Home บทเรียนพระคัมภีร์ บทเรียนพระคัมภีร์_การอธิษฐานที่มีประสิทธิผล

Member Login



Search

Who's online?

เรามี 6 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday60
mod_vvisit_counterYesterday161
mod_vvisit_counterThis week221
mod_vvisit_counterLast week1173
mod_vvisit_counterThis month868
mod_vvisit_counterLast month4571
mod_vvisit_counterAll days102505
สมาชิก : 379
Content : 160
เว็บลิงก์ : 9
จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 128114

Art Clock

เวลาประเทศไทย

Biblical Image

it was indeed an anxious flight matthew 2.gif
พันธกิจมานาประจำวัน
อาหารฝ่ายวิญญาณสำหรับคุณ...วันต่อวัน
ท่านชอบอะไรในเว็บของเรามากที่สุด
 

บทความที่คล้ายคลึงกัน

Guitar Chords

Guitar Chords


ลงโฆษณาบนเว็บ

สนใจประชาสัมพันธ์สินค้าคริสเตียนบนเว็บ เช่น หนังสือ VCD DCD ของที่ระลึก ฯลฯ

ติดต่อที่ christiancmu@gmail.com

บทเรียนพระคัมภีร์_การอธิษฐานที่มีประสิทธิผล PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Webmaster   
วันศุกร์ที่ 04 กันยายน 2009 เวลา 19:47 น.
บทเรียนพระคัมภีร์
เรื่อง การอธิษฐานที่มีประสิทธิผล
โดย Webmaster ของ www.christiancmu.com

- การอธิษฐาน เกี่ยวข้องกับการสื่อสารของผู้เชื่อกับพระเจ้าซึ่งมีหลายแง่มุม ซึ่งได้แก่ ร้องทูลต่อพระเจ้า(สดด.17:6) ร้องออกพระนามพระเจ้า(ปฐก.4:26) ร้องเสียงดังต่อพระเจ้า(สดด.3:4) ยกจิตวิญญาณขึ้นหาพระเจ้า(สดด.25:1) แสวงหาพระเจ้า (อสย.55:6) ไปถึงพระที่นั่งกรุณาด้วยใจกล้า(ฮบ.4:16) และเข้าไปใกล้พระเจ้า(ฮบ.10:22)

1. เหตุผลที่ต้องอธิษฐาน

- พระคริสตธรรมคัมภีร์ได้ให้เหตุผลที่ชัดเจนว่าทำไมคนของพระเจ้าต้องอธิษฐาน ดังนี้

1.1 ประการแรกสุดและสำคัญที่สุด คือผู้เชื่อได้รับคำสั่งจากพระเจ้าให้อธิษฐาน

- คำสั่งให้อธิษฐานมาจากริมฝีปากของผู้เขียนสดุดี (1พศด.16:11, สดด.105:4) ผู้เผยพระวจนะ(อสย.55:6, อมส.5:4,6) อัครทูต(อฟ.6:17-18, คส.4:2, 1ธส.5:17) และจากพระเยซูคริสต์(มธ.26:41, ลก.18:1, ยน.16:24)
- พระเจ้าปรารถนาที่จะมีความเป็นเพื่อนกับเรา โดยการอธิษฐานเราจะรักษาความสัมพันธ์กับพระองค์ไว้ได้

1.2 การอธิษฐานเป็นตัวเชื่อมโยงที่สำคัญในการรับการอวยพรและฤทธิ์อำนาจของพระเจ้า และการเติมเต็มของพระสัญญาของพระองค์

