| บทเรียนพระคัมภีร์_พระสุบินของเนบูคัดเนสซาร์ |
|
|
|
| เขียนโดย Webmaster |
| วันพุธที่ 30 กันยายน 2009 เวลา 13:59 น. |
|
บทเรียนพระคัมภีร์ เรื่อง พระสุบินของเนบูคัดเนสซาร์ โดย Webmaster www.christiancmu.com - อ่าน ดาเนียล บทที่ 2 ทั้งบท - (ข้อ 1) พระราชามีปัญหาอย่างหนักกับพระสุบินของพระองค์ พระองค์ทรงเชื่อว่าพระเจ้า(gods) ได้พยายามที่จะสื่อสารบางอย่างกับพระองค์ นี่จึงเป็นเหตุให้พระองค์เรียกพวกโหร พวกหมอดู พวกนักวิทยาคมให้มาหาพระองค์ - (ข้อ 4) ในพระคัมภีร์ฉบับภาษาไทยตกคำว่า "ด้วยภาษาอารเมค" ไป จริงๆ ต้องแปลว่า "แล้วคนเคลเดียจึงกราบทูลพระราชาด้วยภาษาอารเมคว่า..." - พระธรรมดาเนียลบันทึกเป็นภาษาฮีบรูตั้งแต่บทที่ 1:1 มาจนถึงตอนนี้จึงเปลี่ยนเป็นภาษาอารเมคไปจนถึงบทที่ 7 จากนั้นบทที่ 8-12 จึงกลับมาใช้ภาษาฮีบรูอีกครั้ง - (ข้อ 5) พระราชาตระหนักถึงความสำคัญของความฝันของพระองค์และต้องการทดสอบเหล่านักปราชญ์ในบาบิโลน ถ้าพวกเขาสามารถบอกได้ว่าพระองค์ทรงพระสุบินว่าอะไร (ซึ่งเป็นไปได้อย่างมากว่าพระองค์ทรงจำได้เป็นอย่างดี เพราะหากจำไม่ได้ เวลามีคนมาตอบจะทราบได้อย่างไรว่าตอบถูก) พวกเขาก็จะสามารถให้คำแปลที่ถูกต้องกับพระองค์ได้ หาไม่แล้วพวกเขาจะต้องพินาศ - พระดำรัสของเนบูคัดเนสซาร์สร้างความเดือดร้อนให้แก่เหล่านักปราชญ์เป็นอย่างมาก เพราะไม่มีใครทราบว่าพระราชาทรงพระสุบินว่าอะไร - (ข้อ 16) เนื่องจากดาเนียลกับเพื่อนเพิ่งสำเร็จการศึกษาของบาบิโลน (เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในปีที่ 2 ของการครองราชย์ของเนบูคัดเนสซาร์) จึงไม่ได้ถูกเรียกไปพร้อมกับเหล่านักปราชญ์ในครั้งแรก แต่คำสั่งให้ฆ่าเหล่านักปราชญ์นั้นครอบคลุมมาถึงเขาและเพื่อนด้วย - ดาเนียลจึงไปเฝ้าพระราชาและถามถึงกำหนดเวลาที่จะให้แก้พระสุบิน ท่านต้องการเวลาในการอธิษฐานและขอการช่วยเหลือจากพระเจ้า หลังจากนั้นดาเนียลและเพื่อนอีกสามคนจึงได้ร่วมกันอธิษฐานแสวงหาพระเจ้าด้วยความกระตือรือร้นและคอยการสำแดงจากพระองค์ - (ข้อ 19-23) พระเจ้าได้ทรงสำแดงพระสุบินของพระราชาให้แก่ดาเนียลในข้อ 19 จากนั้นสิ่งแรกที่ท่านทำคือการสรรเสริญพระเจ้าในความดีและฤทธิ์อำนาจของพระองค์ ซึ่งแสดงให้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติของคนที่รักและรับใช้พระเจ้าอย่างแท้จริง - (ข้อ 26-30) พระราชาทรงตรัสถามว่าดาเนียลรู้ถึงพระสุบินและแก้ได้หรือยัง ท่านได้ยกเกียรติให้พระเจ้าว่าเป็นผู้ทรงประทานพระสุบินและให้พระราชาทรงทราบถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้น - เราต้องเรียนรู้จากชีวิตของดาเนียลที่จะไม่แย่งเกียรติและพระสิริที่ควรเป็นของพระเจ้าในสิ่งที่พระองค์ได้ทรงกระทำผ่านเรา (ฉธบ.8:11-20) เราจะเห็นได้ว่าดาเนียลมีความถ่อมใจ ซื่อตรง และซื่อสัตย์ในสิ่งที่เกี่ยวกับพระเจ้า กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์จึงเรียนรู้วิธีการตอบสนองที่เหมาะสมต่อพระเจ้าของดาเนียลจากชีวิตของดาเนียลนั่นเอง (ข้อ 47) คำแก้พระสุบิน1) เนบูคัดเนสซาร์คือศีรษะของปฏิมากรซึ่งเป็นทองคำ- ข้อ 37-38 "37ข้าแต่พระราชา พระราชาจอมพระราชาทั้งหลาย ซึ่งพระเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์ได้ทรงประทานราชอาณาจักร อานุภาพ ฤทธิ์เดชและศักดิ์ศรี 38และได้ทรงมอบไว้ในหัตถ์พระองค์ท่านซึ่งบุตรชายทั้งหลายของมนุษย์ สัตว์ในทุ่งนาและนกในอากาศไม่ว่ามันจะอาศัยอยู่ณที่ใดๆให้แก่ฝ่าพระบาท กระทำให้ฝ่าพระบาทปกครองมันได้ทั้งหมด เศียรทองคำนั้นคือฝ่าพระบาทเอง"- เนบูคัดเนสซาร์คือศีรษะของปฏิมากรซึ่งเป็นทองคำ เป็นตัวแทนของอาณาจักรบาบิโลนใหม่ (Neo-Babilonian empire: 605-539 กคศ.) - หลังจากที่พระองค์สิ้นพระชนม์ ราชอาณาจักรของพระองค์ก็เสื่อมลงอย่างรวดเร็ว (อยู่ได้อีก 22 ปี) 2) อาณาจักรที่สองที่มีอกและแขนเป็นเงินคือเมโด-เปอร์เซีย และอาณาจักรที่สามคือกรีก- ข้อ 32 "เศียรของพระปฏิมากรนี้เป็นทองนพคุณ อกและแขนเป็นเงิน ท้องและโคนขาเป็นทองสัมฤทธิ์"- ข้อ 39 "ต่อจากฝ่าพระบาทไปจะมีราชอาณาจักรด้อยกว่าฝ่าพระบาท และยังมีราชอาณาจักรที่สามเป็นทองสัมฤทธิ์ ซึ่งจะปกครองอยู่ทั่วพิภพ" - หลังจากอาณาจักรของเนบูคัดเนสซาร์ จะมีอาณาจักรที่สองที่ด้อยกว่า ที่แสดงด้วยภาพของอกและแขนที่เป็นเงิน อาณาจักรนี้คือเมโด-เปอร์เซีย ที่ก่อตั้งโดยไซรัส (539 กคศ.) - ส่วนอาณาจักรที่สาม แสดงด้วยภาพของท้องและโคนขาที่เป็นทองสัมฤทธิ์คืออาณาจักรกรีก ที่ก่อตั้งโดยอเล็กซานเดอร์มหาราช (330 กคศ.) 3) อาณาจักรที่สี่แข็งแรงดั่งเหล็กคืออาณาจักรโรมัน- ข้อ 33 "ขาเป็นเหล็ก เท้าเป็นเหล็กปนดิน"- ข้อ 40 "และจะมีราชอาณาจักรที่สี่แข็งแรงดั่งเหล็ก เพราะเหล็กตีสิ่งทั้งหลายให้หักและแตกเป็นชิ้นๆ ราชอาณาจักรนั้นจะหักและทุบสิ่งเหล่านี้ดังเหล็กซึ่งทุบให้แหลก" - อาณาจักรเหล็ก คืออาณาจักรโรมัน ซึ่งเริ่มต้นราวปี 67 กคศ. และปกครองอาณาจักรอื่นๆ ไว้ใต้อาณาจักรของตนเองอย่างที่ไม่เคยมีอาณาจักรใดๆ ทำได้มาก่อน 4) อาณาจักรเหล็กปนดิน- ข้อ 41-43 "41ดังที่ฝ่าพระบาททอดพระเนตร เท้าและนิ้วเท้าเป็นดิน ช่างหม้อบ้าง เหล็กบ้าง จะเป็นราชอาณาจักรประสม แต่ความเหนียวของเหล็กจะยังอยู่ในนั้นบ้าง ดังที่ฝ่าพระบาททอดพระเนตรเหล็กปนดินเหนียว 42และนิ้วเท้าเป็นเหล็กปนดินฉันใด ราชอาณาจักรนั้นจึงแข็งแรงบ้างเปราะบ้างฉันนั้น 43ดังที่ฝ่าพระบาททอดพระเนตรเหล็กปนดินเหนียว ราชอาณาจักรจะปนกันด้วยการสมรส แต่จะไม่ยึดกันแน่นไว้ได้อย่างเดียวกับที่เหล็กไม่ประสมเข้ากับดิน"- เท้าที่เป็นเหล็กปนดิน เป็นไปได้อย่างมากว่าจะหมายถึงรัฐชาติต่างๆ ที่ตั้งอยู่ในอาณาบริเวณของอาณาจักรโรมันหลังจากอาณาจักรโรมันล่มสลาย (ไม่ใช่อาณาจักรที่ห้า แต่อธิบายถึงสิ่งที่จะเกิดสืบเนื่องหลังจากอาณาจักรเหล็กล่มสลาย) - บางรัฐชาติมีความเข้มแข็งและคงอยู่เป็นเวลานาน ส่วนบางรัฐชาติเปราะบางเกิดการล่มสลายต่ออีกครั้งแล้วครั้งเล่า 