Home บทเรียนพระคัมภีร์ บทเรียนพระคัมภีร์_เข้าใจของประทานฝ่ายวิญญาณ

Member Login



Search

Who's online?

เรามี 4 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday72
mod_vvisit_counterYesterday161
mod_vvisit_counterThis week233
mod_vvisit_counterLast week1173
mod_vvisit_counterThis month880
mod_vvisit_counterLast month4571
mod_vvisit_counterAll days102517
สมาชิก : 379
Content : 160
เว็บลิงก์ : 9
จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 128146

Art Clock

เวลาประเทศไทย

Biblical Image

the wise men of the east worship the christ child.gif
พันธกิจมานาประจำวัน
อาหารฝ่ายวิญญาณสำหรับคุณ...วันต่อวัน
ท่านชอบอะไรในเว็บของเรามากที่สุด
 

บทความที่คล้ายคลึงกัน

Guitar Chords

Guitar Chords


ลงโฆษณาบนเว็บ

สนใจประชาสัมพันธ์สินค้าคริสเตียนบนเว็บ เช่น หนังสือ VCD DCD ของที่ระลึก ฯลฯ

ติดต่อที่ christiancmu@gmail.com

บทเรียนพระคัมภีร์_เข้าใจของประทานฝ่ายวิญญาณ PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Webmaster   
วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน 2009 เวลา 16:38 น.

บทเรียนพระคัมภีร์
เรื่อง เข้าใจของประทานฝ่ายวิญญาณ
โดย Webmaster www.christiancmu.com

- ในคำสอนของพระเยซู เราพบว่าพระองค์ได้ทรงเน้นเรื่องหนึ่งที่สำคัญก็คืองานของพระวิญญาณบริสุทธิ์ในชีวิตของผู้เชื่อ พระเยซูทรงสอนว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงมีบทบาทสำคัญทั้งในด้านการกลับใจใหม่และการบังเกิดใหม่
- งานของพระวิญญาณบริสุทธิ์ไม่ได้สำเร็จทันทีเมื่อเรามาเชื่อพระเจ้า แต่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเพราะพระองค์จะทรงทำอีกหลายประการเพื่อช่วยให้ชีวิตของเราจำเริญขึ้นในชีวิตคริสเตียน


- ในบทนี้เราจะศึกษาถึงการสำแดงของพระวิญญาณบริสุทธิ์ผ่านทางของประทานฝ่ายวิญญาณที่หลากหลายที่ทรงประทานให้ผู้เชื่อ ซึ่งการทรงสำแดงนี้มีความมุ่งหมายที่เสริมสร้างและการชำระคริสตจักรให้บริสุทธิ์
- 1โครินธ์ 12:7 “การสำแดงของพระวิญญาณนั้นมีแก่ทุกคนเพื่อประโยชน์ร่วมกัน”

- ของประทานซึ่งประทานโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ถูกกล่าวถึงในพระคัมภีร์ใหม่ในหลายๆ ตอน ได้แก่ของประทานใน โรม 12:6-8, 1โครินธ์ 12:8-10 ซึ่งมีความแตกต่างกัน และในแต่ละตอนก็ไม่ได้กล่าวถึงของประทานทั้งหมดอย่างครบถ้วน
- อย่างไรก็ตาม ในบทที่ 1 นี้เราจะทำความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับของประทานฝ่ายวิญญาณเพื่อนำเราสู่ความเข้าใจในการศึกษาในบทต่อๆ ไป

ความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับของประทานฝ่ายวิญญาณ

1) พระวิญญาณฯ ทรงประทานของประทานตามชอบพระทัยของพระองค์ (just as he determines)

• 1โครินธ์ 12:11 “สิ่งสารพัดเหล่านี้ พระวิญญาณองค์เดียวกันทรงบันดาลและประทานแก่แต่ละคนตามชอบพระทัยพระองค์”