- มีข้อความในพระคัมภีร์จำนวนมากที่แสดงถึงหลักการนี้
- ตัวอย่างเช่น พระเยซูได้ทรงสัญญาว่าสาวกของพระองค์จะได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์หากพวกเขายืนหยัดในการขอ หาและเคาะที่ประตูของพระบิดาในสวรรค์ (ลก.11:5-13)
- ด้วยเหตุนี้ หลังจากที่พระเยซูเสด็จสู่สวรรค์ สาวกของพระองค์จึงอยู่ร่วมกันในการอธิษฐานอย่างต่อเนื่องในห้องชั้นบน (กจ.1:14) จนกระทั่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ได้เทฤทธิ์อำนาจของพระองค์ลงมาเหนือพวกเขาในวันเพนเทคศเต(กจ.1:8, กจ.2:1-4)
- เมื่อเหล่าอัครทูตมาอยู่รวมกันหลังจากถูกจับกุมและถูกปล่อยตัวโดยผู้มีสิทธิอำนาจของยิว พวกเขาได้อธิษฐานอย่างเอาจริงเอาจังเพื่อให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงประทานความกล้าหาญและอำนาจในการโน้มน้าวเมื่อพวกเขากล่าวพระวจนะของพระเจ้า
- กจ.4:31 "เมื่อเขาอธิษฐานแล้ว ที่ซึ่งเขาประชุมอยู่นั้นได้หวั่นไหว และคนเหล่านั้นประกอบด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ ได้กล่าวพระวจนะของพระเจ้าด้วยใจกล้าหาญ"
- อัครทูตเปาโลมักขอให้มีการอธิษฐานเผื่อท่าน เพราะท่านตระหนักว่างานของท่านจะไม่อาจสำเร็จได้หากพี่น้องคริสเตียนไม่ได้อธิษฐานเผื่อ(รม.15:30-32, 2คร.1:1, อฟ.6:18-20, ฟป.1:19, คส.4:3-4)
- ยากอบกล่าวไว้อย่างชัดเจนว่า การรักษาในฝ่ายกายภาพสามารถเกิดกับผู้เชื่อได้ โดย "การอธิษฐานด้วยความเชื่อ" (ยก.5:14-15)

1.3 ในแผนงานแห่งความรอดของพระเจ้า พระองค์ได้ทรงกำหนดให้ผู้เชื่อทำงานร่วมกับพระองค์ในกระบวนการแห่งการไถ่

- ในบางด้านพระเจ้าได้จำกัดพระองค์ต่อคำอธิษฐานที่บริสุทธิ์ ประกอบด้วยความเชื่อและพากเพียรของผู้เชิ่อ มีหลายสิ่งที่จะไม่สำเร็จในอาณาจักรของพระเจ้าโดยปราศจากการอธิษฐานวิงวอนของบรรดาผู้เชื่อ
- ตัวอย่างเช่น พระเจ้าปรารถนาที่จะส่งคนงานเข้ามาเก็บเกี่ยวในทุ่งแห่งข่าวประเสริฐ พระเยซูคริสต์ทรงสอนว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้นอย่างเต็มขนาดตามพระประสงค์ของพระเจ้าก็ต่อเมื่อคนของพระองค์อธิษฐาน
- มธ.9:38 "เหตุนั้นพวกท่านจงอ้อนวอนพระองค์ผู้ทรงเป็นเจ้าของนา ให้ส่งคนงานมาเก็บเกี่ยวพืชผลของพระองค์"
- พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ ฤทธิ์อำนาจของพระเจ้าที่จะสำเร็จในพระประสงค์ต่างๆ ของพระองค์จะถูกปลดปล่อยผ่านคำอธิษฐานอย่างจริงจังของประชากรของพระองค์เพื่ออาณาจักรของพระองค์เท่านั้น
- หากเราล้มเหลวในการอธิษฐาน เราก็อาจจะกลายเป็นอุปสรรคต่อความสำเร็จของพระประสงค์ของพระเจ้าในแผนงานแห่งการไถ่ของพระองค์ ทั้งในส่วนบุคคลและในคริสตจักรในฐานะพระกาย

2. สิ่งที่จำเป็นต่อการอธิษฐานที่มีประสิทธิผล

- มีเงื่อนไขหลายประการที่เราต้องทำให้สำเร็จ เพื่อให้คำอธิษฐานของเรามีประสิทธิผล ดังนี้:-

2.1 คำอธิษฐานของเราจะไม่ได้รับคำตอบเว้นเสียแต่ว่าเรามีความเชื่อที่จริงใจและความเชื่อแท้

