Home บทเรียนพระคัมภีร์ บทเรียนพระคัมภีร์_พระสุบินของเนบูคัดเนสซาร์

Member Login



Search

Who's online?

เรามี 5 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday77
mod_vvisit_counterYesterday161
mod_vvisit_counterThis week238
mod_vvisit_counterLast week1173
mod_vvisit_counterThis month885
mod_vvisit_counterLast month4571
mod_vvisit_counterAll days102522
สมาชิก : 379
Content : 160
เว็บลิงก์ : 9
จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 128156

Art Clock

เวลาประเทศไทย

Biblical Image

in the villages the sick were brought unto him.gif
พันธกิจมานาประจำวัน
อาหารฝ่ายวิญญาณสำหรับคุณ...วันต่อวัน
ท่านชอบอะไรในเว็บของเรามากที่สุด
 

บทความที่คล้ายคลึงกัน

Guitar Chords

Guitar Chords


ลงโฆษณาบนเว็บ

สนใจประชาสัมพันธ์สินค้าคริสเตียนบนเว็บ เช่น หนังสือ VCD DCD ของที่ระลึก ฯลฯ

ติดต่อที่ christiancmu@gmail.com

บทเรียนพระคัมภีร์_พระสุบินของเนบูคัดเนสซาร์ PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Webmaster   
วันพุธที่ 30 กันยายน 2009 เวลา 13:59 น.
บทเรียนพระคัมภีร์
เรื่อง พระสุบินของเนบูคัดเนสซาร์

โดย Webmaster www.christiancmu.com

- อ่าน ดาเนียล บทที่ 2 ทั้งบท
 
- (ข้อ 1) พระราชามีปัญหาอย่างหนักกับพระสุบินของพระองค์ พระองค์ทรงเชื่อว่าพระเจ้า(gods) ได้พยายามที่จะสื่อสารบางอย่างกับพระองค์ นี่จึงเป็นเหตุให้พระองค์เรียกพวกโหร พวกหมอดู พวกนักวิทยาคมให้มาหาพระองค์

- (ข้อ 4) ในพระคัมภีร์ฉบับภาษาไทยตกคำว่า "ด้วยภาษาอารเมค" ไป จริงๆ ต้องแปลว่า "แล้วคนเคลเดียจึงกราบทูลพระราชาด้วยภาษาอารเมคว่า..."
- พระธรรมดาเนียลบันทึกเป็นภาษาฮีบรูตั้งแต่บทที่ 1:1 มาจนถึงตอนนี้จึงเปลี่ยนเป็นภาษาอารเมคไปจนถึงบทที่ 7 จากนั้นบทที่ 8-12 จึงกลับมาใช้ภาษาฮีบรูอีกครั้ง

- (ข้อ 5) พระราชาตระหนักถึงความสำคัญของความฝันของพระองค์และต้องการทดสอบเหล่านักปราชญ์ในบาบิโลน ถ้าพวกเขาสามารถบอกได้ว่าพระองค์ทรงพระสุบินว่าอะไร (ซึ่งเป็นไปได้อย่างมากว่าพระองค์ทรงจำได้เป็นอย่างดี เพราะหากจำไม่ได้ เวลามีคนมาตอบจะทราบได้อย่างไรว่าตอบถูก) พวกเขาก็จะสามารถให้คำแปลที่ถูกต้องกับพระองค์ได้ หาไม่แล้วพวกเขาจะต้องพินาศ
- พระดำรัสของเนบูคัดเนสซาร์สร้างความเดือดร้อนให้แก่เหล่านักปราชญ์เป็นอย่างมาก เพราะไม่มีใครทราบว่าพระราชาทรงพระสุบินว่าอะไร

