Home บทเรียนพระคัมภีร์ บทเรียนพระคัมภีร์_คุณสมบัติด้านศีลธรรมของผู้นำ

Member Login



Search

Who's online?

เรามี 5 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday48
mod_vvisit_counterYesterday105
mod_vvisit_counterThis week559
mod_vvisit_counterLast week827
mod_vvisit_counterThis month3404
mod_vvisit_counterLast month3470
mod_vvisit_counterAll days28400
สมาชิก : 133
Content : 149
เว็บลิงก์ : 9
จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 40189

Art Clock

เวลาประเทศไทย

Biblical Image

jesus riding into jerusalem on a donkey on palm s.gif
พันธกิจมานาประจำวัน
อาหารฝ่ายวิญญาณสำหรับคุณ...วันต่อวัน
ท่านชอบอะไรในเว็บของเรามากที่สุด
 

บทความที่คล้ายคลึงกัน

Guitar Chords

Guitar Chords


บทเรียนพระคัมภีร์_คุณสมบัติด้านศีลธรรมของผู้นำ PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Webmaster   
วันศุกร์ที่ 11 กันยายน 2009 เวลา 18:03 น.

บทเรียนพระคัมภีร์
เรื่อง คุณสมบัติด้านศีลธรรมของผู้ปกครองดูแล (ผู้นำ/ศิษยาภิบาล)
โดย Webmaster ของ www.christiancmu.com


- 1ทธ.3:1-2

1   คำนี้เป็นคำจริง  คือว่าถ้าผู้ใดปรารถนาหน้าที่ผู้ปกครองดูแลคริสตจักร  ผู้นั้นก็ปรารถนากิจการงานที่ประเสริฐ
2   ผู้ปกครองดูแลนั้นต้องเป็นคนที่ไม่มีใครติได้  เป็นสามีของหญิงคนเดียว  เป็นคนรู้จักประมาณตน  มีสติสัมปชัญญะ  เป็นคนสง่าเรียบร้อย  มีอัชฌาสัยรับแขกดี  เหมาะที่จะเป็นครู

 

- หากใครก็ตามที่ต้องการเป็น "ผู้ปกครองดูแล"(overseer - ภ.กรีกว่า episkopos = ผู้ที่มีการเอาใจใส่ดูแลอย่างดีในการอภิบาล, นั่นคือศิษยาภิบาล) ผู้นั้นกำลังปรารถนางานที่สำคัญมาก(1ทธ.3:1)
- อย่างไรก็ตาม คนๆ นั้นจะต้องมีการรับรองคุณสมบัติจากพระวจนะของพระเจ้า(1ทธ.3:1-10, 4:12) และจากคริสตจักร(1ทธ.3:10) เพราะพระเจ้าได้ให้คุณสมบัติพิเศษเจาะจงมาสำหรับผู้ที่ทำหน้าที่นี้ในคริสตจักรของพระองค์
- ผู้ใดก็ตามที่ได้รับการทรงเรียกจากพระเจ้าให้ทำหน้าที่ของศิษยาภิบาล(pastor) ต้องถูกตรวจสอบจากสมาชิกของคริสตจักรโดยใช้มาตรฐานของพระคัมภีร์จาก 1ทธ.3:1-13, 4:12, ทต.1:5-9
- คริสตจักรจะต้องไม่รับรองให้บุคคลใดๆ เป็นผู้นำโดยตั้งมาตรฐานบนความปรารถนา การศึกษา ภาระใจ หรือโดยนิมิตหรือการทรงเรียกที่ยกขึ้นมากล่าว เท่านั้น
- คริสตจักรในปัจจุบันไม่มีสิทธิที่จะลดข้อเรียกร้องที่พระเจ้าตั้งไว้แล้วโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ มาตรฐานที่พระเจ้าตั้งไว้นั้นสมบูรณ์แบบและจะต้องทำตามเพื่อพระนามของพระองค์ อาณาจักรของพระองค์ และเพื่อความน่านับถือของสถาบันผู้นำ

(1) มาตรฐานที่ให้ไว้สำหรับผู้ปกครองดูแลนั้นเป็นคุณสมบัติด้านศีลธรรมและฝ่ายวิญญาณเป็นหลัก