- พระเยซูกล่าวไว้อย่างชัดเจนว่า "เหตุฉะนั้นเราบอกท่านทั้งหลายว่า ขณะเมื่อท่านจะอธิษฐานพระเจ้าขอสิ่งใด จงเชื่อว่าได้รับ และท่านจะได้รับสิ่งนั้น" (มก. 11:24)
- พระองค์ยังได้ตรัสกับบิดาที่บุตรชายถูกผีสิงว่า "พระเยซูจึงตรัสแก่บิดานั้นว่า ""ถ้าช่วยได้" น่ะหรือ ใครเชื่อก็ทำให้ได้ทุกสิ่ง" (มก. 9:23)
- ผู้เขียนพระธรรมฮีบรูกระตุ้นเราให้ "เข้าไปใกล้ด้วยความบริสุทธิ์ใจ  ด้วยไว้ใจเต็มที่" (ฮบ.10:22)
- และยากอบได้หนุนใจเราว่า เมื่อเราอธิษฐาน ให้ "เชื่อและอย่าสงสัย" (ยก.1:6, ยก.5:15)

2.2 คำอธิษฐานต้องอธิษฐานในนามพระเยซู

- พระเยซูเป็นผู้ให้หลักการนี้ โดยตรัสว่า "สิ่งใดที่ท่านทั้งหลายจะขอในนามของเรา เราจะกระทำสิ่งนั้น เพื่อว่าพระบิดาจะทรงได้รับเกียรติอันยิ่งใหญ่ทางพระบุตร สิ่งใดที่ท่านขอในนามของเราเราจะกระทำสิ่งนั้น" (ยน.14:13-14)
- คำอธิษฐานของเรานั้นไม่เพียงแต่อธิษฐานในนามพระเยซู แต่ต้องเป็นคำอธิษฐานที่สอดคล้องกับความเป็นบุคคล พระลักษณะและน้ำพระทัยขององค์ด้วย

2.3 คำอธิษฐานจะมีประสิทธิผลก็ต่อเมื่อคำอธิษฐานนั้นสอดคล้องกับน้ำพระทัยสมบูรณ์ของพระเจ้า

- 1ยน.5:14 "และนี่คือความมั่นใจที่เรามีต่อพระองค์ คือถ้าเราทูลขอสิ่งใดที่เป็นพระประสงค์ของพระองค์ พระองค์ก็ทรงโปรดฟังเรา"
- ในพระดำรัสสอนเรื่องการอธิษฐานตอนหนึ่งของพระเยซู พระองค์ยืนยันว่า "ในสวรรค์เป็นอย่างไรก็ให้เป็นไปอย่างนั้นในแผ่นดินโลก" (มธ.6:10)
- ในหลายๆ กรณีเรารู้น้ำพระทัยของพระเจ้าเพราะพระองค์ได้ทรงสำแดงแก่เราในพระคัมภีร์ เราสามารถมั่นใจได้ว่าคำอธิษฐานใดๆ ที่ตั้งอยู่บนพระสัญญาของพระเจ้าในพระวจนะของพระองค์อย่างแท้จริง เป็นคำอธิษฐานที่จะเกิดประสิทธิผล
- เอลียาห์แน่ใจว่าพระเจ้าแห่งอิสราเอลจะตอบคำอธิษฐานของท่านด้วยไฟและหลังจากนั้นด้วยฝนเพราะคำเผยพระวจนะของพระเจ้าได้มายังท่าน (1พกษ.18:1) และท่านมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมว่าไม่มีพระต่างชาติใดที่ยิ่งใหญ่ไปกว่าหรือยิ่งใหญ่เทียบเท่ากับพระเจ้าของอิสราเอล (1พกษ.18:21-24)
- ในเวลาอื่นๆ น้ำพระทัยของพระเจ้าจะชัดเจนก็ต่อเมื่อเราได้แสวงหาพระเจ้าอย่างจริงจังเพื่อตัดสินใจว่ามันคืออะไร และเมื่อเราได้รับคำตอบว่าสิ่งใดคือน้ำพระทัยของพระเจ้าแล้ว เราสามารถอธิษฐานด้วยความมั่นใจและด้วยความเชื่อว่าพระเจ้าจะทรงตอบคำอธิษฐานของเรา (1ยน.5:14)

2.4 ไม่เพียงแต่การที่เราต้องอธิษฐานตามน้ำพระทัยของพระเจ้า เรายังต้องดำเนินชีวิตอยู่ในน้ำพระทัยของพระองค์ด้วย หากเราคาดหวังที่จะให้พระองค์ได้ยินและทรงตอบเรา