• พระองค์ทรงทราบความต้องการของคริสตจักร พระองค์จึงทรงประทานของประทานให้กับผู้เชื่อเพื่อเสริมสร้างกันและกัน นอกจากนั้นพระองค์ยังทรงประทานของประทานให้แก่ผู้ที่มีใจปรารถนาที่จะได้รับอีกด้วย
• 1โครินธ์ 12:31 “แต่ท่านทั้งหลายจงแสวงหาของประทานอันใหญ่ยิ่งกว่านั้น และข้าพเจ้าจะแสดงทางดีที่สุดแก่ท่านทั้งหลาย”
• 1โครินธ์ 14:1 “จงมุ่งหาความรัก และขวนขวายของประทานฝ่ายพระวิญญาณด้วยความจริงใจ  เฉพาะอย่างยิ่งการเผยพระวจนะ”

2) ของประทานบางอย่างอาจสำแดงผ่านคริสเตียนธรรมดาทั่วไป โดยไม่จำเป็นต้องเป็นผู้นำในคริสตจักร และคริสเตียนหนึ่งคนอาจมีของประทานมากกว่า 1 อย่าง

• ผู้เชื่อจึงควรปรารถนาที่จะใช้ของประทานและควรปรารถนาที่จะมีของประทานมากกว่า 1 อย่าง 
• 1โครินธ์ 14:1 “จงมุ่งหาความรัก และขวนขวายของประทานฝ่ายพระวิญญาณด้วยความจริงใจ  เฉพาะอย่างยิ่งการเผยพระวจนะ”

3) เป็นการไม่ถูกต้องที่จะสรุปว่าคนที่ใช้ของประทานบางอย่างได้ดีกว่าบางคนที่มีของประทานเดียวกัน เป็นคนฝ่ายวิญญาณมากกว่า

• การใช้ของประทานของคนใดคนหนึ่งไม่ได้หมายความว่าพระเจ้าทรงเห็นด้วยกับลักษณะชีวิตทุกอย่างของเขา เช่น บาลาอัม 
• เราต้องไม่เข้าใจสับสนระหว่างของประทานฝ่ายวิญญาณกับผลพระวิญญาณบริสุทธิ์
• ผลพระวิญญาณบริสุทธิ์ต่างหากที่มีความสัมพันธ์โดยตรงกับลักษณะชีวิตของคริสเตียนและเกี่ยวข้องกับการรับการชำระให้บริสุทธิ์เพื่อให้เป็นคนที่ดีพร้อมมากขึ้นในชีวิตคริสเตียน 
• กาลาเทีย 5:22-23 “22ฝ่ายผลของพระวิญญาณนั้น คือความรัก ความปลาบปลื้มใจ สันติสุข ความอดกลั้นใจ ความปรานี ความดี ความสัตย์ซื่อ 23ความสุภาพอ่อนน้อม การรู้จักบังคับตน เรื่องอย่างนี้ไม่มีธรรมบัญญัติห้ามไว้เลย”
• เราจึงควรแสวงหาทั้งของประทานและพัฒนาผลพระวิญญาณบริสุทธิ์ในชีวิตควบคู่กันไปด้วย

