Home บทเรียนพระคัมภีร์ บทเรียนพระคัมภีร์_การอธิษฐานที่มีประสิทธิผล

Member Login



Search

Who's online?

เรามี 4 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday40
mod_vvisit_counterYesterday104
mod_vvisit_counterThis week334
mod_vvisit_counterLast week765
mod_vvisit_counterThis month1052
mod_vvisit_counterLast month2301
mod_vvisit_counterAll days13803
สมาชิก : 103
Content : 141
เว็บลิงก์ : 9
จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 21033

Art Clock

เวลาประเทศไทย

Biblical Image

jesus blessing food at the feeding of 4000 or 500.gif
พันธกิจมานาประจำวัน
อาหารฝ่ายวิญญาณสำหรับคุณ...วันต่อวัน
ท่านชอบอะไรในเว็บของเรามากที่สุด
 

บทความที่คล้ายคลึงกัน

Guitar Chords

Guitar Chords


บทเรียนพระคัมภีร์_การอธิษฐานที่มีประสิทธิผล PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Webmaster   
วันศุกร์ที่ 04 กันยายน 2009 เวลา 19:47 น.
บทเรียนพระคัมภีร์
เรื่อง การอธิษฐานที่มีประสิทธิผล
โดย Webmaster ของ www.christiancmu.com

- การอธิษฐาน เกี่ยวข้องกับการสื่อสารของผู้เชื่อกับพระเจ้าซึ่งมีหลายแง่มุม ซึ่งได้แก่ ร้องทูลต่อพระเจ้า(สดด.17:6) ร้องออกพระนามพระเจ้า(ปฐก.4:26) ร้องเสียงดังต่อพระเจ้า(สดด.3:4) ยกจิตวิญญาณขึ้นหาพระเจ้า(สดด.25:1) แสวงหาพระเจ้า (อสย.55:6) ไปถึงพระที่นั่งกรุณาด้วยใจกล้า(ฮบ.4:16) และเข้าไปใกล้พระเจ้า(ฮบ.10:22)

1. เหตุผลที่ต้องอธิษฐาน

- พระคริสตธรรมคัมภีร์ได้ให้เหตุผลที่ชัดเจนว่าทำไมคนของพระเจ้าต้องอธิษฐาน ดังนี้

1.1 ประการแรกสุดและสำคัญที่สุด คือผู้เชื่อได้รับคำสั่งจากพระเจ้าให้อธิษฐาน

- คำสั่งให้อธิษฐานมาจากริมฝีปากของผู้เขียนสดุดี (1พศด.16:11, สดด.105:4) ผู้เผยพระวจนะ(อสย.55:6, อมส.5:4,6) อัครทูต(อฟ.6:17-18, คส.4:2, 1ธส.5:17) และจากพระเยซูคริสต์(มธ.26:41, ลก.18:1, ยน.16:24)
- พระเจ้าปรารถนาที่จะมีความเป็นเพื่อนกับเรา โดยการอธิษฐานเราจะรักษาความสัมพันธ์กับพระองค์ไว้ได้

1.2 การอธิษฐานเป็นตัวเชื่อมโยงที่สำคัญในการรับการอวยพรและฤทธิ์อำนาจของพระเจ้า และการเติมเต็มของพระสัญญาของพระองค์