- (ข้อ 16) เนื่องจากดาเนียลกับเพื่อนเพิ่งสำเร็จการศึกษาของบาบิโลน (เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในปีที่ 2 ของการครองราชย์ของเนบูคัดเนสซาร์) จึงไม่ได้ถูกเรียกไปพร้อมกับเหล่านักปราชญ์ในครั้งแรก แต่คำสั่งให้ฆ่าเหล่านักปราชญ์นั้นครอบคลุมมาถึงเขาและเพื่อนด้วย
- ดาเนียลจึงไปเฝ้าพระราชาและถามถึงกำหนดเวลาที่จะให้แก้พระสุบิน ท่านต้องการเวลาในการอธิษฐานและขอการช่วยเหลือจากพระเจ้า หลังจากนั้นดาเนียลและเพื่อนอีกสามคนจึงได้ร่วมกันอธิษฐานแสวงหาพระเจ้าด้วยความกระตือรือร้นและคอยการสำแดงจากพระองค์

- (ข้อ 19-23) พระเจ้าได้ทรงสำแดงพระสุบินของพระราชาให้แก่ดาเนียลในข้อ 19 จากนั้นสิ่งแรกที่ท่านทำคือการสรรเสริญพระเจ้าในความดีและฤทธิ์อำนาจของพระองค์ ซึ่งแสดงให้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติของคนที่รักและรับใช้พระเจ้าอย่างแท้จริง

- (ข้อ 26-30) พระราชาทรงตรัสถามว่าดาเนียลรู้ถึงพระสุบินและแก้ได้หรือยัง ท่านได้ยกเกียรติให้พระเจ้าว่าเป็นผู้ทรงประทานพระสุบินและให้พระราชาทรงทราบถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้น
- เราต้องเรียนรู้จากชีวิตของดาเนียลที่จะไม่แย่งเกียรติและพระสิริที่ควรเป็นของพระเจ้าในสิ่งที่พระองค์ได้ทรงกระทำผ่านเรา (ฉธบ.8:11-20) เราจะเห็นได้ว่าดาเนียลมีความถ่อมใจ ซื่อตรง และซื่อสัตย์ในสิ่งที่เกี่ยวกับพระเจ้า กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์จึงเรียนรู้วิธีการตอบสนองที่เหมาะสมต่อพระเจ้าของดาเนียลจากชีวิตของดาเนียลนั่นเอง (ข้อ 47)

คำแก้พระสุบิน

1) เนบูคัดเนสซาร์คือศีรษะของปฏิมากรซึ่งเป็นทองคำ

- ข้อ 37-38 "37ข้าแต่พระราชา พระราชาจอมพระราชาทั้งหลาย ซึ่งพระเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์ได้ทรงประทานราชอาณาจักร อานุภาพ ฤทธิ์เดชและศักดิ์ศรี 38และได้ทรงมอบไว้ในหัตถ์พระองค์ท่านซึ่งบุตรชายทั้งหลายของมนุษย์ สัตว์ในทุ่งนาและนกในอากาศไม่ว่ามันจะอาศัยอยู่ณที่ใดๆให้แก่ฝ่าพระบาท กระทำให้ฝ่าพระบาทปกครองมันได้ทั้งหมด เศียรทองคำนั้นคือฝ่าพระบาทเอง"

- เนบูคัดเนสซาร์คือศีรษะของปฏิมากรซึ่งเป็นทองคำ เป็นตัวแทนของอาณาจักรบาบิโลนใหม่ (Neo-Babilonian empire: 605-539 กคศ.)
- หลังจากที่พระองค์สิ้นพระชนม์ ราชอาณาจักรของพระองค์ก็เสื่อมลงอย่างรวดเร็ว (อยู่ได้อีก 22 ปี)

2) อาณาจักรที่สองที่มีอกและแขนเป็นเงินคือเมโด-เปอร์เซีย และอาณาจักรที่สามคือกรีก

- ข้อ 32 "เศียรของพระปฏิมากรนี้เป็นทองนพคุณ  อกและแขนเป็นเงิน  ท้องและโคนขาเป็นทองสัมฤทธิ์"
- ข้อ 39 "ต่อจากฝ่าพระบาทไปจะมีราชอาณาจักรด้อยกว่าฝ่าพระบาท  และยังมีราชอาณาจักรที่สามเป็นทองสัมฤทธิ์  ซึ่งจะปกครองอยู่ทั่วพิภพ"


- หลังจากอาณาจักรของเนบูคัดเนสซาร์ จะมีอาณาจักรที่สองที่ด้อยกว่า ที่แสดงด้วยภาพของอกและแขนที่เป็นเงิน อาณาจักรนี้คือเมโด-เปอร์เซีย ที่ก่อตั้งโดยไซรัส (539 กคศ.)
- ส่วนอาณาจักรที่สาม แสดงด้วยภาพของท้องและโคนขาที่เป็นทองสัมฤทธิ์คืออาณาจักรกรีก ที่ก่อตั้งโดยอเล็กซานเดอร์มหาราช (330 กคศ.)