4) ซาตานหรือคนงานที่ไม่สัตย์ซื่ออาจเลียนแบบการใช้ของประทานได้ 

• มัทธิว 7:21-23 “21มิใช่ทุกคนที่เรียกเราว่า "พระองค์เจ้าข้า พระองค์เจ้าข้า" จะได้เข้าในแผ่นดินสวรรค์ แต่ผู้ที่ปฏิบัติตามพระทัยพระบิดาของเรา ผู้ทรงสถิตในสวรรค์จึงจะเข้าได้ 22เมื่อถึงวันนั้นจะมีคนเป็นอันมากร้องแก่เราว่า "พระองค์เจ้าข้า พระองค์เจ้าข้า ข้าพระองค์กล่าวพระวจนะในพระนามของพระองค์ และได้ขับผีออกในพระนามของพระองค์ และได้กระทำการมหัศจรรย์เป็นอันมากในพระนามของพระองค์ มิใช่หรือ" 23เมื่อนั้นเราจะได้กล่าวแก่เขาว่า "เราไม่เคยรู้จักเจ้าเลย เจ้าผู้กระทำความชั่ว จงไปเสียให้พ้นหน้าเรา”
• มัทธิว 24:11 “ผู้เผยพระวจนะปลอมหลายคนจะเกิดมีขึ้น และล่อลวงคนเป็นอันมากให้หลงไป”
• มัทธิว 24:24 “ด้วยว่าจะมีพระคริสต์เทียมเท็จ และผู้ทำนายเทียมเท็จหลายคนเกิดขึ้น ทำหมายสำคัญอันใหญ่และการมหัศจรรย์ ล่อลวงแม้ผู้ที่พระเจ้าทรงเลือกสรรให้หลง ถ้าเป็นได้”
• 2โครินธ์ 11:13-15 “13เพราะคนอย่างนั้นเป็นอัครทูตเทียม เป็นคนงานที่หลอกลวงปลอมตัวเป็นอัครทูตของพระคริสต์ 14การกระทำเช่นนั้นไม่แปลกประหลาดเลย ถึงซาตานเองก็ยังปลอมตัวเป็นทูตแห่งความสว่างได้ 15เหตุฉะนั้นจึงไม่เป็นการแปลกอะไรที่คนรับใช้ของซาตาน จะปลอมตัวเป็นคนรับใช้ของความชอบธรรม ท้ายที่สุดของเขาจะเป็นไปตามการกระทำของเขา”
• 2เธสะโลนิกา 2:8-10 “8ขณะนั้นคนนอกกฎหมายนั้นก็จะปรากฏตัวขึ้น และพระเยซูเจ้าจะทรงประหารมันด้วยลมพระโอษฐ์ของพระองค์ และจะทรงผลาญให้สูญไปด้วยการปรากฏและการเสด็จมาของพระองค์ 9คนนอกกฎหมายนั้นจะมาโดยการดลบันดาลของซาตาน พร้อมกับการอิทธิฤทธิ์ต่างๆ และหมายสำคัญ และการอัศจรรย์แห่งความเท็จ 10และอุบายอธรรมต่างๆ สำหรับคนเหล่านั้นที่จะต้องพินาศ เพราะเขาทั้งหลายไม่ได้รักความจริงเพื่อจะรอดได้”

• ผู้เชื่อต้องไม่เชื่อไปเสียทุกๆ การสำแดงฝ่ายวิญญาณ แต่ควร “แต่จงพิสูจน์วิญญาณนั้นๆ ว่ามาจากพระเจ้าหรือไม่ เพราะว่ามีผู้พยากรณ์เท็จเป็นอันมากจาริกไปในโลก” (1ยอห์น 4:1)
• 1เธสะโลนิกา 5:20-21 “20อย่าประมาทคำเผยข้อลับลึก 21จงพิสูจน์ทุกสิ่ง สิ่งที่ดีนั้นจงยึดถือไว้ให้มั่น”

ความหมายของ “ของประทานฝ่ายวิญญาณ”

- คำต่างๆ ที่พระคัมภีร์ใช้สำหรับของประทานฝ่ายวิญญาณ ได้บอกเราถึงลักษณะของของประทานว่าเป็นอย่างไร 

1) “ของประทานฝ่ายวิญญาณ” (Spiritual gifts, Gk pneumatika มาจากคำว่า pneuma แปลว่า “พระวิญญาณ: Spirit”) อ้างถึงการสำแดงที่เกินธรรมชาติที่เป็นของประทานจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ ที่ทำงานผ่านผู้เชื่อเพื่อให้เกิดผลดี

• 1คร12:1 “ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าอยากให้ท่านเข้าใจเรื่องของประทานฝ่ายพระวิญญาณนั้น”
• 1คร.12:7 “การสำแดงของพระวิญญาณนั้นมีแก่ทุกคนเพื่อประโยชน์ร่วมกัน”
• 1คร.14:1 “จงมุ่งหาความรัก และขวนขวายของประทานฝ่ายพระวิญญาณด้วยความจริงใจ เฉพาะอย่างยิ่งการเผยพระวจนะ”

