| บทเรียนพระคัมภีร์_การอัศจรรย์(Miracle) |
|
|
|
| เขียนโดย Webmaster |
| วันศุกร์ที่ 04 กันยายน 2009 เวลา 10:32 น. |
|
บทเรียนพระคัมภีร์ เรื่อง การอัศจรรย์ (Miracle) โดย Webmaster ของ www.christiancmu.com 1) การอัศจรรย์คืออะไรก) การอัศจรรย์เป็นงานของต้นกำเนิดและอำนาจที่เหนือธรรมชาติ (Gk dunamis)- กจ.8:13 “ฝ่ายซีโมนเองก็เชื่อด้วย เมื่อรับบัพติศมาแล้วก็อยู่กับฟีลิปต่อไป และประหลาดใจที่เห็นนิมิตกับการอัศจรรย์ซึ่งฟีลิปได้กระทำ”- กจ.19:11 “พระเจ้าได้ทรงกระทำอิทธิฤทธิ์อันพิสดารด้วยมือของเปาโล” ข) การอัศจรรย์ทำหน้าที่เช่นเดียวกับหมายสำคัญหรือสัญลักษณ์ (Gk semeion) แห่งสิทธิอำนาจของพระเจ้า- ลก.23:8 “เมื่อเฮโรดได้เห็นพระเยซูก็มีความยินดีมาก ด้วยนานมาแล้ว ท่านอยากจะพบพระองค์เพราะได้ยินถึงพระองค์ และหวังว่าคงจะได้เห็นพระองค์ทำหมายสำคัญบ้าง”- กจ.4:16 “ว่า "เราจะทำอย่างไรกับคนทั้งสองนี้ เพราะการที่เขาได้กระทำหมายสำคัญอันเด่น คนทั้งปวงที่อยู่ในกรุงเยรูซาเล็มก็รู้กันแล้วและเราปฏิเสธไม่ได้” - กจ.4:30 “ในเมื่อพระองค์ได้ทรงเหยียดพระหัตถ์ของพระองค์ออกรักษาโรคให้หาย และได้โปรดให้หมายสำคัญกับการอัศจรรย์บังเกิดขึ้น โดยพระนามแห่งพระเยซูผู้รับใช้บริสุทธิ์ของพระองค์” - กจ.4:33 “อัครทูตจึงประกอบด้วยฤทธิ์เดชใหญ่ยิ่ง เป็นพยานว่าพระเยซูเจ้าได้ทรงคืนพระชนม์แล้ว และพระคุณอันใหญ่ยิ่งได้อยู่กับเขาทุกคน” - การอัศจรรย์ที่เป็นศูนย์กลางและยิ่งใหญ่ที่สุดในพระคัมภีร์ใหม่ ก็คือการฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซูคริสต์ (1คร.15) 2) จุดประสงค์ของการทำการอัศจรรย์ มีอย่างน้อย 3 ประการก) เพื่อเป็นพยานให้กับพระเยซูคริสต์ ยืนยันความจริงของข่าวสารที่พระองค์ประกาศ และพิสูจน์ว่าพระองค์เป็นพระคริสต์ของพระเจ้า- ยน.2:23 “เมื่อพระองค์ประทับ ณ กรุงเยรูซาเล็มในเทศกาลปัสกา มีคนเป็นอันมากได้วางใจในพระนามของพระองค์ เมื่อเขาได้เห็นหมายสำคัญที่พระองค์ได้ทรงกระทำ”- ยน.10:25 “พระเยซูตรัสกับเขาทั้งหลายว่า "เราได้บอกท่านทั้งหลายแล้วและท่านไม่เชื่อ สิ่งซึ่งเราได้กระทำในพระนามพระบิดาของเรา ก็เป็นพยานให้แก่เรา” - ยน.11:42 “ข้าพระองค์ทราบว่าพระองค์ทรงฟังข้าพระองค์อยู่เสมอ แต่ที่ข้าพระองค์กล่าวอย่างนี้ก็เพราะเห็นแก่ประชาชนที่ยืนอยู่ที่นี่ เพื่อเขาจะได้เชื่อว่าพระองค์ทรงใช้ข้าพระองค์มา” ข) เพื่อสำแดงความรักเมตตาของพระคริสต์- มก.8:2 “เราสงสารคนเหล่านี้ เพราะเขาค้างอยู่กับเราได้สามวันแล้ว และไม่มีอาหารจะกิน” – หลังจากนั้นพระองค์ได้ทรงเลี้ยงคน 4,000 คน ด้วยการอัศจรรย์- ลก.7:12-15 “12เมื่อมาใกล้ประตูเมืองนั้น ดูเถิด มีคนหามศพชายหนุ่มคนหนึ่งมา เป็นลูกคนเดียวของแม่ และนางก็เป็นหญิงม่าย ชาวเมืองเป็นอันมากมากับหญิงนั้น 13เมื่อพระองค์ได้ทรงเห็นมารดานั้น พระองค์ทรงเมตตากรุณาเขาและตรัสว่า "อย่าร้องไห้" 14แล้วพระองค์เสด็จเข้าไปใกล้ถูกต้องโลง คนหามศพนั้นก็หยุดยืนอยู่ พระองค์จึงตรัสว่า "ชายหนุ่มเอ๋ย เราสั่งเจ้าว่า ลุกขึ้นเถิด" 15คนที่ตายนั้นก็ลุกนั่งเริ่มพูด พระองค์จึงทรงมอบชายหนุ่มให้แก่มารดาของเขา” - กจ.10:38 “คือเรื่องพระเยซูชาวนาซาเร็ธ ว่าพระเจ้าได้ทรงเจิมพระองค์ด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ และด้วยฤทธานุภาพอย่างไร และพระเยซูเสด็จไปกระทำคุณประโยชน์ และรักษาบรรดาคนซึ่งถูกมารเบียดเบียน เพราะว่าพระเจ้าทรงสถิตกับพระองค์” ค) เพื่อสำแดงว่ายุคแห่งความรอด และอาณาจักรของพระเจ้าได้มาถึงแล้วและได้รุกเข้าไปยังอาณาจักรของซาตาน- มัทธิว 12:28 “แต่ถ้าเราขับผีออกด้วยพระวิญญาณของพระเจ้า แผ่นดินของพระเจ้าก็มาถึงท่านแล้ว”3) พระคัมภีร์กล่าวว่าการอัศจรรย์ยังคงมีอยู่ตลอดสมัยของคริสตจักรก) พระเยซูทรงส่งสาวกของพระองค์ออกไปประกาศข่าวประเสริฐและทำการอัศจรรย์- มธ.10:7-8 “7จงไปพลางประกาศพลางว่า "แผ่นดินสวรรค์มาใกล้แล้ว" 8จงรักษาคนเจ็บป่วยให้หาย คนตายแล้วให้ฟื้น คนโรคเรื้อนให้หายสะอาด และจงขับผีให้ออก ท่านทั้งหลายได้รับเปล่าๆ จงให้เปล่าๆ”- มก.3:14-15 “14พระองค์จึงทรงตั้งศิษย์สิบสองคนไว้ให้อยู่กับพระองค์ เพื่อจะทรงใช้เขาไปประกาศ 15และให้มีอำนาจขับผีออกได้” ข) พระเยซูตรัสว่าผู้ที่เชื่อในพระองค์ผ่านทางข่าวประเสริฐจะทำในสิ่งที่พระองค์ได้ทำ และจะทำได้มากยิ่งกว่า- ยน.14:12 “เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ผู้ที่วางใจในเราจะกระทำกิจการซึ่งเราได้กระทำนั้นด้วย และเขาจะกระทำกิจที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นอีก เพราะว่าเราจะไปถึงพระบิดาของเรา”- มก.16:15-20 “15ฝ่ายพระองค์จึงตรัสสั่งพวกสาวกว่า "เจ้าทั้งหลายจงออกไปทั่วโลก ประกาศข่าวประเสริฐแก่มนุษย์ทุกคน 16ผู้ใดเชื่อและรับบัพติศมาแล้วผู้นั้นจะรอด แต่ผู้ใดไม่เชื่อจะต้องปรับโทษ 17มีคนเชื่อที่ไหนหมายสำคัญเหล่านี้จะบังเกิดขึ้นที่นั้น คือเขาจะขับผีออกโดยนามของเรา เขาจะพูดภาษาแปลกๆ 18เขาจะจับงูได้ ถ้าเขากินยาพิษอย่างใด จะไม่เป็นอันตรายแก่เขา และเขาจะวางมือบนคนไข้คนป่วย แล้วคนเหล่านั้นจะหายโรค" 19ครั้นพระเยซูเจ้าตรัสสั่งเขาแล้ว พระเจ้าก็ทรงรับพระองค์ให้ขึ้นสู่ฟ้าสวรรค์ ประทับเบื้องขวาพระหัตถ์ของพระเจ้า 20พวกสาวกเหล่านั้นจึงออกไปเทศนาสั่งสอนทุกแห่งทุกตำบล และพระเป็นเจ้าทรงร่วมงานกับเขาและทรงสนับสนุนคำสอนของเขา โดยหมายสำคัญที่ประกอบนั้น” ค) พระธรรมกิจการกล่าวถึงการทำอัศจรรย์ในชีวิตของเหล่าผู้เชื่อ- กจ.5:12 “มีหมายสำคัญและการอัศจรรย์หลายอย่าง ซึ่งอัครทูตได้ทำด้วยมือของตนในหมู่ประชาชน พวกสาวกอยู่พร้อมกันในเฉลียงของซาโลมอน” - หลายครั้งพระคัมภีร์ใหม่เรียกการอัศจรรย์ว่า “หมายสำคัญ” เพื่อแสดงว่า การอัศจรรย์นั้นยืนยันความจริงแห่งข่าวประเสริฐ ง) พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงปรารถนาที่จะมอบหมายสำคัญเหล่านี้แก่คริสตจักรตลอดยุคปัจจุบันนี้- 1คร.12:8-12 “8พระเจ้าทรงโปรดประทานโดยทางพระวิญญาณ ให้คนหนึ่งมีถ้อยคำประกอบด้วยสติปัญญา และให้อีกคนหนึ่งมีถ้อยคำอันประกอบด้วยความรู้ แต่เป็นพระวิญญาณองค์เดียวกัน 9และให้อีกคนหนึ่งมีความเชื่อ แต่เป็นพระวิญญาณองค์เดียวกัน และให้อีกคนหนึ่งมีความสามารถรักษาคนป่วยได้ แต่เป็นพระวิญญาณองค์เดียวกัน 10และให้อีกคนหนึ่งทำการอิทธิฤทธิ์ต่างๆ และให้อีกคนหนึ่งเผยพระวจนะได้ และให้อีกคนหนึ่งรู้จักสังเกตวิญญาณต่างๆ และให้อีกคนหนึ่งพูดภาษาแปลกๆ และให้อีกคนหนึ่งแปลภาษานั้นๆ ได้ 11สิ่งสารพัดเหล่านี้ พระวิญญาณองค์เดียวกันทรงบันดาลและประทานแก่แต่ละคนตามชอบพระทัยพระองค์ 12ถึงกายนั้นเป็นกายเดียว ก็ยังมีอวัยวะหลายส่วน และอวัยวะเหล่านั้นแม้จะมีหลายส่วนก็ยังเป็นกายเดียวกันฉันใด พระคริสต์ก็ทรงเป็นฉันนั้น” 4) พระคัมภีร์ใหม่ยังสอนด้วยว่าซาตานก็สามารถทำหมายสำคัญและการอัศจรรย์ได้ ผ่านทางครูเทียมเท็จและผู้เทศนาเทียมเท็จ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ต่อต้านพระคริสต์(Antichrist) และผู้เผยพระวจนะเทียมเท็จของมัน- มัทธิว 24:24 “ด้วยว่าจะมีพระคริสต์เทียมเท็จ และผู้ทำนายเทียมเท็จหลายคนเกิดขึ้น ทำหมายสำคัญอันใหญ่และการมหัศจรรย์ ล่อลวงแม้ผู้ที่พระเจ้าทรงเลือกสรรให้หลง ถ้าเป็นได้” ขอให้พระเกียรติจงมีแด่พระเจ้าแต่เพียงผู้เดียว ไม่สงวนลิขสิทธิ์ โดย Christian CMU (คริสเตียน มช.) |
| แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ 09 กันยายน 2009 เวลา 19:19 น. |















