Home บทเรียนพระคัมภีร์ บทเรียนพระคัมภีร์_สิทธิอำนาจตามแบบพระคัมภีร์ 1/3

Member Login



Search

Who's online?

เรามี 10 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday36
mod_vvisit_counterYesterday161
mod_vvisit_counterThis week355
mod_vvisit_counterLast week1175
mod_vvisit_counterThis month844
mod_vvisit_counterLast month4571
mod_vvisit_counterAll days102481
สมาชิก : 379
Content : 160
เว็บลิงก์ : 9
จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 128062

Art Clock

เวลาประเทศไทย

Biblical Image

jesus addressing the paralytic let down through t.gif
พันธกิจมานาประจำวัน
อาหารฝ่ายวิญญาณสำหรับคุณ...วันต่อวัน
ท่านชอบอะไรในเว็บของเรามากที่สุด
 

บทความที่คล้ายคลึงกัน

Guitar Chords

Guitar Chords


ลงโฆษณาบนเว็บ

สนใจประชาสัมพันธ์สินค้าคริสเตียนบนเว็บ เช่น หนังสือ VCD DCD ของที่ระลึก ฯลฯ

ติดต่อที่ christiancmu@gmail.com

บทเรียนพระคัมภีร์_สิทธิอำนาจตามแบบพระคัมภีร์ 1/3 PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Webmaster   
วันจันทร์ที่ 03 สิงหาคม 2009 เวลา 09:41 น.

บทเรียนพระคัมภีร์ 

เรื่อง สิทธิอำนาจตามแบบพะคัมภีร์

ตอนที่ 1/3 "นิยามของสิทธิอำนาจตามแบบพระคัมภีร์"

คำนำ

 

“สิทธิอำนาจ” เป็นคำที่แสดงถึง อำนาจหรือสิทธิในการทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดโดยปราศจากการขัดขวาง ซึ่งตั้งอยู่บนกฎเกณฑ์หลายๆ รูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นกฎเกณฑ์ของพระเจ้า กฎหมายบ้านเมือง หรือกฎเกณฑ์ทางศีลธรรม และเป็นที่รู้กันดีว่าสิทธิอำนาจที่สูงที่สุดนั้นเป็นของพระเจ้า ส่วนสิทธิอำนาจที่มนุษย์มีนั้นเป็นสิทธิอำนาจที่ได้รับมา  

* โรม 13:1 “ทุกคนจงยอมอยู่ใต้บังคับของผู้ที่มีอำนาจปกครอง เพราะว่าไม่มีอำนาจใดเลยที่มิได้มาจากพระเจ้า และผู้ที่ทรงอำนาจนั้น พระเจ้าทรงแต่งตั้งขึ้น”

เนื้อหาบทเรียน

1.    นิยามของสิทธิอำนาจ    

*   ไม่มีคำในภาษาฮีบรูที่เฉพาะเจาะจงสำหรับคำว่า “สิทธิอำนาจ” แต่มีคำสองคำในภาษาฮีบรูคือคำว่า rabah (ราบาว) (สุภาษิต 29:2 “สุภาษิต 29:2 เมื่อคนชอบธรรมทวีอำนาจ ประชาชนก็เปรมปรีดิ์แต่เมื่อคนชั่วร้ายครอบครองประชาชนก็คร่ำครวญ”) และ toqeph (โทเขฟ) (เอสเธอร์ 9:29 แล้วพระราชินีเอสเธอร์ธิดาของอาบีฮาอิล กับโมรเดคัยคนยิว ก็เขียนเป็นลายลักษณ์อักษรรับรองจดหมายฉบับที่สองนี้เรื่องเทศกาลปูริม) ถูกนำมาแปลเป็นคำนี้(Authority – สิทธิอำนาจ)ในพระคัมภีร์ภาษาอังกฤษบางฉบับ

 

