจแห่งความตาย คือมารเสียได้"
5) เมื่อถึงเวลาสิ้นยุค ซาตานจะถูกขังไว้ในบาดาล(Abyss) เป็นเวลาพันปี - วิวรณ์ 20:1-3 1 แล้วข้าพเจ้าเห็นทูตสวรรค์องค์หนึ่งลงมาจากสวรรค์ ท่านถือลูกกุญแจของบาดาลนั้น และถือโซ่ใหญ่ 2 และท่านได้จับพญานาคซึ่งเป็นงูดึกดำบรรพ์ผู้ซึ่งเป็นพญามารและซาตานและมัดมันไว้พันปี 3 แล้วทิ้งมันลงไปในบาดาลนั้น แล้วได้ลั่นกุญแจประทับตรา เพื่อไม่ให้มันล่อลวงบรรดาประชาชนได้อีกต่อไป จนครบกำหนดพันปีแล้วจึงจะต้องปล่อยมันออกไปชั่วขณะหนึ่ง - หลังจากนั้นซาตานจะถูกปล่อยออกมาชั่วขณะ ซึ่งมันจะพยายามเป็นครั้งสุดท้ายที่จะทำลายอาณาจักรของพระเจ้า ในเหตุการณ์นี้ซาตานจะพ้ายแพ้อย่างสมบูรณ์และจะถูกทิ้งลงไปในบึงไฟ(Geenna)ตลอดนิรันดร์ - วิวรณ์ 20:7-10
7 ครั้นพันปีล่วงไปแล้ว ก็จะปล่อยซาตานออกจากคุกที่ขังมันไว้ 8 และมันจะออกไปล่อลวงบรรดาประชาชาติทั้งสี่ทิศของแผ่นดินโลก คือโกกและมาโกก ให้คนมาชุมนุมกันทำศึกสงคราม จำนวนคนเหล่านั้นมากมายดุจเม็ดทรายที่ทะเล 9 และคนเหล่านั้นยกขบวนออกไปทั่วแผ่นดินโลก และล้อมกองทัพของพวกธรรมิกชน และนครอันเป็นที่รักนั้นไว้ แต่ไฟได้ตกลงมาจากสวรรค์เผาผลาญคนเหล่านั้น 10 ส่วนพญามารที่ล่อลวงเขาเหล่านั้นก็ถูกโยนลงไปในบึงไฟและกำมะถัน ที่สัตว์ร้ายและคนที่ปลอมตัวเป็นผู้เผยพระวจนะตกอยู่ในนั้น และมันต้องทนทุกข์ทรมานทั้งกลางวันและกลางคืนตลอดไปเป็นนิตย์
6) ปัจจุบันซาตานกำลังทำสงครามฝ่ายวิญญาณกับพระเจ้าและคนของพระองค์(โยบ 1-2, เอเฟซัส 6:11-18) มันแสวงหาที่จะทำให้คนของพระเจ้าหันออกจากความภักดีที่มีต่อพระคริสต์ (2โครินธ์ 11:3) และล่อลวงให้ทำบาปและตกอยู่ใต้พันธนาการของระบบของโลกปัจจุบัน (2โครินธ์ 11:3, 1ทิโมธี 5:15, 1ยอห์น 5:16) - เอเฟซัส 6:11-18 11 จงสวมยุทธภัณฑ์ทั้งชุดของพระเจ้า เพื่อจะต่อต้านยุทธอุบายของพญามารได้ 12 เพราะว่าเราไม่ได้ต่อสู้กับเนื้อหนังและเลือด แต่ต่อสู้กับเทพผู้ครอง ศักดิเทพ เทพผู้ครองพิภพในโมหะความมืดแห่งโลกนี้ ต่อสู้กับเหล่าวิญญาณที่ชั่วในสถานฟ้าอากาศ 13 เหตุฉะนั้นจงรับยุทธภัณฑ์ทั้งชุดของพระเจ้าไว้ เพื่อท่านจะได้ต่อต้านในวันอันชั่วร้ายนั้น