2) “ของประทาน” หรือ “ของประทานแห่งพระคุณ” (Gifts หรือ grace gift, Gk charismata มาจากคำว่า charis แปลว่า “พระคุณ: grace”) แสดงให้รู้ว่าของประทานฝ่ายวิญญาณนั้นประกอบด้วยทั้งแรงกระตุ้นภายในและฤทธิ์อำนาจในการรับใช้ที่ได้รับจากพระวิญญาณ ของประทานเหล่านี้ทำให้พระกายของพระคริสต์มีกำลังมากขึ้นและยังช่วยเสริมกำลังผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือฝ่ายวิญญาณด้วย

• 1คร.12:4 “ของประทานนั้นมีต่างๆ กัน แต่มีพระวิญญาณองค์เดียวกัน”
• อฟ.4:11 “ของประทานของพระองค์ ก็คือให้บางคนเป็นอัครทูต บางคนเป็นผู้เผยพระวจนะ บางคนเป็นผู้เผยแพร่ข่าวประเสริฐ บางคนเป็นศิษยาภิบาลและอาจารย์”
• 1ปต.4:10 “ตามซึ่งทุกคนได้รับของประทานที่ทรงประทานให้แล้ว ก็ให้ใช้ของประทานนั้นเพื่อประโยชน์แก่กันและกัน เป็นผู้รับมอบฉันทะที่ดี ที่แจกและสำแดงพระคุณนานาประการของพระเจ้า”

3) “การรับใช้” หรือ “งานรับใช้” (Service หรือ ministries, Gk diakoniai มาจากคำว่า diakonia แปลว่า “การรับใช้, service”) เป็นการเน้นย้ำว่าการรับใช้นั้นมีหลายอย่างและของประทานเหล่านี้มาจากการรับความสามารถและฤทธิ์อำนาจจากพระเจ้าเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น

• 1คร.12:4-5 “4ของประทานนั้นมีต่างๆ กัน แต่มีพระวิญญาณองค์เดียวกัน 5งานรับใช้มีต่างๆ กัน แต่มีองค์พระผู้เป็นเจ้าองค์เดียวกัน”
• 1คร.12:27-31 “27ฝ่ายท่านทั้งหลายเป็นกายของพระคริสต์ และต่างก็เป็นอวัยวะของพระกายนั้น 28และพระเจ้าได้ทรงโปรดตั้งบางคนไว้ในคริสตจักร คือหนึ่งอัครทูต สองผู้เผยพระวจนะ สามครูบาอาจารย์ แล้วต่อจากนั้นก็มีผู้กระทำการอันเป็นอิทธิฤทธิ์ ผู้รักษาโรค ผู้อุปการะ ผู้ครอบครอง และผู้รู้ภาษาแปลกๆ 29ทุกคนเป็นอัครทูตหรือทุกคนเป็นผู้เผยพระวจนะหรือ ทุกคนเป็นครูบาอาจารย์หรือ ทุกคนกระทำการอันเป็นอิทธิฤทธิ์หรือ 30ทุกคนได้รับของประทานให้รักษาโรคหรือ ทุกคนพูดภาษาแปลกๆ หรือ ทุกคนแปลได้หรือ 31แต่ท่านทั้งหลายจงแสวงหาของประทานอันใหญ่ยิ่งกว่านั้น และข้าพเจ้าจะแสดงทางดีที่สุดแก่ท่านทั้งหลาย” 
• อฟ.4:7 “แต่ว่าพระคุณนั้นทรงโปรดประทานแก่เราทุกๆ คนตามขนาดที่พระคริสต์ประทานให้”
• อฟ.4:11-13 “11ของประทานของพระองค์ ก็คือให้บางคนเป็นอัครทูต บางคนเป็นผู้เผยพระวจนะ บางคนเป็นผู้เผยแพร่ข่าวประเสริฐ บางคนเป็นศิษยาภิบาลและอาจารย์ 12เพื่อเตรียมธรรมิกชนให้เป็นคนที่จะรับใช้ เพื่อเสริมสร้างพระกายของพระคริสต์ให้จำเริญขึ้น 13จนกว่าเราทุกคนจะบรรลุถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในความเชื่อ และในความรู้ถึงพระบุตรของพระเจ้า จนกว่าเราจะโตเป็นผู้ใหญ่เต็มที่ คือเต็มถึงขนาดความไพบูลย์ของพระคริสต์”