- มีข้อความในพระคัมภีร์จำนวนมากที่แสดงถึงหลักการนี้
- ตัวอย่างเช่น พระเยซูได้ทรงสัญญาว่าสาวกของพระองค์จะได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์หากพวกเขายืนหยัดในการขอ หาและเคาะที่ประตูของพระบิดาในสวรรค์ (ลก.11:5-13)
- ด้วยเหตุนี้ หลังจากที่พระเยซูเสด็จสู่สวรรค์ สาวกของพระองค์จึงอยู่ร่วมกันในการอธิษฐานอย่างต่อเนื่องในห้องชั้นบน (กจ.1:14) จนกระทั่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ได้เทฤทธิ์อำนาจของพระองค์ลงมาเหนือพวกเขาในวันเพนเทคศเต(กจ.1:8, กจ.2:1-4)
- เมื่อเหล่าอัครทูตมาอยู่รวมกันหลังจากถูกจับกุมและถูกปล่อยตัวโดยผู้มีสิทธิอำนาจของยิว พวกเขาได้อธิษฐานอย่างเอาจริงเอาจังเพื่อให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงประทานความกล้าหาญและอำนาจในการโน้มน้าวเมื่อพวกเขากล่าวพระวจนะของพระเจ้า
- กจ.4:31 "เมื่อเขาอธิษฐานแล้ว ที่ซึ่งเขาประชุมอยู่นั้นได้หวั่นไหว และคนเหล่านั้นประกอบด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ ได้กล่าวพระวจนะของพระเจ้าด้วยใจกล้าหาญ"
- อัครทูตเปาโลมักขอให้มีการอธิษฐานเผื่อท่าน เพราะท่านตระหนักว่างานของท่านจะไม่อาจสำเร็จได้หากพี่น้องคริสเตียนไม่ได้อธิษฐานเผื่อ(รม.15:30-32, 2คร.1:1, อฟ.6:18-20, ฟป.1:19, คส.4:3-4)
- ยากอบกล่าวไว้อย่างชัดเจนว่า การรักษาในฝ่ายกายภาพสามารถเกิดกับผู้เชื่อได้ โดย "การอธิษฐานด้วยความเชื่อ" (ยก.5:14-15)

1.3 ในแผนงานแห่งความรอดของพระเจ้า พระองค์ได้ทรงกำหนดให้ผู้เชื่อทำงานร่วมกับพระองค์ในกระบวนการแห่งการไถ่

- ในบางด้านพระเจ้าได้จำกัดพระองค์ต่อคำอธิษฐานที่บริสุทธิ์ ประกอบด้วยความเชื่อและพากเพียรของผู้เชิ่อ มีหลายสิ่งที่จะไม่สำเร็จในอาณาจักรของพระเจ้าโดยปราศจากการอธิษฐานวิงวอนของบรรดาผู้เชื่อ
- ตัวอย่างเช่น พระเจ้าปรารถนาที่จะส่งคนงานเข้ามาเก็บเกี่ยวในทุ่งแห่งข่าวประเสริฐ พระเยซูคริสต์ทรงสอนว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้นอย่างเต็มขนาดตามพระประสงค์ของพระเจ้าก็ต่อเมื่อคนของพระองค์อธิษฐาน
- มธ.9:38 "เหตุนั้นพวกท่านจงอ้อนวอนพระองค์ผู้ทรงเป็นเจ้าของนา ให้ส่งคนงานมาเก็บเกี่ยวพืชผลของพระองค์"
- พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ ฤทธิ์อำนาจของพระเจ้าที่จะสำเร็จในพระประสงค์ต่างๆ ของพระองค์จะถูกปลดปล่อยผ่านคำอธิษฐานอย่างจริงจังของประชากรของพระองค์เพื่ออาณาจักรของพระองค์เท่านั้น
- หากเราล้มเหลวในการอธิษฐาน เราก็อาจจะกลายเป็นอุปสรรคต่อความสำเร็จของพระประสงค์ของพระเจ้าในแผนงานแห่งการไถ่ของพระองค์ ทั้งในส่วนบุคคลและในคริสตจักรในฐานะพระกาย

2. สิ่งที่จำเป็นต่อการอธิษฐานที่มีประสิทธิผล

- มีเงื่อนไขหลายประการที่เราต้องทำให้สำเร็จ เพื่อให้คำอธิษฐานของเรามีประสิทธิผล ดังนี้:-

2.1 คำอธิษฐานของเราจะไม่ได้รับคำตอบเว้นเสียแต่ว่าเรามีความเชื่อที่จริงใจและความเชื่อแท้