3) อาณาจักรที่สี่แข็งแรงดั่งเหล็กคืออาณาจักรโรมัน

- ข้อ 33 "ขาเป็นเหล็ก  เท้าเป็นเหล็กปนดิน"
- ข้อ 40 "และจะมีราชอาณาจักรที่สี่แข็งแรงดั่งเหล็ก  เพราะเหล็กตีสิ่งทั้งหลายให้หักและแตกเป็นชิ้นๆ ราชอาณาจักรนั้นจะหักและทุบสิ่งเหล่านี้ดังเหล็กซึ่งทุบให้แหลก"


- อาณาจักรเหล็ก คืออาณาจักรโรมัน ซึ่งเริ่มต้นราวปี 67 กคศ. และปกครองอาณาจักรอื่นๆ ไว้ใต้อาณาจักรของตนเองอย่างที่ไม่เคยมีอาณาจักรใดๆ ทำได้มาก่อน

4) อาณาจักรเหล็กปนดิน

- ข้อ 41-43 "41ดังที่ฝ่าพระบาททอดพระเนตร เท้าและนิ้วเท้าเป็นดิน ช่างหม้อบ้าง เหล็กบ้าง จะเป็นราชอาณาจักรประสม แต่ความเหนียวของเหล็กจะยังอยู่ในนั้นบ้าง ดังที่ฝ่าพระบาททอดพระเนตรเหล็กปนดินเหนียว 42และนิ้วเท้าเป็นเหล็กปนดินฉันใด ราชอาณาจักรนั้นจึงแข็งแรงบ้างเปราะบ้างฉันนั้น 43ดังที่ฝ่าพระบาททอดพระเนตรเหล็กปนดินเหนียว ราชอาณาจักรจะปนกันด้วยการสมรส แต่จะไม่ยึดกันแน่นไว้ได้อย่างเดียวกับที่เหล็กไม่ประสมเข้ากับดิน"

- เท้าที่เป็นเหล็กปนดิน เป็นไปได้อย่างมากว่าจะหมายถึงรัฐชาติต่างๆ ที่ตั้งอยู่ในอาณาบริเวณของอาณาจักรโรมันหลังจากอาณาจักรโรมันล่มสลาย (ไม่ใช่อาณาจักรที่ห้า แต่อธิบายถึงสิ่งที่จะเกิดสืบเนื่องหลังจากอาณาจักรเหล็กล่มสลาย)
- บางรัฐชาติมีความเข้มแข็งและคงอยู่เป็นเวลานาน ส่วนบางรัฐชาติเปราะบางเกิดการล่มสลายต่ออีกครั้งแล้วครั้งเล่า

5) อาณาจักรที่ไม่มีวันทำลายเสียได้

- ในพระสุบินของกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ ได้มีก้อนหินถูกตัดออกจากภูเขา  มิใช่ด้วยมือมนุษย์ (นั่นคืออำนาจที่เกินธรรมชาติ) กระทบปฏิมากรที่เท้าอันเป็นเหล็กปนดิน
- ไม่เพียงแต่เท้าเท่านั้นที่ถูกทำลาย แต่ทองคำ เงิน ทองสัมฤทธิ์ เหล็ก และดิน ได้แตกเป็นชิ้นๆ ด้วย

5.1) เมื่อบาบิโลนยอมจำนนต่อเมโด-เปอร์เซีย อาณาจักรผสมนี้ยังคงรูปแบบของอาณาจักรเดิม และรูปแบบนี้ยังสืบเนื่องต่อไปยังอาณาจักรกรีกและอาณาจักรโรมัน และต่อเนื่องไปจนถึงรัฐชาติสมัยใหม่