- อุปนิสัย(character) ที่ต้องถูกตรวจสอบของผู้ที่ปรารถนาเป็นผู้นำนั้นมีความสำคัญมากกว่าบุคลิกภาพ ความสามารถในการเทศนา ความสามารถในการบริหารจัดการ หรือวุฒิการศึกษา
- ส่วนสำคัญของคุณสมบัตินั้นอยู่ที่พฤติกรรมที่แสดงออกมาอย่างมุ่งมั่นด้วยสติปัญญาที่มาจากพระเจ้า เลือกในสิ่งที่ถูกต้อง และการมีชีวิตที่บริสุทธิ์
- ผู้ที่จะมาทำหน้าที่ผู้นำจะต้องถูกตรวจสอบประวัติฝ่ายวิญญาณ (1ทธ.3:10 "จงลองดูคนเหล่านี้เสียก่อน")
- พระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ทรงตั้งมาตรฐานไว้สูงว่าผู้ที่จะมาทำหน้าที่นี้จะต้องเป็นผู้เชื่อที่มีความสัตย์ซื่ออย่างมั่นคงต่อพระเยซูคริสต์และหลักการของพระองค์เรื่องความชอบธรรม และต้องเป็นผู้ที่สามารถเป็นแบบอย่างของความสัตย์ซื่อ ความจริง ความสุจริต และความบริสุทธิ์
- กล่าวอีกด้านหนึ่งก็คือ อุปนิสัย(character) ของเขาต้องสะท้อนหลักคำสอนของพระเยซู ใน มธ.25:21 ในการเป็นคนที่ "สัตย์ซื่อในของเล็กน้อย" ที่นำไปสู่ตำแหน่งของ "การดูแลของมาก"

(2) เหนือสิ่งอื่นใด, ผู้นำคริสเตียนจะต้อง "เป็นแบบอย่างแก่คนที่เชื่อทั้งปวง" (1ทธ.4:12, 1ป่ต.5:3)

- นั่นคือชีวิตคริสเตียนและความเชื่อที่มั่นคงของพวกเขาต้องสามารถนำมาเป็นแบบอย่างที่ดีเลิศของพี่น้องในคริสตจักรได้

ก) ผู้ปกครองดูแลต้องสำแดงตัวอย่างสูงที่สุดในการรักษาความบริสุทธิ์ ความสัตย์ซื่อ ความบริสุทธิ์เมื่อเผชิญกับการทดลอง และความจงรักภักดีและความรักต่อพระคริสต์และข่าวประเสริฐ (1ทธ.4:12,15)


ข) คนของพระเจ้าไม่ได้เรียนรู้หลักจริยธรรมและศีลธรรมคริสเตียนจากพระวจนะของพระเจ้าเท่านั้น แต่จากแบบอย่างชีวิตของศิษยาภิบาลที่ดำเนินตามมาตรฐานที่อัครทูตได้ให้ไว้ด้วย
- ศิษยาภิบาลที่คุณภาพของชีวิตได้สำแดงความเชื่อแท้ในพระคริสต์นั้นมีความสำคัญอย่างมากต่อแผนการของพระเจ้าสำหรับความเป็นผู้นำคริสเตียน(Christian Leadership)
- การไม่ใส่ใจต่อหลักการของความเป็นผู้นำแบบพระคัมภีร์ซึ่งเป็นรูปแบบที่ไม่ด่างพร้อยสำหรับสมาชิกในคริสตจักรที่จะเดินรอยตาม คือการปฏิเสธคำสอนของพระคัมภีร์
- ศิษยาภิบาลจะต้องเป็นบุคคลที่สัตย์ซื่อต่อพระคริสต์และเป็นแบบอย่างต่อคริสตจักรของพระองค์ (1คร.11:1, ฟป.3:17, 1ธส.1:6, 2ธส.3:7,9, 2ทธ.1:13)

(3) พระวิญญาณบริสุทธิ์สนพระทัยในความเป็นผู้นำของผู้เชิ่อในบ้าน ในชีวิตสมรส และในความสัมพันธ์ในครอบครัว ว่าเป็นสิ่งที่มีความสำคัญสูงสุด(1ทธ.3:2,4-5, ทต.1:6)