• เปาโลชี้ให้เห็นว่างานด้านการรับใช้ผ่านของประทานได้สะท้อนให้เห็นงานรับใช้ของผู้รับใช้ของพระเยซู
• ด้วยเหตุนี้ การทำงานของของประทานจึงถูกจำกัดความว่าเป็นการทรงสถิตของพระคริสต์และการที่พระองค์ทรงทำพระราชกิจอยู่ท่ามกลางเรา
• 1คร.1:4 “ข้าพเจ้าขอบพระคุณพระเจ้าในเรื่องท่านทั้งหลายเสมอ เพราะพระคุณของพระเจ้าซึ่งทรงประทานแก่ท่านทั้งหลายในพระเยซูคริสต์”

4) “การทำงาน” หรือ “ผล” (Working หรือ effects, Gk energemata มาจากคำว่า energes แปลว่า “กระตือรือร้น, มีพลัง: active, energetic”) มีความหมายว่าของประทานฝ่ายวิญญาณเป็นการกระทำโดยตรงของฤทธิ์อำนาจของพระเจ้าพระบิดาและให้ผลที่แน่นอน

• 1คร.12:6 “กิจกรรมมีต่างๆ กัน แต่มีพระเจ้าองค์เดียวกันเป็นต้นเหตุแห่งกิจกรรมนั้นๆ ในทุกคน”
• 1คร.12:10 “และให้อีกคนหนึ่งทำการอิทธิฤทธิ์ต่างๆ และให้อีกคนหนึ่งเผยพระวจนะได้ และให้อีกคนหนึ่งรู้จักสังเกตวิญญาณต่างๆ และให้อีกคนหนึ่งพูดภาษาแปลกๆ และให้อีกคนหนึ่งแปลภาษานั้นๆ ได้”

5) “การสำแดงของพระวิญญาณบริสุทธิ์” (The manifestation of the Spirit, Gk phanerosis มาจากคำว่า phaeros แปลว่า “ชัดแจ้ง: manifest”) เป็นการเน้นย้ำว่าของประทานฝ่ายวิญญาณเป็นการสำแดงโดยตรงของการทำงานหรือการทรงสถิตของพระวิญญาณบริสุทธิ์

• 1คร.12:7-11 “7การสำแดงของพระวิญญาณนั้นมีแก่ทุกคนเพื่อประโยชน์ร่วมกัน 8พระเจ้าทรงโปรดประทานโดยทางพระวิญญาณ ให้คนหนึ่งมีถ้อยคำประกอบด้วยสติปัญญา และให้อีกคนหนึ่งมีถ้อยคำอันประกอบด้วยความรู้ แต่เป็นพระวิญญาณองค์เดียวกัน 9และให้อีกคนหนึ่งมีความเชื่อ แต่เป็นพระวิญญาณองค์เดียวกัน และให้อีกคนหนึ่งมีความสามารถรักษาคนป่วยได้ แต่เป็นพระวิญญาณองค์เดียวกัน 10และให้อีกคนหนึ่งทำการอิทธิฤทธิ์ต่างๆ และให้อีกคนหนึ่งเผยพระวจนะได้ และให้อีกคนหนึ่งรู้จักสังเกตวิญญาณต่างๆ และให้อีกคนหนึ่งพูดภาษาแปลกๆ และให้อีกคนหนึ่งแปลภาษานั้นๆ ได้ 11สิ่งสารพัดเหล่านี้ พระวิญญาณองค์เดียวกันทรงบันดาลและประทานแก่แต่ละคนตามชอบพระทัยพระองค์”

จุดประสงค์ของของประทาน

1) เพื่อสำแดงพระคุณ ฤทธิ์อำนาจ และความรักของพระวิญญาณท่ามกลางคนของพระองค์ที่อยู่ร่วมกันในชุมชน ในบ้าน ในครอบครัว และในชีวิตส่วนตัว

