|
บทเรียนพระคัมภีร์ เรื่อง “ใจ”(The Heart) ตอนที่ 2/2 “ใจ” ที่บังเกิดใหม่ โดย Webmaster ของ www.christiancmu.com คำนำ - เมื่ออาดัมกับเอวาเลือกที่จะตอบสนองการทดลองของมาร ด้วยการรับประทานผลไม้แห่งการสำนึกในความดีและความชั่ว การตัดสินใจของพวกเขาส่งผลอย่างรุนแรงต่อ “ใจ” ของมนุษย์ – นั่นคือ “ใจ” มนุษย์ถูกเติมเต็มด้วยความชั่วร้าย - สภาพใจของมนุษย์ในปัจจุบันจึงมีสภาพดังเช่นที่เยเรมีกล่าวไว้ใน เยเรมีย์ 17:9 “จิตใจก็เป็นตัวล่อลวงเหนือกว่าสิ่งใดทั้งหมดมันเสื่อมทรามอย่างร้ายทีเดียว ผู้ใดจะรู้จักใจนั้นเล่า”
- พระเยซูทรงย้ำคำกล่าวของเยเรมีย์เมื่อพระองค์ทรงตรัสว่าสิ่งที่ทำให้มนุษย์เป็นมลทินต่อพระพักตร์ของพระเจ้าไม่ใช่ความล้มเหลวที่จะทำตามธรรมบัญญัติด้านพิธีกรรม แต่เป็นความโน้มเอียงที่จะฟังความปรารถนาชั่วในใจต่างหาก ซึ่งได้กล่าวไว้ในมาระโก 7:21-22 - มก.7:21-22 “21เพราะว่าจากภายในมนุษย์คือจากใจมนุษย์ มีความคิดชั่วร้าย การล่วงประเวณี การลักขโมย การฆ่าคน การผิดผัวผิดเมีย 22การโลภ ความอธรรม การล่อลวงเขา ราคะตัณหา อิจฉาตาร้อน การใส่ร้าย ความเย่อหยิ่ง ความบัดซบ” - พระเยซูทรงสอนเกี่ยวกับความร้ายแรงของความบาปในใจเมื่อพระองค์ทรงตรัสว่า บาปของความโกรธนั้นเทียบเท่ากับการฆาตกรรม (มธ.5:21-22) และบาปของราคะตัณหาในใจนั้นเทียบเท่ากับการล่วงประเวณี (มธ.5:27-28) - ใจที่มอบไว้ให้แก่การกระทำที่ชั่วร้ายจะนำไปสู่ความเสี่ยงต่อการเป็น “ใจแข็งกระด้าง” - บุคคลใดก็ตามที่ปฏิเสธที่จะฟังพระวจนะของพระเจ้าและไม่เชื่อฟังคำสั่งของพระองค์และไปกระทำตามความปรารถนาชั่วของใจตนเอง จะพบว่าในท้ายที่สุดพระเจ้าจะทรงปล่อยให้ใจของเขาแข็งกระด้าง ซึ่งจะสูญเสียความสามารถทั้งหมดในการตอบสนองต่อพระวจนะของพระเจ้าและพระวิญญาณบริสุทธิ์ - โรม 1:28 “และเพราะเขาไม่เห็นสมควรที่จะรู้จักพระเจ้า พระองค์จึงทรงปล่อยให้เขามีใจชั่วและประพฤติสิ่งที่ไม่เหมาะสม” - ผู้เขียนพระธรรมฮีบรูได้เตือนผู้เชื่อให้ระมัดระวังที่จะไม่ปล่อยให้ใจแข็งกระด้าง เพราะใครก็ตามที่ปฏิเสธพระวจนะของพระเจ้าอย่างต่อเนื่อง ในที่สุดใจของเขาจะพัฒนาไปสู่การมีใจแข็งกระด้าง - ฮีบรู 3:8-12 “8อย่าให้จิตใจของท่านดื้อรั้นอย่างในครั้งกบฏนั้น เหมือนอย่างในวันที่ทดลองในถิ่นทุรกันดาร 9ซึ่งบรรพบุรุษของท่านทดลองเราโดยเอาเราเข้าพิสูจน์ ถึงแม้ว่าเขาเห็นการกระทำของเราตลอดสี่สิบปี 10เพราะเหตุนั้นเราจึงพิโรธคนเหล่านั้น และว่า "ใจของเขาหลงผิดอยู่เสมอ เขาไม่รู้จักทางของเรา" 11ตามที่เราปฏิญาณด้วยความพิโรธว่า "เขาจะไม่ได้เข้าสู่การพำนักซึ่งเราจัดให้ 12ดูก่อน ท่านพี่น้องทั้งหลาย จงระวังให้ดี เพื่อจะไม่มีผู้หนึ่งผู้ใดในพวกท่านมีใจชั่วและไม่เชื่อ คือใจซึ่งพาท่านหลงไปจากพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์”
- เพื่อป้องกันใจของเราไม่ให้ไปสู่สภาวะที่แข็งกระด้างต่อพระเจ้า เราจึงควรเรียนรู้ที่จะรับการเปลี่ยนแปลงจิตใจของเราเพื่อให้เป็นเหมือนพระเจ้ามากขึ้นอยู่เสมอ เพราะพระองค์ได้ทรงประทานทางออกให้แก่ใจที่เต็มไปด้วยความบาปของมนุษย์ ด้วยสิ่งที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดีคือ “การบังเกิดใหม่” ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากที่เรากลับใจจากบาป ต้อนรับพระเยซูคริสต์เป็นพระเจ้า - เมื่อชีวิตเริ่มต้นจากใจ “ชีวิตใหม่ในพระคริสต์” จึงเริ่มต้นจาก “ใจที่บังเกิดใหม่”