- พระเยซูกล่าวไว้อย่างชัดเจนว่า "เหตุฉะนั้นเราบอกท่านทั้งหลายว่า ขณะเมื่อท่านจะอธิษฐานพระเจ้าขอสิ่งใด จงเชื่อว่าได้รับ และท่านจะได้รับสิ่งนั้น" (มก. 11:24)
- พระองค์ยังได้ตรัสกับบิดาที่บุตรชายถูกผีสิงว่า "พระเยซูจึงตรัสแก่บิดานั้นว่า ""ถ้าช่วยได้" น่ะหรือ ใครเชื่อก็ทำให้ได้ทุกสิ่ง" (มก. 9:23)
- ผู้เขียนพระธรรมฮีบรูกระตุ้นเราให้ "เข้าไปใกล้ด้วยความบริสุทธิ์ใจ  ด้วยไว้ใจเต็มที่" (ฮบ.10:22)
- และยากอบได้หนุนใจเราว่า เมื่อเราอธิษฐาน ให้ "เชื่อและอย่าสงสัย" (ยก.1:6, ยก.5:15)

2.2 คำอธิษฐานต้องอธิษฐานในนามพระเยซู

- พระเยซูเป็นผู้ให้หลักการนี้ โดยตรัสว่า "สิ่งใดที่ท่านทั้งหลายจะขอในนามของเรา เราจะกระทำสิ่งนั้น เพื่อว่าพระบิดาจะทรงได้รับเกียรติอันยิ่งใหญ่ทางพระบุตร สิ่งใดที่ท่านขอในนามของเราเราจะกระทำสิ่งนั้น" (ยน.14:13-14)
- คำอธิษฐานของเรานั้นไม่เพียงแต่อธิษฐานในนามพระเยซู แต่ต้องเป็นคำอธิษฐานที่สอดคล้องกับความเป็นบุคคล พระลักษณะและน้ำพระทัยขององค์ด้วย

2.3 คำอธิษฐานจะมีประสิทธิผลก็ต่อเมื่อคำอธิษฐานนั้นสอดคล้องกับน้ำพระทัยสมบูรณ์ของพระเจ้า

- 1ยน.5:14 "และนี่คือความมั่นใจที่เรามีต่อพระองค์ คือถ้าเราทูลขอสิ่งใดที่เป็นพระประสงค์ของพระองค์ พระองค์ก็ทรงโปรดฟังเรา"
- ในพระดำรัสสอนเรื่องการอธิษฐานตอนหนึ่งของพระเยซู พระองค์ยืนยันว่า "ในสวรรค์เป็นอย่างไรก็ให้เป็นไปอย่างนั้นในแผ่นดินโลก" (มธ.6:10)
- ในหลายๆ กรณีเรารู้น้ำพระทัยของพระเจ้าเพราะพระองค์ได้ทรงสำแดงแก่เราในพระคัมภีร์ เราสามารถมั่นใจได้ว่าคำอธิษฐานใดๆ ที่ตั้งอยู่บนพระสัญญาของพระเจ้าในพระวจนะของพระองค์อย่างแท้จริง เป็นคำอธิษฐานที่จะเกิดประสิทธิผล
- เอลียาห์แน่ใจว่าพระเจ้าแห่งอิสราเอลจะตอบคำอธิษฐานของท่านด้วยไฟและหลังจากนั้นด้วยฝนเพราะคำเผยพระวจนะของพระเจ้าได้มายังท่าน (1พกษ.18:1) และท่านมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมว่าไม่มีพระต่างชาติใดที่ยิ่งใหญ่ไปกว่าหรือยิ่งใหญ่เทียบเท่ากับพระเจ้าของอิสราเอล (1พกษ.18:21-24)
- ในเวลาอื่นๆ น้ำพระทัยของพระเจ้าจะชัดเจนก็ต่อเมื่อเราได้แสวงหาพระเจ้าอย่างจริงจังเพื่อตัดสินใจว่ามันคืออะไร และเมื่อเราได้รับคำตอบว่าสิ่งใดคือน้ำพระทัยของพระเจ้าแล้ว เราสามารถอธิษฐานด้วยความมั่นใจและด้วยความเชื่อว่าพระเจ้าจะทรงตอบคำอธิษฐานของเรา (1ยน.5:14)

2.4 ไม่เพียงแต่การที่เราต้องอธิษฐานตามน้ำพระทัยของพระเจ้า เรายังต้องดำเนินชีวิตอยู่ในน้ำพระทัยของพระองค์ด้วย หากเราคาดหวังที่จะให้พระองค์ได้ยินและทรงตอบเรา