• 1คร.12:4-7 “4ของประทานนั้นมีต่างๆ กัน แต่มีพระวิญญาณองค์เดียวกัน 5งานรับใช้มีต่างๆ กัน แต่มีองค์พระผู้เป็นเจ้าองค์เดียวกัน 6กิจกรรมมีต่างๆ กัน แต่มีพระเจ้าองค์เดียวกันเป็นต้นเหตุแห่งกิจกรรมนั้นๆ ในทุกคน 7การสำแดงของพระวิญญาณนั้นมีแก่ทุกคนเพื่อประโยชน์ร่วมกัน”
• 1คร.14:25 “ความลับที่ซ่อนอยู่ในใจของเขาจะเด่นชัดขึ้น เขาก็จะกราบลงนมัสการพระเจ้ากล่าวว่า พระเจ้าทรงสถิตอยู่ท่ามกลางพวกท่านอย่างแน่นอน”
• รม.15:18-19 “18เพราะว่าข้าพเจ้าไม่อาจจะอ้างสิ่งใด นอกจากสิ่งซึ่งพระคริสต์ได้ทรงกระทำ โดยทรงใช้ข้าพเจ้าทางคำสอนและกิจการ เพื่อจะให้คนต่างชาติเชื่อฟัง 19คือด้วยอิทธิฤทธิ์แห่งหมายสำคัญและการอัศจรรย์ ในฤทธิ์เดชแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ จนข้าพเจ้าได้ประกาศข่าวประเสริฐของพระคริสต์อย่างถ้วนถี่ ตั้งแต่กรุงเยรูซาเล็มอ้อมไปยังเมืองอิลลีริคุม”
• อฟ.4:8 “เหตุฉะนั้นจึงมีพระวจนะว่า ครั้นพระองค์เสด็จขึ้นไปสู่ที่สูง พระองค์ก็ทรงนำพวกเชลยไป และประทานของประทานแก่มนุษย์”