- ผู้ปกครองดูแลจะต้องเป็นแบบอย่างต่อครอบครัวของพระเจ้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งในความสัตย์ซื่อต่อภรรยาและลูก
- ดังนั้น หากเขาล้มเหลวในเรื่องนี้ "คนนั้นจะดูแลคริสตจักรของพระเจ้าอย่างไรได้?"(1ทธ.3:5)
- เขาต้องเป็น "สามีของหญิงคนเดียว"(1ทธ.3:2) ซึ่งวลีนี้ได้ป้องกันตำแหน่งนี้ไว้ว่าผู้ที่จะมาทำหน้าที่ผู้ปกครองดูแลจะต้องเป็นผู้เชื่อที่มีความสัตย์ซื่อด้านศีลธรรมต่อภรรยาของเขา
- การแปลตามตัวอักษรของคำในภาษากรีก(mias gunaikos) คือ "a one-woman man" (ชายที่มีหญิงคนเดียว) นั่นคือ สามีที่สัตย์ซื่อต่อภรรยา
- สิ่งนี้หมายถึงว่า ผู้ที่จะมาทำหน้าที่ผู้นำต้องเป็นบุคคลที่มีหลักฐานยืนยันชัดเจนในความสัตย์ซื่อในทุกด้านที่สำคัญของชีวิต

(4) ดังนั้น คนในคริสตจักรที่มีความผิดในบาปร้ายแรงหรือผิดศีลธรรมอย่างร้ายแรง ก็ได้ตัดตนเองออกจากตำแหน่งของการเป็นศิษยาภิบาลและจากทุกตำแหน่งของการเป็นผู้นำระดับสูงในคริสตจักรท้องถิ่น(1ทธ.3:8-12)

- บุคคลดังกล่าวอาจได้รับการอภัยโดยพระคุณของพระเจ้า แต่เขาได้สูญเสียความสามารถในการเป็นแบบอย่างในความเชื่อ ความรัก และความบริสุทธิ์ และในคำสอนที่มีหลัก (1ทธ.4:11-16, ทต.1:9)
- ในพระคัมภีร์เดิม พระเจ้าได้ตรัสไว้อย่างชัดเจนว่าผู้นำท่ามกลางประชากรของพระเจ้าถูกคาดหวังให้รักษามาตรฐานศีลธรรมและมาตรฐานฝ่ายวิญญาณไว้ในระดับสูง ไม่เช่นนั้นแล้ว คนอื่นจะมาแทนที่เขา(ปฐก.49:4, ลนต.10:2, ลนต.21:7,17, กดว.20:12, 1ซมอ.2:23, ยรม.23:14, ยรม.29:23)

(5) นอกจากนี้, 1ทธ.3:2,7 ยังได้ให้หลักการว่าผู้ปกครองดูแลที่ละทิ้งความจงรักภักดีต่อพระเจ้าและพระวจนะของพระองค์ และความซื่อสัตย์ต่อภรรยาและครอบครัวจะต้องถูกถอดจากตำแหน่งของการเป็นผู้ปกครองดูแล

- เพราะเขาไม่สามารถเป็นคนที่ "ไม่มีที่ติ" ได้อีกต่อไป
- เกี่ยวกับการที่คนหนึ่งคนใดทำผิดบาปเรื่องการมีชู้ พระวจนะของพระเจ้ากล่าวว่า เขา "จะล้างความขายหน้าของตนหาได้ไม่" (สภษ.6:33)

(6) สิ่งนี้ไม่ได้หมายความว่าพระเจ้าและคริตจักรจะไม่ยกโทษให้

- พระเจ้าจะยกโทษทุกๆ บาปที่กล่าวไว้ใน 1ทธ.3:1-13 อย่างแน่นอน หากมีการเสียใจแบบพระเจ้าและกลับใจจากบาปนั้นอย่างแท้จริง
- และเป็นที่ชัดเจนว่าบุคคลนั้นๆ สามารถรับการให้อภัยด้วยพระคุณและรับการรื้อฟื้นความสัมพันธ์ต่อพระเจ้าและต่อคริสตจักร
- อย่างไรก็ตาม สิ่งที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ได้กำหนดไว้ก็คือมีบาปบางประการที่ร้ายแรงที่นำมาซึ่งความเสื่อมเสียและความอับอาย (นั่นคือ "มีที่ติ") ซึ่งจะติดตัวเขาไปแม้แต่หลังจากที่เขาได้รับการอภัยแล้ว และจะยังติดตัวเขาไปจนตลอดชีวิต (2ซมอ.12:9-14)

(7) แล้วดาวิดล่ะ?