- พระเจ้าจะทรงให้ในสิ่งที่เราทูลขอก็ต่อเมื่อเราแสวงหาแผ่นดินและความชอบธรรมของพระองค์ก่อน (มธ.6:33)
- อัครทูตยอห์นกล่าวอย่างชัดเจนว่า "และเราขอสิ่งใดๆ เราก็ได้สิ่งนั้นๆ จากพระองค์ เพราะเราประพฤติตามพระบัญญัติของพระองค์ และปฏิบัติตามชอบพระทัยพระองค์" (1ยน.3:22)
- การเชื่อฟังคำสั่งของพระเจ้า การรักพระองค์ และดำเนินชีวิตให้เป็นที่พอพระทัยของพระองค์คือเงื่อนไขที่ขาดไม่ได้สำหรับการรับการตอบคำอธิษฐานจากพระเจ้า
- เมื่อยากอบเขียนว่า คำอธิษฐานของผู้ชอบธรรมมีพลังทำให้เกิดผล ท่านหมายถึงทั้งความชอบธรรมที่เราได้รับโดยความเชื่อ และการประพฤติที่สอดคล้องกับสถานะแห่งความชอบธรรมที่เราได้รับจากพระเจ้า สำแดงออกเป็นชีวิตที่ชอบธรรม ยำเกรงพระเจ้า และดำเนินชีวิตด้วยการเชื่อฟัง ดังเช่นตัวอย่างของผู้เผยพระวจนะเอลียาห์(ยก.5:16-18, สดด.34:13-14)
- หลักการนี้ได้ถูกเน้นในพระคัมภีร์เดิมด้วยเช่นเดียวกัน พระเจ้าอธิบายอย่างชัดเจนว่าคำอธิษฐานของโมเสสเพื่ออิสราเอลนั้นได้รับคำตอบ เพราะความสัมพันธ์แห่งการเชื่อฟังที่ท่านมีกับพระเจ้าและความจงรักภักดีที่ท่านมีต่อพระองค์ (อพย.33:17)
- ในทางตรงกันข้าม ผู้เขียนสดุดีได้กล่าวว่าหากเราบ่มเพาะความบาปไว้ในชีวิต พระเจ้าจะไม่ทรงฟังคำอธิษฐานของเรา (สดด.66:18, ยก.4:3) ทัศนคติแบบนี้คือเหตุผลหลักที่พระเจ้าจะไม่ฟังคำอธิษฐานของคนอิสราเอลที่นับถือรูปเคารพและประพฤติชั่วร้าย (อสย.1:15)
- แต่หากคนของพระเจ้ากลับใจและหันเสียจากความชั่วร้าย พระเจ้าทรงสัญญาว่าพระองค์จะฟังเขาอีกครั้ง ยกโทษความบาปให้เขาและรักษาแผ่นดินของเขาให้หาย (2พศด.7:14, 2พศด.6:36-39, ลก.18:14)
- ให้เราจำไว้ว่า คำอธิษฐานของมหาปุโรหิตเพื่อขอการยกโทษบาปให้กับชนชาติอิสราเอลในวันลบมลทินบาป(the Day of Atonement) จะไม่ไปถึงพระเจ้าจนกว่าความบาปของตัวเขาเองจะได้รับการชำระเสียก่อน (อพย.16:30)

2.5 เราต้องอธิษฐานอย่างไม่ลดละ เพื่อให้คำอธิษฐานมีประสิทธิผล

- นี่คือประเด็นหลักของคำอุปมาเรื่องหญิงม่ายและผู้พิพากษา(ลก.18:1-7) คำสั่งของพระเยซูว่าให้ "ขอ..เคาะ..หา"(มธ.7:7-8) สอนเรื่องการอธิษฐานอย่างพากเพียร
- อัครทูตเปาโลก็กระตุ้นเราให้อุทิศตนในการอธิษฐาน(คส.4:2, 1ธส.5:17)
- ในทำนองเดียวกัน ผู้ชอบธรรมในพระคัมภีร์เดิมได้รับรองหลักการนี้ ตัวอย่างเช่น ตราบเท่าที่โมเสสยืนหยัดในการอธิษฐานด้วยการยกมือขึ้นตรงต่อพระเจ้า อิสราเอลก็จะประสบชัยชนะในการรบกับคนอามาเลข(อพย.17:11)
- หรือ หลังจากที่เอลียาห์ได้รับถ้อยคำพยากรณ์ว่าฝนกำลังจะตก ท่านได้ยืนหยัดในการอธิษฐานจนกระทั่งฝนได้ตกลงมา(1พกษ.18:41-45) และก่อนหน้านี้ ผู้เผยพระวจนะที่ยิ่งใหญ่ท่านนี้ได้อธิษฐานอย่างไม่ลดละและอย่างจริงจังในการขอให้พระเจ้าคืนชีวิตกลับมายังศพของบุตรชายหญิงม่ายชาวศาเรฟัทจนกระทั่งพระเจ้าได้ทรงตอบคำอธิษฐานของท่าน(1พกษ.17:17-23)

