Home บทเรียนพระคัมภีร์ บทเรียนพระคัมภีร์_ข้อแนะนำ สำหรับคนชอบคิด

Member Login



Search

Who's online?

เรามี 7 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday59
mod_vvisit_counterYesterday161
mod_vvisit_counterThis week220
mod_vvisit_counterLast week1173
mod_vvisit_counterThis month867
mod_vvisit_counterLast month4571
mod_vvisit_counterAll days102504
สมาชิก : 379
Content : 160
เว็บลิงก์ : 9
จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 128113

Art Clock

เวลาประเทศไทย

Biblical Image

the scourging of the back.gif
พันธกิจมานาประจำวัน
อาหารฝ่ายวิญญาณสำหรับคุณ...วันต่อวัน
ท่านชอบอะไรในเว็บของเรามากที่สุด
 

บทความที่คล้ายคลึงกัน

Guitar Chords

Guitar Chords


ลงโฆษณาบนเว็บ

สนใจประชาสัมพันธ์สินค้าคริสเตียนบนเว็บ เช่น หนังสือ VCD DCD ของที่ระลึก ฯลฯ

ติดต่อที่ christiancmu@gmail.com

บทเรียนพระคัมภีร์_ข้อแนะนำ สำหรับคนชอบคิด PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Webmaster   
วันจันทร์ที่ 05 ตุลาคม 2009 เวลา 15:10 น.

บทเรียนพระคัมภีร์
เรื่อง ข้อแนะนำ สำหรับคนชอบคิด

โดย Webmaster www.christiancmu.com

- 2โครินธ์ 10:3-6
3   เพราะว่า ถึงแม้ว่าเราอยู่ในโลกก็จริง แต่เราก็มิได้สู้รบตามโลกียวิสัย
4   เพราะว่าศาสตราวุธของเราไม่เป็นฝ่ายโลกียวิสัย แต่มีฤทธิ์เดชจากพระเจ้า อาจทำลายป้อมได้
5   คือทำลายความคิดที่มีเหตุผลจอมปลอม และทิฐิมานะทุกประการที่ตั้งตัวขึ้นขัดขวางความรู้ของพระเจ้า และน้อมนำความคิดทุกประการให้เข้าอยู่ใต้บังคับจนถึงรับฟังพระคริสต์
6   และพร้อมที่จะลงโทษทุกคนที่ไม่เชื่อฟัง ในเมื่อท่านรับว่าจะเชื่อฟังอย่างสมบูรณ์แล้ว


- เมื่อเรามาเป็นคริสเตียน เราได้ก้าวเข้าสู่สงครามฝ่ายวิญญาณทันที แม้เราจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม
- สงครามนี้เป็นสงครามระหว่างสองอาณาจักรคืออาณาจักรของพระเจ้าซึ่งเป็นอาณาจักรของความสว่าง และอาณาจักรของมารซึ่งเป็นอาณาจักรของความมืดซึ่งวันหนึ่งจะถูกปราบโดยพระเยซูคริสต์
- สงครามนี้จะเป็นสงครามในการแย่งชิงมนุษย์ว่าในที่สุดคนนั้นๆ จะกลายเป็นคนของอาณาจักรใด ของความสว่างหรือของความมืด
- สงครามนี้เป็นสงครามที่มีขอบเขตการรบกว้าง และในพระคัมภีร์ที่ยกมาตอนต้นนั้นก็กล่าวถึงสนามรบที่ครอบคลุมไปถึงสนามความคิดของเรา

- พระคัมภีร์กล่าวว่าเราจำเป็นต้องนำความคิดของเราทุกประการมาไว้ในน้ำพระทัยของพระคริสต์
- การล้มเหลวที่จะนำความคิดมาไว้ในพระคริสต์จะนำไปสู่การผิดศีลธรรมและการตายฝ่ายวิญญาณ
- โรม 6:16 "ท่านทั้งหลายไม่รู้หรือว่า  ถ้าท่านยอมตัวรับใช้ฟังคำของผู้ใด  ท่านก็เป็นทาสของผู้ที่ท่านเชื่อฟังนั้น  คือเป็นทาสของบาปซึ่งนำไปสู่ความตาย  หรือเป็นทาสของการเชื่อฟังซึ่งนำไปสู่ความชอบธรรมก็ตาม"
- โรม 6:23 "เพราะว่าค่าจ้างของความบาปคือความตาย  แต่ของประทานจากพระเจ้าคือชีวิตนิรันดร์ในพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา"
- โรม 8:13 "เพราะว่าถ้าท่านทั้งหลายดำเนินชีวิตตามฝ่ายเนื้อหนังแล้ว  ท่านจะต้องตาย  แต่ถ้าโดยฝ่ายพระวิญญาณ  ท่านได้ทำลายการของฝ่ายกายเสียท่านก็จะดำรงชีวิตได้"