- ทุกอาณาจักรล้วนเป็นส่วนหนึ่งของระบบโลกเดียวกัน(same world system)
- มากกว่านั้น รอบๆ ตัวเราเต็มไปด้วยโหราศาสตร์แบบบาบิโลน หลักจริยธรรมของเมโดเปอร์เซีย ศิลปะและปรัชญากรีก และกฎหมายและแนวคิดแบบโรมที่กล่าวว่าสันติภาพนั้นได้มาด้วยกำลังทางทหาร
- ตามที่กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ทรงพระสุบินนั้น แบบแผน ปรัชญา และคุณค่าแบบโลกจะถูกทำลายอย่างสมบูรณ์โดยอาณาจักรของพระคริสต์ที่จะมาตั้งอยู่

5.2) ก้อนหินกลายเป็นอาณาจักรจนเต็มพิภพ

- ข้อ 35 "แล้วส่วนเหล็ก  ส่วนกระเบื้อง  ส่วนทองสัมฤทธิ์  ส่วนเงิน  และส่วนทองคำก็แตกเป็นชิ้นๆ พร้อมกันกลายเป็นเหมือนแกลบจากลานนวดข้าวในฤดูร้อน  ลมก็พัดพาเอาไป  จึงหาร่องรอยไม่พบเสียเลย  แต่ก้อนหินที่กระทบปฏิมากรนั้นกลายเป็นภูเขาใหญ่จนเต็มพิภพ"

- อาณาจักรที่ห้าคืออาณาจักรของพระเจ้าที่ตั้งโดยพระเยซูคริสต์
- อาณาจักรนี้จะเต็มทั้งโลกและขยายออกไปยังฟ้าสวรรค์ใหม่และโลกใหม่
- วิวรณ์ 21:1 "ข้าพเจ้าได้เห็นท้องฟ้าใหม่และแผ่นดินโลกใหม่ เพราะท้องฟ้าเดิมและแผ่นดินโลกเดิมนั้นหายไปหมดสิ้นแล้ว และทะเลก็ไม่มีอีกแล้ว"

- เราสามารถมั่นใจได้เลยว่าโลกในปัจจุบันจะไม่คงอยู่ตลอดไป แต่อาณาจักรของพระเจ้าต่างหากที่จะคงอยู่ตลอดนิรันดร์ เราจึงไม่ควรให้ใจของเราจดจ่อกับอาณาัจักรโลกที่รอวันล่มสลาย แต่จดจ่อกับอาณาจักรของพระเจ้าที่ดำรงอยู่ตลอดนิรันดร์
- 2เปโตร 3:10-13 "10แต่ว่าวันขององค์พระผู้เป็นเจ้านั้น จะมาถึงเหมือนอย่างขโมยแอบย่องมา และในวันนั้นท้องฟ้าจะล่วงเสียไปด้วย เสียงที่ดังกึกก้องและโลกธาตุจะสลายไปด้วยไฟ และแผ่นดินโลกกับสิ่งสารพัดที่มีอยู่ในโลกนั้นจะต้องไหม้เสียสิ้น 11เมื่อเห็นแล้วว่าสิ่งทั้งปวงจะต้องสลายไปหมดสิ้นเช่นนี้ ท่านทั้งหลายควรจะเป็นคนเช่นใดในชีวิตที่บริสุทธิ์และดีงาม 12จงเฝ้ารอและเร่งวันของพระเจ้าให้มาถึง ซึ่งวันนั้นท้องฟ้าจะถูกไฟผลาญสลายไป และโลกธาตุก็จะถูกไฟเผาให้สลายไป 13แต่ว่าตามพระสัญญาของพระองค์นั้น เราจึงคอยท้องฟ้าอากาศใหม่และแผ่นดินโลกใหม่ ที่ซึ่งความชอบธรรมจะดำรงอยู่"


ขอให้พระเกียรติทั้งสิ้นจงมีแด่พระเจ้า
ไม่สงวนลิขสิทธิ์โดย Christian CMU (คริสเตียน มช.)
แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม 2009 เวลา 09:26 น.