และเมื่อเสร็จแล้วจะอยู่อย่างมั่นคงได้ 14 เหตุฉะนั้นท่านจงมั่นคง เอาความจริงคาดเอว เอาความชอบธรรมเป็นทับทรวงเครื่องป้องกันอก 15 และเอาข่าวประเสริฐแห่งสันติสุข ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดความพรั่งพร้อมมาสวมเป็นรองเท้า 16 และพร้อมกับสิ่งทั้งหมดนี้ จงเอาความเชื่อเป็นโล่ ด้วยโล่นั้นท่านจะได้ดับลูกศรเพลิงของพญามารเสีย 17 จงเอาความรอดเป็นหมวกเหล็กป้องกันศีรษะ และจงถือพระแสงของพระวิญญาณ คือ พระวจนะของพระเจ้า 18 จงอธิษฐานวิงวอนทุกอย่าง จงขอโดยพระวิญญาณทุกเวลา ทั้งนี้จงระวังตัวด้วยความเพียรทุกอย่าง จงอธิษฐานเพื่อธรรมิกชนทุกคน - 2โครินธ์ 11:3 "แต่ข้าพเจ้าเกรงว่า งูนั้นได้ล่อลวงนางเอวาด้วยอุบายของมันฉันใด จิตใจของท่านก็จะถูกล่อลวงให้หลงไปจากความสัตย์ซื่อ และความบริสุทธิ์ต่อพระคริสต์ฉันนั้น" - 1ทิโมธี 5:15 "ด้วยว่ามีบางคนได้หลงตามพญามารไปแล้ว" - 1ยอห์น 5:16 "ถ้าผู้ใดเห็นพี่น้องของตนกระทำบาปอย่างหนึ่งอย่างใด ที่ไม่นำไปสู่ความตาย ผู้นั้นจงทูลขอ และพระองค์ก็จะทรงประทานชีวิตแก่ผู้ที่ได้กระทำบาป ซึ่งไม่ได้นำไปสู่ความตาย บาปที่นำไปสู่ความตายก็มี ข้าพเจ้ามิได้ว่าให้อธิษฐานในเรื่องบาปอย่างนั้น"
- ผู้เชื่อจะต้องอธิษฐานอย่างต่อเนื่องเพื่อจะไม่ตกอยู่ภายใต้พันธนาการของซาตาน (มัทธิว 6:13) ระมัดระวังตัวอยู่เสมอต่อแผนการและการล่อลวงของมัน (เอเฟซัส 6:11) และต่อต้านมันในสงครามฝ่ายวิญญาณ โดยที่ยังสามารถรักษาความเชื่อที่มั่นคงในพระเจ้า(เอเฟซัส 6:10-18, 1เปโตร 5:8-9) - มัทธิว 6:13 "และขออย่านำข้าพระองค์เข้าไปในการ ทดลอง แต่ขอให้พ้นจากซึ่งชั่วร้าย [เหตุว่าราชอำนาจ และฤทธิ์เดช และพระสิริเป็นของพระองค์สืบๆไปเป็นนิตย์ อาเมน]" - 1เปโตร 5:8-9 8 ท่านทั้งหลายจงสงบใจจงระวังระไวให้ดี ด้วยว่าศัตรูของท่านคือมารวนเวียนอยู่รอบๆ ดุจสิงห์คำรามเที่ยวไปเสาะหาคนที่มันจะกัดกินได้ 9 จงต่อสู้กับศัตรูนั้นด้วยใจมั่นคงในความเชื่อ เพราะว่าพวกพี่น้องทั้งหลายของท่านทั่วโลก ก็ประสบความทุกข์ลำบากอย่างเดียวกัน ขอให้พระเกียรติทั้งสิ้นจงมีแด่พระเจ้า ไม่สงวนลิขสิทธิ์ โดย Christian CMU (คริสเตียน มช.) |