3. องค์ประกอบและวิธีการทำให้คำอธิษฐานมีประสิทธิผลตามหลักการพระคัมภีร์

3.1 คำอธิษฐานที่มีประสิทธิผล มีองค์ประกอบอะไรบ้าง?

ก. เราต้องสรรเสริญและยกย่องพระเจ้าอย่างแท้จริง (สดด.150, กจ.2:47, รม.15:11)
ข. มีความสัมพันธ์ทีใกล้ชิดและขอบพระคุณพระเจ้าอย่างสม่ำเสมอ (สดด.100:4, มธ.11:25-26, ฟป.4:6)
ค. สารภาพความบาปที่รู้ตัวด้วยความจริงใจ และอธิษฐานด้วยความเชื่อ (ยก.5:15-16, สดด.51, ลก.18:13, 1ยน.1:9)
ง. พระเจ้าได้สอนให้เราอธิษฐานตามความจำเป็น(need -ไม่ใช่ want; need ขาดไม่ได้, want ขาดได้) ของเราด้วย ดังเช่นที่ยากอบได้เขียนไว้ว่า เราไม่มีเพราะเราไม่ได้ขอ หรือขอแต่ขอด้วยแรงจูงใจที่ผิดจึงไม่ได้รับ (ยก.4:2-3, สดด.27:7-12, มธ.7:7-11, ฟป.4:6)
จ. เราต้องอธิษฐานเพื่อผู้อื่นอย่างสม่ำเสมอด้วย (กดว.14:13-19, สดด.122:6-9, ลก.22:31-32, ลก.23:34)

3.2 เราควรอธิษฐานอย่างไร?

- พระเยซูเน้นเรื่องความจริงใจ มิฉะนั้นจะเป็นแค่คำไร้สาระ(มธ.6:7)
- เราสามารถอธิษฐานอย่างเงียบๆ(1ซมอ.1:13) หรืออธิษฐานด้วยเสียงดังก็ได้(นหม.9:4, อสค.11:13)
- เราสามารถอธิษฐานด้วยคำของเราเองหรือใช้คำในพระคัมภีร์ก็ได้ เราสามารถอธิษฐานด้วยความคิดหรืออธิษฐานด้วยพระวิญญาณก็ได้(นั่นคือ ภาษาแปลกๆ, 1คร.14:14-18)
- เราสามารถอธิษฐานด้วยการคร่ำครวญ นั่นคือไม่ได้ใช้ถ้อยคำของมนุษย์(อาจจะมีบางครั้งที่ความรู้สึกบางอย่างมันอัดแน่นในใจ จนไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ เช่นเจ็บปวดใจจนพูดไม่ออกจนเราร้องได้แค่คำว่า "อื้อ..โอ๊..." หรืออะไรทำนองนั้น, รม.8:26) ให้รู้ไว้เถิดว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์จะนำคำร้องทูลที่ไม่อาจได้ยินเหล่านั้นไปถึงพระเจ้า
- ยังมีวิธีการอื่นๆ อีกในการอธิษฐาน คือการร้องเพลงถวายพระเจ้า(สดด.92:1-2, อฟ.5:19-20, คส.3:16)
- การอธิษฐานอย่างจริงจังต่อพระเจ้าอาจจะทำควบคู่ไปกับการอดอาหารก็ได้(อสร.8:21, นหม.1:4, ดนล.9:3-4, ลก.2:37, กจ.14:23)

3.3 เราควรอธิษฐานท่าไหนถึงจะเหมาะสม?