5) อาณาจักรที่ไม่มีวันทำลายเสียได้- ในพระสุบินของกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ ได้มีก้อนหินถูกตัดออกจากภูเขา มิใช่ด้วยมือมนุษย์ (นั่นคืออำนาจที่เกินธรรมชาติ) กระทบปฏิมากรที่เท้าอันเป็นเหล็กปนดิน- ไม่เพียงแต่เท้าเท่านั้นที่ถูกทำลาย แต่ทองคำ เงิน ทองสัมฤทธิ์ เหล็ก และดิน ได้แตกเป็นชิ้นๆ ด้วย 5.1) เมื่อบาบิโลนยอมจำนนต่อเมโด-เปอร์เซีย อาณาจักรผสมนี้ยังคงรูปแบบของอาณาจักรเดิม และรูปแบบนี้ยังสืบเนื่องต่อไปยังอาณาจักรกรีกและอาณาจักรโรมัน และต่อเนื่องไปจนถึงรัฐชาติสมัยใหม่- ทุกอาณาจักรล้วนเป็นส่วนหนึ่งของระบบโลกเดียวกัน(same world system)- มากกว่านั้น รอบๆ ตัวเราเต็มไปด้วยโหราศาสตร์แบบบาบิโลน หลักจริยธรรมของเมโดเปอร์เซีย ศิลปะและปรัชญากรีก และกฎหมายและแนวคิดแบบโรมที่กล่าวว่าสันติภาพนั้นได้มาด้วยกำลังทางทหาร - ตามที่กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ทรงพระสุบินนั้น แบบแผน ปรัชญา และคุณค่าแบบโลกจะถูกทำลายอย่างสมบูรณ์โดยอาณาจักรของพระคริสต์ที่จะมาตั้งอยู่ 5.2) ก้อนหินกลายเป็นอาณาจักรจนเต็มพิภพ- ข้อ 35 "แล้วส่วนเหล็ก ส่วนกระเบื้อง ส่วนทองสัมฤทธิ์ ส่วนเงิน และส่วนทองคำก็แตกเป็นชิ้นๆ พร้อมกันกลายเป็นเหมือนแกลบจากลานนวดข้าวในฤดูร้อน ลมก็พัดพาเอาไป จึงหาร่องรอยไม่พบเสียเลย แต่ก้อนหินที่กระทบปฏิมากรนั้นกลายเป็นภูเขาใหญ่จนเต็มพิภพ"- อาณาจักรที่ห้าคืออาณาจักรของพระเจ้าที่ตั้งโดยพระเยซูคริสต์ - อาณาจักรนี้จะเต็มทั้งโลกและขยายออกไปยังฟ้าสวรรค์ใหม่และโลกใหม่ - วิวรณ์ 21:1 "ข้าพเจ้าได้เห็นท้องฟ้าใหม่และแผ่นดินโลกใหม่ เพราะท้องฟ้าเดิมและแผ่นดินโลกเดิมนั้นหายไปหมดสิ้นแล้ว และทะเลก็ไม่มีอีกแล้ว" - เราสามารถมั่นใจได้เลยว่าโลกในปัจจุบันจะไม่คงอยู่ตลอดไป แต่อาณาจักรของพระเจ้าต่างหากที่จะคงอยู่ตลอดนิรันดร์ เราจึงไม่ควรให้ใจของเราจดจ่อกับอาณาัจักรโลกที่รอวันล่มสลาย แต่จดจ่อกับอาณาจักรของพระเจ้าที่ดำรงอยู่ตลอดนิรันดร์ - 2เปโตร 3:10-13 "10แต่ว่าวันขององค์พระผู้เป็นเจ้านั้น จะมาถึงเหมือนอย่างขโมยแอบย่องมา และในวันนั้นท้องฟ้าจะล่วงเสียไปด้วย เสียงที่ดังกึกก้องและโลกธาตุจะสลายไปด้วยไฟ และแผ่นดินโลกกับสิ่งสารพัดที่มีอยู่ในโลกนั้นจะต้องไหม้เสียสิ้น 11เมื่อเห็นแล้วว่าสิ่งทั้งปวงจะต้องสลายไปหมดสิ้นเช่นนี้ ท่านทั้งหลายควรจะเป็นคนเช่นใดในชีวิตที่บริสุทธิ์และดีงาม 12จงเฝ้ารอและเร่งวันของพระเจ้าให้มาถึง ซึ่งวันนั้นท้องฟ้าจะถูกไฟผลาญสลายไป และโลกธาตุก็จะถูกไฟเผาให้สลายไป 13แต่ว่าตามพระสัญญาของพระองค์นั้น เราจึงคอยท้องฟ้าอากาศใหม่และแผ่นดินโลกใหม่ ที่ซึ่งความชอบธรรมจะดำรงอยู่" ขอให้พระเกียรติทั้งสิ้นจงมีแด่พระเจ้า ไม่สงวนลิขสิทธิ์โดย Christian CMU (คริสเตียน มช.) |
| แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม 2009 เวลา 09:26 น. |