2) เพื่อช่วยให้การประกาศมีประสิทธิผลโดยการยืนยันที่เหนือธรรมชาติ

• มก.16:15-20 “15ฝ่ายพระองค์จึงตรัสสั่งพวกสาวกว่า "เจ้าทั้งหลายจงออกไปทั่วโลก ประกาศข่าวประเสริฐแก่มนุษย์ทุกคน 16ผู้ใดเชื่อและรับบัพติศมาแล้วผู้นั้นจะรอด แต่ผู้ใดไม่เชื่อจะต้องปรับโทษ 17มีคนเชื่อที่ไหนหมายสำคัญเหล่านี้จะบังเกิดขึ้นที่นั้น คือเขาจะขับผีออกโดยนามของเรา เขาจะพูดภาษาแปลกๆ 18เขาจะจับงูได้ ถ้าเขากินยาพิษอย่างใด จะไม่เป็นอันตรายแก่เขา และเขาจะวางมือบนคนไข้คนป่วย แล้วคนเหล่านั้นจะหายโรค" 19ครั้นพระเยซูเจ้าตรัสสั่งเขาแล้ว พระเจ้าก็ทรงรับพระองค์ให้ขึ้นสู่ฟ้าสวรรค์ ประทับเบื้องขวาพระหัตถ์ของพระเจ้า 20พวกสาวกเหล่านั้นจึงออกไปเทศนาสั่งสอนทุกแห่งทุกตำบล และพระเป็นเจ้าทรงร่วมงานกับเขาและทรงสนับสนุนคำสอนของเขา โดยหมายสำคัญที่ประกอบนั้น”
• กจ.14:8-18 “8ที่เมืองลิสตรามีชายคนหนึ่งนั่งอยู่ใช้เท้าไม่ได้ เขาเป็นง่อยตั้งแต่กำเนิด ยังไม่เคยเดินเลย 9คนนั้นได้นั่งฟังเปาโลพูดอยู่ เปาโลจึงเขม้นดูเขา เห็นว่ามีความเชื่อพอจะหายโรคได้ 10จึงร้องสั่งด้วยเสียงอันดังว่า "จงลุกขึ้นยืนตรง" คนง่อยนั้นก็กระโดดขึ้นเดินไป 11เมื่อหมู่ชนเห็นการซึ่งเปาโลได้กระทำนั้น จึงพากันร้องเป็นภาษาลิคาโอเนียว่า "พวกพระแปลงเป็นมนุษย์ลงมาหาเราแล้ว" 12เขาจึงเรียกบารนาบัสว่า พระซุส และเรียกเปาโลว่า พระเฮอร์เมส เพราะเปาโลเป็นคนพูด 13ปุโรหิตประจำรูปพระซุสซึ่งตั้งอยู่หน้าเมืองได้จูงโค และถือพวงมาลัยมายังประตูเมือง หมายจะถวายเครื่องบูชาด้วยกันกับประชาชน 14แต่เมื่ออัครทูตบารนาบัสกับเปาโลได้ยินดังนั้น จึงฉีกเสื้อผ้าของตนเสียวิ่งเข้าไปท่ามกลางคนทั้งหลายร้องว่า 15"ดูก่อนท่านทั้งหลาย เหตุไฉนจึงทำการอย่างนี้ เราเป็นคนธรรมดาเช่นเดียวกันกับท่านทั้งหลาย และมากล่าวข่าวประเสริฐให้ท่านกลับจากสิ่งไร้ประโยชน์เหล่านี้ ให้ท่านมาหาพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์ ผู้ได้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก และทะเลและสิ่งสารพัด ซึ่งมีอยู่ในที่เหล่านั้น 16ในกาลก่อน พระองค์ได้ทรงยอมให้บรรดาประชาชาติประพฤติตามชอบใจ 17แต่พระองค์มิได้ทรงให้ขาดพยาน คือพระองค์ได้ทรงกระทำคุณให้ฝนตกจากฟ้าและให้มีฤดูเกิดผล ท่านทั้งหลายจึงอิ่มใจยินดีด้วยอาหาร" 18แม้จะได้กล่าวคำเหล่านั้นแล้ว อัครทูตก็ยังห้ามหมู่ชน มิให้เขากระทำสักการบูชาถวายแก่ท่านทั้งสองนั้นได้โดยยาก”
• กจ.16:16-18 “16เมื่อเรากำลังออกไปยังที่สำหรับอธิษฐาน มีทาสสาวคนหนึ่งที่มีผีหมอดูเข้า ได้มาพบกับเรา เขาทำการทายให้นายของเขาได้เงินเป็นอันมาก 17หญิงนั้นตามเปาโลกับพวกเราไป ร้องว่า "คนเหล่านี้เป็นทาสของพระเจ้าสูงสุด มากล่าวประกาศทางรอดแก่ท่านทั้งหลาย" 18เขาทำอย่างนั้นหลายวัน ฝ่ายเปาโลก็งุ่นง่านใจ หันหน้าสั่งผีนั้นว่า "ในพระนามของพระเยซูคริสต์ เอ็งจงออกมาจากเขา" ผีนั้นก็ออกมาในเวลานั้น”
• กจ.19:11-20, กจ.28:1-10

3) เพื่อตอบสนองความจำเป็นของมนุษย์ และเพื่อเสริมกำลังและเสริมสร้างชีวิตฝ่ายวิญญาณให้คริสตจักรและผู้เชื่อแต่ละคน

• นั่นคือการทำให้ผู้เชื่อไม่มีตำหนิใน “ความรัก” ซึ่งมาจากใจที่บริสุทธิ์และจิตสำนึกที่ดีและความเชื่อที่จริงใจ
• 1ทธ.1:5 “แต่จุดประสงค์แห่งคำกำชับนั้นก็คือ ให้มีความรักซึ่งเกิดจากใจอันบริสุทธิ์ และจากจิตสำนึกว่าตนชอบ และจากความเชื่ออันจริงใจ”