- พระคัมภีร์ได้บันทึกถึงการอธิษฐานในขณะที่ยืน(1พกษ.8:22, นหม.9:4-5) นั่ง(1พศด.17:16, ลก.10:3) คุกเข่า(อสร.9:5, ดนล.6:10, กจ.20:36) นอนอยู่บนเตียง(สดด.63:6) กราบลงที่พื้น(อพย.34:8, สดด.95:6) นอนลงที่พื้น(2ซมอ.12:16, มธ.26:39) และยกมือขึ้นต่อสวรรค์(สดด.28:2, อสย.1:15, 1ทธ.2:8-ข้อนี้ให้ดูที่ภ.อังกฤษครับ)

4. ตัวอย่างของคำอธิษฐานที่มีประสิทธิผล

- พระคัมภีร์เต็มไปด้วยตัวอย่างของคำอธิษฐานที่มีพลังและมีประสิทธิผล
4.1 โมเสส มีคำอธิษฐานวิงวอนต่อพระเจ้ามากมายที่พระองค์ทรงตอบ แม้แต่ตอนที่พระองค์ทรงบอกกับท่านว่าพระองค์จะทำลายอิสราเอล แต่เมื่อท่านได้วิงวอน พระเจ้าก็ทรงกลับพระทัย
4.2 แซมสันในตอนที่กลับใจได้อธิษฐานขอโอกาสครั้งสุดท้ายที่จะทำงานของเขาในการทำลายคนฟิลิสเตียให้สำเร็จ พระเจ้าทรงตอบคำอธิษฐานโดยการคืนพละกำลังให้กับเขาจนสามารถพังเสาของตึกที่คนฟิลิสเตียมาอยู่รวมกันเพื่อเฉลิมฉลองพระของพวกเขา(วนฉ.16:21-30)
4.3 ผู้เผยพระวจนะเอลียาห์มีคำอธิษฐานที่ทรงพลังอย่างน้อย 4 ประการที่พระเจ้าทรงตอบ ซึ่งทั้งหมดได้นำพระเกียรติมายังพระเจ้าของอิสราเอล(1พกษ.17-18, ยก.5:17-18)
4.4 กษัตริย์เฮเซคียาห์ได้ล้มป่วยลงและได้รับการบอกกล่าวจากอิสยาห์ว่าท่านต้องตาย(2พกษ.20:1, อสย.38:1) แต่พระองค์รู้สึกว่าชีวิตและงานของพระองค์ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ พระองค์จึงได้หันหน้าเข้าหากำแพงและอธิษฐานอย่างเต็มที่กับพระเจ้าโดยขอเวลาจากพระองค์เพิ่มขึ้น พระเจ้าส่งอิสยาห์กลับมาหาเฮเซคียาห์ให้บอกกับพระองค์ว่าพระเจ้าได้รักษาพระองค์แล้วและยืดชีวิตให้ 15 ปี(2พกษ.20:2-6, อสย.38:2-6)
4.5 ดาเนียลอธิษฐานกับพระเจ้าโดยไม่มีความสงสัยในถ้ำสิงห์ ขอพระองค์ทรงช่วยท่านจากปากของมัน และพระเจ้าทรงตอบคำอธิษฐานของท่าน(ดนล.6:10,16-22)
4.6 คริสเตียนสมัยแรกอธิษฐานอย่างเอาจริงเอาจังเพื่อให้เปโตรได้รับการปลดปล่อยจากคุก และพระเจ้าได้ส่งทูตสวรรค์ไปปล่อยท่านให้เป็นอิสระ (กจ.12:3-11)
- ตัวอย่างเหล่านี้ควรกระตุ้นให้เราด้วยความปรารถนาที่บริสุทธิ์และความเชื่อให้อธิษฐานอย่างมีประสิทธิผลตามหลักการพระคัมภีร์

- ตัวอย่างที่ 4.7 ...โปรดเติมชื่อของคุณ!!!

ขอให้พระเกียรติจงมีแด่พระเจ้าแต่เพียงผู้เดียว
ไม่สงวนลิขสิทธิ์ โดย Christian CMU (คริสเตียน มช.)

แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ 09 กันยายน 2009 เวลา 18:59 น.