*   ส่วนในภาษากรีกนั้น คำว่า exousia (เอ็กเซาเซีย) นั้นถูกใช้ในพระคัมภีร์ใหม่เป็นรากฐานของคำว่า “สิทธิอำนาจ” นอกจากนั้นยังมีอีกหลายคำที่ใช้ควบคู่กัน ได้แก่ dunamis (ดูนามิส - "อำนาจ"), epitage (เอพิเทจ - "สั่ง/คำสั่ง"), dunastes (ดูนาเทส – กิจการ 8:27 ฝ่ายฟีลิปก็ลุกขึ้นไป และดูเถิดมีชาวเอธิโอเปียคนหนึ่งเป็นขันที เป็นข้าราชการของพระนางคานดาสีพระราชินีของชาวเอธิโอเปีย และเป็นนายคลังทรัพย์ทั้งหมดของพระราชินีนั้น ได้มานมัสการในกรุงเยรูซาเล็ม), และ authenteo (ออเทนเทโอ – 1ทิโมธี 2:12 ข้าพเจ้าไม่ยอมให้ผู้หญิงสั่งสอนหรือใช้อำนาจเหนือผู้ชาย แต่ให้เขานิ่งๆ อยู่)

 

*    เมื่อเราดูความหมายจากรากศัพท์ทั้งภาษาฮีบรูและภาษากรีก ก็พอจะสรุปความหมายของคำว่า “สิทธิอำนาจ” ได้ว่า เป็นอำนาจหรือสิทธิในการทำบางสิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการให้คำสั่งและมีผลให้เกิดการปฏิบัติตาม คำว่า สิทธิอำนาจ ในพระคัมภีร์มักจะหมายถึง สิทธิของบุคคลในการทำสิ่งที่ควรทำเพราะตำแหน่งและหน้าที่ที่เขาเป็น และคำๆ นี้จะให้ความสำคัญของความถูกต้องและความชอบธรรมในการทำสิ่งที่ควรทำ มากกว่าหมายถึงกำลังในฝ่ายกายภาพ  

 

2.    ประเภทของสิทธิอำนาจ   

*    สิทธิอำนาจแบ่งได้ 2 ประเภท ได้แก่ สิทธิอำนาจที่มีในตัวเอง(Intrinsic Authority) กับสิทธิอำนาจที่ได้รับมา(Derived Authoruty) และเนื่องจาก “ไม่มีอำนาจใดเลยที่มิได้มาจากพระเจ้า” (โรม 13:1) สิทธิอำนาจทุกประเภทนอกเหนือจากสิทธิอำนาจของพระเจ้าจึงเป็นสิทธิอำนาจที่รองลงมาและจัดอยู่ในประเภทสิทธิอำนาจที่ได้รับมา  

 

2.1  สิทธิอำนาจที่มีในตัวเอง

*  เป็นสิทธิอำนาจของพระเจ้า ซึ่งสมบูรณ์ในตัวเองและไม่มีความจำกัด

*  สดุดี 29:10 พระเจ้าประทับเหนือน้ำท่วม พระเจ้าประทับเป็นพระราชาเป็นนิตย์

*  2ซามูเอล 7:22 "แต่พระเจ้า ฉะนั้นพระองค์ทรงยิ่งใหญ่ ไม่มีใดๆ เหมือนพระองค์ ไม่มีพระเจ้านอกเหนือพระองค์ ตามที่หูของข้าพระองค์ทั้งหลายได้ยินมา"

*  พระเจ้าทรงมีอำนาจเหนือธรรมชาติ (โยบ 38) เหนือรัฐบาลและการปกครองของมนุษย์ (ดาเนียล 4:17, 34-35) และเหนือประวัติศาสตร์ (กิจการ 1:7, 17:24-31) และพระองค์ยังทรงมีอำนาจในการส่งมนุษย์ที่ชั่วร้ายไปยังนรก (ลูกา 12:5 แต่เราจะเตือนให้ท่านรู้ก่อนว่าควรจะกลัวผู้ใด จงกลัวพระองค์ผู้ทรงฆ่าตน แล้วก็ยังมีฤทธิ์อำนาจที่จะทิ้งลงในนรกได้ แท้จริง เราบอกท่านว่าจงกลัวพระองค์นั้นแหละ) 