4) เพื่อการทำสงครามฝ่ายวิญญาณที่มีประสิทธิภาพกับซาตานและอำนาจมืดวิญญาณชั่ว

• อสย.61:1 “พระวิญญาณแห่งพระเจ้าทรงอยู่เหนือข้าพเจ้า เพราะว่าพระเจ้าได้ทรงเจิมข้าพเจ้าไว้ เพื่อนำข่าวดีมายังผู้ที่ทุกข์ใจ พระองค์ทรงใช้ข้าพเจ้ามาให้เล้าโลมคนที่ชอกช้ำระกำใจ  และร้องประกาศอิสรภาพแก่บรรดาเชลย และบอกการเปิดเรือนจำออก ให้แก่ผู้ที่ถูกจำจอง”
• กจ.8:5-7 “5ส่วนฟีลิปก็ไปยังเมืองหนึ่งในแคว้นสะมาเรีย และประกาศเรื่องพระคริสต์ให้ชาวเมืองนั้นฟัง 6ประชาชนก็พร้อมใจกันฟังถ้อยคำที่ฟีลิปได้ประกาศ เพราะเขาได้ยินท่านพูด และได้เห็นหมายสำคัญซึ่งท่านได้กระทำนั้น 7ด้วยว่าผีโสโครกที่สิงอยู่ในคนหลายคนได้พากันร้องด้วยเสียงดัง แล้วออกมาจากคนเหล่านั้น และคนที่เป็นโรคอัมพาตกับคนง่อยก็หายเป็นปกติ”
• กจ.26:18 “เพื่อจะให้เจ้าเบิกตาของเขา เพื่อเขาจะกลับจากความมืดมาถึงความสว่าง และจากอำนาจของซาตานมาถึงพระเจ้า เพื่อเขาจะได้รับการยกโทษความบาปผิดของเขา และให้ได้รับที่ซึ่งจะได้ด้วยกันกับคนทั้งหลาย ซึ่งถูกชำระให้เป็นผู้ชอบธรรมแล้วโดยความเชื่อในเรา”
• อฟ.6:11-12 “11จงสวมยุทธภัณฑ์ทั้งชุดของพระเจ้า เพื่อจะต่อต้านยุทธอุบายของพญามารได้ 12เพราะว่าเราไม่ได้ต่อสู้กับเนื้อหนังและเลือด แต่ต่อสู้กับเทพผู้ครอง ศักดิเทพ เทพผู้ครองพิภพในโมหะความมืดแห่งโลกนี้ ต่อสู้กับเหล่าวิญญาณที่ชั่วในสถานฟ้าอากาศ”



ตาราง ของประทานฝ่ายวิญญาณในพระคัมภีร์ใหม่

ของประทานจากพระธรรม…
 
โรม 12:6-8
1โครินธ์ 12:8-10
เอเฟซัส 4:11
การเผยพระวจนะถ้อยคำที่ประกอบด้วยสติปัญญาอัครทูต
การปรนนิบัติถ้อยคำที่ประกอบด้วยความรู้ผู้เผยพระวจนะ
การสอน
ความเชื่อ
ผู้ประกาศ
การเตือนสติ
การรักษาโรค
ศิษยาภิบาล
การบริจาค
การอิทธิฤทธิ์
อาจารย์
การครอบครอง
การเผยพระวจนะ
 
ความเมตตา
การสังเกตวิญญาณ 
 การพูดภาษาแปลกๆ 
 การแปลภาษาแปลกๆ 
 

          หมายเหตุ มีของประทานที่ถูกกล่าวถึงในที่อื่นๆ อีก แต่เป็นการกล่าวซ้ำถึงของประทานในตารางนี้ จึงไม่ได้นำมาแสดง ส่วนของประทานอื่นๆ ที่ยังไม่แน่ใจว่าเป็นของประทานหรือไม่ ก็ไม่ได้นำมากล่าวในที่นี้เช่นเดียวกัน

ขอให้พระเกียรติทั้งสิ้นจงมีแด่พระเจ้า

ไม่สงวนลิขสิทธิ์โดย Christian CMU (คริสเตียน มช.)

แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน 2009 เวลา 17:08 น.