- พระเจ้าจะทรงให้ในสิ่งที่เราทูลขอก็ต่อเมื่อเราแสวงหาแผ่นดินและความชอบธรรมของพระองค์ก่อน (มธ.6:33)
- อัครทูตยอห์นกล่าวอย่างชัดเจนว่า "และเราขอสิ่งใดๆ เราก็ได้สิ่งนั้นๆ จากพระองค์ เพราะเราประพฤติตามพระบัญญัติของพระองค์ และปฏิบัติตามชอบพระทัยพระองค์" (1ยน.3:22)
- การเชื่อฟังคำสั่งของพระเจ้า การรักพระองค์ และดำเนินชีวิตให้เป็นที่พอพระทัยของพระองค์คือเงื่อนไขที่ขาดไม่ได้สำหรับการรับการตอบคำอธิษฐานจากพระเจ้า
- เมื่อยากอบเขียนว่า คำอธิษฐานของผู้ชอบธรรมมีพลังทำให้เกิดผล ท่านหมายถึงทั้งความชอบธรรมที่เราได้รับโดยความเชื่อ และการประพฤติที่สอดคล้องกับสถานะแห่งความชอบธรรมที่เราได้รับจากพระเจ้า สำแดงออกเป็นชีวิตที่ชอบธรรม ยำเกรงพระเจ้า และดำเนินชีวิตด้วยการเชื่อฟัง ดังเช่นตัวอย่างของผู้เผยพระวจนะเอลียาห์(ยก.5:16-18, สดด.34:13-14)
- หลักการนี้ได้ถูกเน้นในพระคัมภีร์เดิมด้วยเช่นเดียวกัน พระเจ้าอธิบายอย่างชัดเจนว่าคำอธิษฐานของโมเสสเพื่ออิสราเอลนั้นได้รับคำตอบ เพราะความสัมพันธ์แห่งการเชื่อฟังที่ท่านมีกับพระเจ้าและความจงรักภักดีที่ท่านมีต่อพระองค์ (อพย.33:17)
- ในทางตรงกันข้าม ผู้เขียนสดุดีได้กล่าวว่าหากเราบ่มเพาะความบาปไว้ในชีวิต พระเจ้าจะไม่ทรงฟังคำอธิษฐานของเรา (สดด.66:18, ยก.4:3) ทัศนคติแบบนี้คือเหตุผลหลักที่พระเจ้าจะไม่ฟังคำอธิษฐานของคนอิสราเอลที่นับถือรูปเคารพและประพฤติชั่วร้าย (อสย.1:15)
- แต่หากคนของพระเจ้ากลับใจและหันเสียจากความชั่วร้าย พระเจ้าทรงสัญญาว่าพระองค์จะฟังเขาอีกครั้ง ยกโทษความบาปให้เขาและรักษาแผ่นดินของเขาให้หาย (2พศด.7:14, 2พศด.6:36-39, ลก.18:14)
- ให้เราจำไว้ว่า คำอธิษฐานของมหาปุโรหิตเพื่อขอการยกโทษบาปให้กับชนชาติอิสราเอลในวันลบมลทินบาป(the Day of Atonement) จะไม่ไปถึงพระเจ้าจนกว่าความบาปของตัวเขาเองจะได้รับการชำระเสียก่อน (อพย.16:30)

2.5 เราต้องอธิษฐานอย่างไม่ลดละ เพื่อให้คำอธิษฐานมีประสิทธิผล

- นี่คือประเด็นหลักของคำอุปมาเรื่องหญิงม่ายและผู้พิพากษา(ลก.18:1-7) คำสั่งของพระเยซูว่าให้ "ขอ..เคาะ..หา"(มธ.7:7-8) สอนเรื่องการอธิษฐานอย่างพากเพียร
- อัครทูตเปาโลก็กระตุ้นเราให้อุทิศตนในการอธิษฐาน(คส.4:2, 1ธส.5:17)
- ในทำนองเดียวกัน ผู้ชอบธรรมในพระคัมภีร์เดิมได้รับรองหลักการนี้ ตัวอย่างเช่น ตราบเท่าที่โมเสสยืนหยัดในการอธิษฐานด้วยการยกมือขึ้นตรงต่อพระเจ้า อิสราเอลก็จะประสบชัยชนะในการรบกับคนอามาเลข(อพย.17:11)
- หรือ หลังจากที่เอลียาห์ได้รับถ้อยคำพยากรณ์ว่าฝนกำลังจะตก ท่านได้ยืนหยัดในการอธิษฐานจนกระทั่งฝนได้ตกลงมา(1พกษ.18:41-45) และก่อนหน้านี้ ผู้เผยพระวจนะที่ยิ่งใหญ่ท่านนี้ได้อธิษฐานอย่างไม่ลดละและอย่างจริงจังในการขอให้พระเจ้าคืนชีวิตกลับมายังศพของบุตรชายหญิงม่ายชาวศาเรฟัทจนกระทั่งพระเจ้าได้ทรงตอบคำอธิษฐานของท่าน(1พกษ.17:17-23)