 

2.2  สิทธิอำนาจที่ได้รับมา

*  นอกเหนือจากสิทธิอำนาจที่มีอยู่ในตัวเองของพระเจ้า พระคัมภีร์ยังได้กล่าวถึงอำนาจอีกประเภทหนึ่งคือ สิทธิอำนาจที่ได้รับมา ซึ่งสามารถแบ่งย่อยออกได้เป็นหลายชนิด ที่สำคัญๆ ได้แก่ สิทธิอำนาจของรัฐบาล (โรม 13:1-7) ของบิดามารดา (เอเฟซัส 6:1-4) ของนายจ้าง (เอเฟซัส 6:5-9) ของผู้นำคริสตจักร (ฮีบรู 13:7, 17) ของทูตสวรรค์ (ลูกา 1:19-20) ของซาตาน (ลูกา 4:6) และวิญญาณชั่วนอกเหนือจากซาตาน (เอเฟซัส 6:11-12) ซึ่งมีข้อแตกต่างมากมายระหว่างสิทธิอำนาจเหล่านี้ บางสิทธิอำนาจก็ได้รับอนุญาตจากพระเจ้าในบางเวลาเท่านั้น

 

*  มีสิทธิอำนาจที่ได้รับมาชนิดหนึ่งที่สูงกว่าสิทธิอำนาจที่ได้รับมาอื่นๆ ทั้งหมด นั่นคือพระคริสตธรรมคัมภีร์ เพราะว่าพระคัมภีร์ได้รับการดลใจจากพระเจ้า (2ทิโมธี 3:16, 2เปโตร 1:20-21) จึงมีทั้งอำนาจและสิทธิอำนาจของพระเจ้า และพระเจ้าก็ไม่ได้ประทานพระคัมภีร์มาให้เราอ่านเท่านั้น แต่เพื่อให้เราเชื่อและเชื่อฟัง

 

*  2เปโตร 1:20-21 20ท่านทั้งหลายต้องเข้าใจข้อนี้ก่อน คือผู้หนึ่งผู้ใด จะตีความหมายคำของผู้เผยพระวจนะในพระคัมภีร์เอาเองไม่ได้ 21เพราะว่าคำของผู้เผยพระวจนะนั้น ไม่ได้มาจากความคิดในจิตใจของมนุษย์ แต่มนุษย์ได้กล่าวคำซึ่งมาจากพระเจ้า ตามที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ทรงดลใจเขา

 

* เราอาจจะไม่สามารถระบุขอบเขตและระดับของสิทธิอำนาจที่ได้รับมาชนิดต่างๆ ได้หมด แต่สิ่งหนึ่งที่เราต้องตระหนักก็คือว่า ทุกสิทธิอำนาจที่ได้รับมาต้องไม่ขัดกับสิทธิอำนาจที่พระเจ้าให้มาทางพระคัมภีร์ คริสเตียนจึงให้สิทธิอำนาจของพระคัมภีร์สูงสุด สูงกว่าสิทธิอำนาจของคริสตจักร สูงกว่าสิทธิอำนาจของบุคคลหรือกลุ่มบุคคล หรือสิทธิอำนาจใดๆ

 

*  แต่อย่างไรก็ตามพระคัมภีร์ก็สอนคริสเตียนทุกคนให้เชื่อฟังและอยู่ใต้การปกครองของทุกสิทธิอำนาจ ตราบเท่าที่สิทธิอำนาจนั้นไม่ขัดกับสิทธิอำนาจของพระเจ้า  

 

 

ขอให้พระเกียรติทั้งหมดจงมีแด่พระเจ้า

ไม่สงวนลิขสิทธิ์ โดย Christian CMU (คริสเตียน มช.)

แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ 30 กันยายน 2009 เวลา 10:38 น.