เนื้อหาบทเรียน “ใจ” ที่บังเกิดใหม่
1. การบังเกิดใหม่ เป็นเรื่องของ “ใจ” • ผู้ที่กลับใจจากบาปทุกประการด้วย “ใจ” และสารภาพด้วย “ใจ” ว่าพระเยซูคริสต์เป็นพระเจ้า คือคนที่บังเกิดใหม่และได้รับใจใหม่จากพระเจ้า • รม.10:9 “คือว่าถ้าท่านจะรับด้วยปากของท่านว่า พระเยซูทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า และเชื่อในจิตใจว่า พระเจ้าได้ทรงชุบพระองค์ให้เป็นขึ้นมาจากความตาย ท่านจะรอด” • สดด.51:10 “ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงสร้างใจสะอาดภายในข้าพระองค์และฟื้นน้ำใจที่หนักแน่นขึ้นใหม่ภายในข้าพระองค์” • อสค.11:19 “และเราจะให้จิตใจเดียวแก่เขา และเราจะบรรจุจิตวิญญาณใหม่ไว้ในเขา เราจะนำใจหินออกไปเสียจากเนื้อของเขา และให้ใจเนื้อแก่เขา”
2. พระเจ้าทรงใส่ความปรารถนาที่จะรักและเชื่อฟังพระองค์ ใน “ใจ” ของคนที่บังเกิดใหม่ • พระเจ้าทรงกล่าวย้ำหลายครั้งถึงความสำคัญของความรักที่มาจาก “ใจ” • ฉธบ.6:5 “พวกท่านจงรักพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านด้วยสุดจิตสุดใจและสิ้นสุดกำลังของท่าน” • ฉธบ.10:12 "ดูก่อน คนอิสราเอล พระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านทรงประสงค์ให้ท่านกระทำอย่างไร คือให้ยำเกรงพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน ให้ดำเนินตามทางทั้งปวงของพระองค์ ให้รักพระองค์ ให้ปรนนิบัติพระเยโฮวาห์ พระเจ้าของท่านด้วยสุดจิตสุดใจของท่านทั้งหลาย” • ความรักที่มีต่อพระเจ้าและการอุทิศตัวต่อพระองค์ ไม่สามารถแยกออกจากการเชื่อฟังพระองค์ได้ • สดด.119:34 “ขอประทานความเข้าใจแก่ข้าพระองค์ เพื่อข้าพระองค์จะรักษาพระธรรมของพระองค์ไว้ และปฏิบัติด้วยสุดใจของข้าพระองค์” • สดด.119:69 “คนโอหังป้ายความเท็จใส่ข้าพระองค์ แต่ข้าพระองค์ปฏิบัติตามข้อบังคับของพระองค์ด้วยสุดใจ” • พระเยซูทรงสอนว่า ความรักต่อพระเจ้าสุดใจและความรักที่มีต่อผู้อื่น เป็นข้อสรุปของธรรมบัญญัติทั้งหมด • มธ.22:37-40 “37พระเยซูทรงตอบเขาว่า "จงรักพระองค์ผู้เป็นพระเจ้าของเจ้าด้วยสุดใจสุดจิตของเจ้า และด้วยสิ้นสุดความคิดของเจ้า 38นั่นแหละเป็นพระบัญญัติข้อใหญ่ และข้อต้น 39ข้อที่สองก็เหมือนกัน คือ จงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง 40ธรรมบัญญัติและคำของผู้เผยพระวจนะทั้งสิ้น ก็ขึ้นอยู่กับพระบัญญัติสองข้อนี้" • ดังนั้นความรักจาก “ใจ” จึงเป็นองค์ประกอบสำคัญของการเชื่อฟัง ซึ่งจะเกิดในใจของคนที่บังเกิดใหม่
3. กิจกรรมฝ่ายวิญญาณมากมายเกิดขึ้นใน “ใจ” ของคนที่บังเกิดใหม่ • พวกเขาจะสรรเสริญพระเจ้าสุดใจ (สดด.9:1) ภาวนา/ตรึกตรองในจิตใจ (สดด.19:14) ร้องหาพระเจ้าจากใจ (สดด.84:2) แสวงหาพระเจ้าสุดใจ (สดด.119:2, 10) สะสมพระดำรัสของพระเจ้าในใจ (สดด.119:11) วางใจในพระเจ้าสุดใจ (สภษ.3:5) มีประสบการณ์ถึงความรักของพระเจ้าที่เอ่อล้นในใจ (รม.5:5) และร้องสรรเสริญพระเจ้าด้วยใจ (อฟ.5:19, คส.3:16)
ขอให้พระเกียรติทั้งสิ้นจงมีแด่พระเจ้า ไม่สงวนลิขสิทธิ์ โดย Christian CMU (คริสเตียน มช.)
|