3. องค์ประกอบและวิธีการทำให้คำอธิษฐานมีประสิทธิผลตามหลักการพระคัมภีร์

3.1 คำอธิษฐานที่มีประสิทธิผล มีองค์ประกอบอะไรบ้าง?

ก. เราต้องสรรเสริญและยกย่องพระเจ้าอย่างแท้จริง (สดด.150, กจ.2:47, รม.15:11)
ข. มีความสัมพันธ์ทีใกล้ชิดและขอบพระคุณพระเจ้าอย่างสม่ำเสมอ (สดด.100:4, มธ.11:25-26, ฟป.4:6)
ค. สารภาพความบาปที่รู้ตัวด้วยความจริงใจ และอธิษฐานด้วยความเชื่อ (ยก.5:15-16, สดด.51, ลก.18:13, 1ยน.1:9)
ง. พระเจ้าได้สอนให้เราอธิษฐานตามความจำเป็น(need -ไม่ใช่ want; need ขาดไม่ได้, want ขาดได้) ของเราด้วย ดังเช่นที่ยากอบได้เขียนไว้ว่า เราไม่มีเพราะเราไม่ได้ขอ หรือขอแต่ขอด้วยแรงจูงใจที่ผิดจึงไม่ได้รับ (ยก.4:2-3, สดด.27:7-12, มธ.7:7-11, ฟป.4:6)
จ. เราต้องอธิษฐานเพื่อผู้อื่นอย่างสม่ำเสมอด้วย (กดว.14:13-19, สดด.122:6-9, ลก.22:31-32, ลก.23:34)

3.2 เราควรอธิษฐานอย่างไร?

- พระเยซูเน้นเรื่องความจริงใจ มิฉะนั้นจะเป็นแค่คำไร้สาระ(มธ.6:7)
- เราสามารถอธิษฐานอย่างเงียบๆ(1ซมอ.1:13) หรืออธิษฐานด้วยเสียงดังก็ได้(นหม.9:4, อสค.11:13)
- เราสามารถอธิษฐานด้วยคำของเราเองหรือใช้คำในพระคัมภีร์ก็ได้ เราสามารถอธิษฐานด้วยความคิดหรืออธิษฐานด้วยพระวิญญาณก็ได้(นั่นคือ ภาษาแปลกๆ, 1คร.14:14-18)
- เราสามารถอธิษฐานด้วยการคร่ำครวญ นั่นคือไม่ได้ใช้ถ้อยคำของมนุษย์(อาจจะมีบางครั้งที่ความรู้สึกบางอย่างมันอัดแน่นในใจ จนไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ เช่นเจ็บปวดใจจนพูดไม่ออกจนเราร้องได้แค่คำว่า "อื้อ..โอ๊..." หรืออะไรทำนองนั้น, รม.8:26) ให้รู้ไว้เถิดว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์จะนำคำร้องทูลที่ไม่อาจได้ยินเหล่านั้นไปถึงพระเจ้า
- ยังมีวิธีการอื่นๆ อีกในการอธิษฐาน คือการร้องเพลงถวายพระเจ้า(สดด.92:1-2, อฟ.5:19-20, คส.3:16)
- การอธิษฐานอย่างจริงจังต่อพระเจ้าอาจจะทำควบคู่ไปกับการอดอาหารก็ได้(อสร.8:21, นหม.1:4, ดนล.9:3-4, ลก.2:37, กจ.14:23)

3.3 เราควรอธิษฐานท่าไหนถึงจะเหมาะสม?