- การได้เป็นกษัตริย์ต่อของดาวิดทั้งๆ ที่ทำบาปเรื่องการเป็นชู้และการฆาตรกรรม(2ซมอ.11:1-21, 12:9-15) บางครั้งถูกมองว่าเป็นเหตุผลสนับสนุนที่มีเหตุผลตามพระคัมภีร์ที่บางคนยกมาเพื่อสนับสนุนการทำหน้าที่ของผู้ปกครองดูแลของตนต่อไปแม้จะได้ทำผิดมาตรฐานพระคัมภีร์ตามที่ได้กล่าวมาก่อนหน้านี้
- การเปรียบเทียบแบบนี้นั้นเป็นสิ่งที่ผิด ด้วยเหตุผลหลายประการ อันได้แก่

ก) ตำแหน่งกษัตริย์ของอิสราเอลภายใต้พันธสัญญาเดิม และผู้ปกครองดูแลฝ่ายวิญญาณของคริสตจักรของพระเยซูคริสต์ภายใต้พันธสัญญาใหม่เป็นสองสิ่งที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
- พระเจ้าไม่ได้อนุญาตเพียงแค่ดาวิด แต่มีกษัตริย์อีกหลายพระองค์ด้วย ที่ยังดำเนินในความชั่วร้ายต่อไปแม้จะยังอยู่ในตำแหน่งกษัตริย์ของอิสราเอล
- การเป็นผู้นำในคริสตจักรในพันธสัญญาใหม่นั้นถูกซื้อมาด้วยพระโลหิตของพระเยซูคริสต์ ซึ่งเรียกร้องมาตรฐานฝ่ายวิญญาณที่สูงกว่านั้น

ข) ตามการสำแดงของพระเจ้าและข้อเรียกร้องในพระคัมภีร์ใหม่ ดาวิดจะไม่ผ่านมาตรฐานการเป็นผู้ปกครองดูแลในคริสตจักร
- เขามีภรรยาหลายคน ไม่สัตย์ซื่อในชีวิตสมรส ล้มเหลวในการดูแลครอบครัว เป็นฆาตกร และเป็นคนแห่งความรุนแรงที่ทำให้โลหิตตก
- ให้สังเกตว่า เพราะความบาปของเขา ดาวิดจึงต้องอยู่ภายใต้การลงโทษของพระเจ้าตลอดช่วงเวลาที่เหลืออยู่ของชีวิต (ศึกษาเพิ่มเติมจาก 2ซมอ.)

(8) คริสตจักรในปัจจุบัน ต้องไม่หันเหไปจากข้อเรียกร้องอันชอบธรรมสำหรับผู้ปกครองดูแลที่พระเจ้าได้ตั้งไว้ในการสำแดงดั้งเดิมผ่านทางอัครทูต

- ในทางตรงกันข้าม คริสตจักรต้องเรียกร้องจากผู้นำด้วยมาตรฐานสูงสุดของความบริสุทธิ์ การรักษาความสัตย์ซื่อต่อพระเจ้าและพระวจนะอย่างมั่นคง และดำเนินชีวิตในความชอบธรรม
- คริสตจักรต้องอธิษฐานด้วยความกระตือรือร้นเพื่อผู้นำ หนุนน้ำใจและสนับสนุน ตลอดเวลาที่ผู้นำของเขาได้ "เป็นแบบอย่างแก่คนที่เชื่อทั้งปวง  ทั้งในทางวาจาและการประพฤติ  ในความรัก  ในความเชื่อ  และในความบริสุทธิ์"(1ทธ.4:12)

ขอให้พระเกียรติทั้งสิ้นจงมีแด่พระเจ้า
ไม่สงวนลิขสิทธิ์ โดย Christian CMU (คริสเตียน มช.)
แก้ไขล่าสุด ใน วันศุกร์ที่ 02 ตุลาคม 2009 เวลา 17:37 น.