- พระคัมภีร์ได้บันทึกถึงการอธิษฐานในขณะที่ยืน(1พกษ.8:22, นหม.9:4-5) นั่ง(1พศด.17:16, ลก.10:3) คุกเข่า(อสร.9:5, ดนล.6:10, กจ.20:36) นอนอยู่บนเตียง(สดด.63:6) กราบลงที่พื้น(อพย.34:8, สดด.95:6) นอนลงที่พื้น(2ซมอ.12:16, มธ.26:39) และยกมือขึ้นต่อสวรรค์(สดด.28:2, อสย.1:15, 1ทธ.2:8-ข้อนี้ให้ดูที่ภ.อังกฤษครับ)

4. ตัวอย่างของคำอธิษฐานที่มีประสิทธิผล

- พระคัมภีร์เต็มไปด้วยตัวอย่างของคำอธิษฐานที่มีพลังและมีประสิทธิผล
4.1 โมเสส มีคำอธิษฐานวิงวอนต่อพระเจ้ามากมายที่พระองค์ทรงตอบ แม้แต่ตอนที่พระองค์ทรงบอกกับท่านว่าพระองค์จะทำลายอิสราเอล แต่เมื่อท่านได้วิงวอน พระเจ้าก็ทรงกลับพระทัย
4.2 แซมสันในตอนที่กลับใจได้อธิษฐานขอโอกาสครั้งสุดท้ายที่จะทำงานของเขาในการทำลายคนฟิลิสเตียให้สำเร็จ พระเจ้าทรงตอบคำอธิษฐานโดยการคืนพละกำลังให้กับเขาจนสามารถพังเสาของตึกที่คนฟิลิสเตียมาอยู่รวมกันเพื่อเฉลิมฉลองพระของพวกเขา(วนฉ.16:21-30)
4.3 ผู้เผยพระวจนะเอลียาห์มีคำอธิษฐานที่ทรงพลังอย่างน้อย 4 ประการที่พระเจ้าทรงตอบ ซึ่งทั้งหมดได้นำพระเกียรติมายังพระเจ้าของอิสราเอล(1พกษ.17-18, ยก.5:17-18)
4.4 กษัตริย์เฮเซคียาห์ได้ล้มป่วยลงและได้รับการบอกกล่าวจากอิสยาห์ว่าท่านต้องตาย(2พกษ.20:1, อสย.38:1) แต่พระองค์รู้สึกว่าชีวิตและงานของพระองค์ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ พระองค์จึงได้หันหน้าเข้าหากำแพงและอธิษฐานอย่างเต็มที่กับพระเจ้าโดยขอเวลาจากพระองค์เพิ่มขึ้น พระเจ้าส่งอิสยาห์กลับมาหาเฮเซคียาห์ให้บอกกับพระองค์ว่าพระเจ้าได้รักษาพระองค์แล้วและยืดชีวิตให้ 15 ปี(2พกษ.20:2-6, อสย.38:2-6)
4.5 ดาเนียลอธิษฐานกับพระเจ้าโดยไม่มีความสงสัยในถ้ำสิงห์ ขอพระองค์ทรงช่วยท่านจากปากของมัน และพระเจ้าทรงตอบคำอธิษฐานของท่าน(ดนล.6:10,16-22)
4.6 คริสเตียนสมัยแรกอธิษฐานอย่างเอาจริงเอาจังเพื่อให้เปโตรได้รับการปลดปล่อยจากคุก และพระเจ้าได้ส่งทูตสวรรค์ไปปล่อยท่านให้เป็นอิสระ (กจ.12:3-11)
- ตัวอย่างเหล่านี้ควรกระตุ้นให้เราด้วยความปรารถนาที่บริสุทธิ์และความเชื่อให้อธิษฐานอย่างมีประสิทธิผลตามหลักการพระคัมภีร์

- ตัวอย่างที่ 4.7 ...โปรดเติมชื่อของคุณ!!!

ขอให้พระเกียรติจงมีแด่พระเจ้าแต่เพียงผู้เดียว
ไม่สงวนลิขสิทธิ์ โดย Christian CMU (คริสเตียน มช.)

แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ 09 กันยายน 2009 เวลา 18:59 น.