- ต่อไปนี้เป็นข้อแนะนำ 4 ประการสำหรับการนำความคิดของเราไปไว้ใต้พระคริสต์

(1) ตระหนักว่าพระเจ้าทรงทราบทุกความคิดและไม่มีสิ่งใดปิดซ่อนจากพระองค์ได้

- สดุดี 94:11 "พระเจ้าทรงทราบความคิดของมนุษย์ ว่าเป็นแต่เพียงลมหายใจ"
- สดุดี 139:2 "เมื่อข้าพระองค์นั่งลงและลุกขึ้น พระองค์ทรงทราบ พระองค์ทรงประจักษ์ในความคิดของข้าพระองค์ได้แต่ไกล"
- สดุดี 139:4 "ข้าแต่พระเจ้า แม้ก่อนที่ลิ้นของข้าพระองค์จะพูด พระองค์ก็ทรงทราบความเสียหมดแล้ว"
- สดุดี 139:23-24 "23ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงค้นดูข้าพระองค์และทรงทราบจิตใจของข้าพระองค์ ขอทรงลองข้าพระองค์และทรงทราบความคิดของข้าพระองค์ 24และทอดพระเนตรว่ามีทางชั่วใดๆในข้าพระองค์หรือไม่ และขอทรงนำข้าพระองค์ไปในมรรคานิรันดร์"

- เราต้องกล่าวรายงานพระเจ้าสำหรับทุกความคิดของเรา เช่นเดียวกับที่เราต้องรายงานคำพูดและการกระทำของเราต่อพระเจ้า
- 2โครินธ์ 5:10 "เพราะว่าจำเป็นที่เราทุกคนจะต้องปรากฏตัวที่หน้าบัลลังก์ของพระคริสต์ เพื่อทุกคนจะได้รับสมกับการที่ได้ประพฤติในร่างกายนี้ แล้วแต่จะดีหรือชั่ว"
- ปัญญาจารย์ 12:14 "ด้วยว่าพระเจ้าจะทรงเอาการงานทุกประการเข้าสู่การพิพากษาพร้อมด้วยสิ่งเร้นลับทุกอย่าง ไม่ว่าดีหรือชั่ว"
- มัทธิว 12:35-37 "35คนดีก็เอาของดีมาจากคลังแห่งความดีในตัวของเขา คนชั่วก็เอาของชั่วมาจากคลังแห่งความชั่วในตัวของเขา 36ฝ่ายเราบอกเจ้าทั้งหลายว่า คำที่ไม่เป็นสาระทุกคำซึ่งมนุษย์พูดนั้น มนุษย์จะต้องรับผิดในถ้อยคำเหล่านั้นในวันพิพากษา 37เหตุว่าที่เจ้าจะพ้นโทษได้ หรือจะต้องถูกปรับโทษนั้น ก็เพราะวาจาของเจ้า"
- โรม 14:12 "ฉะนั้นเราทุกคนจะต้องทูลเรื่องราวของตัวเองต่อพระเจ้า"

(2) ตระหนักว่าจิตใจ(ความคิด)คือสนามรบ

- ความคิดบางประการเกิดจากตัวเราเอง ขณะที่ความคิดอื่นๆ มาจากศัตรูของเราคือมาร
- การจับความคิดที่ถูกต้องมาใช้ต้องทำสงครามทั้งต่อความบาปของเราและต่ออำนาจของซาตาน
- เอเฟซัส 6:12-13 "12เพราะว่าเราไม่ได้ต่อสู้กับเนื้อหนังและเลือด แต่ต่อสู้กับเทพผู้ครอง ศักดิเทพ เทพผู้ครองพิภพในโมหะความมืดแห่งโลกนี้ ต่อสู้กับเหล่าวิญญาณที่ชั่วในสถานฟ้าอากาศ 13เหตุฉะนั้นจงรับยุทธภัณฑ์ทั้งชุดของพระเจ้าไว้ เพื่อท่านจะได้ต่อต้านในวันอันชั่วร้ายนั้น และเมื่อเสร็จแล้วจะอยู่อย่างมั่นคงได้" (มธ. 4:3-11)
- เราต้องต่อต้านและปฏิเสธสิ่งชั่วร้ายอย่างมั่นคง ตลอดจนความคิดที่ไม่ดีในพระนามของพระเยซู
- ฟิลิปปี 4:8 "ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย ในที่สุดนี้ขอจงใคร่ครวญถึงสิ่งที่จริง สิ่งที่น่านับถือ สิ่งที่ยุติธรรม สิ่งที่บริสุทธิ์ สิ่งที่น่ารัก สิ่งที่ทรงคุณ คือถ้ามีสิ่งใดที่ล้ำเลิศ สิ่งใดที่ควรแก่การสรรเสริญ ก็ขอจงใคร่ครวญดู"

- ให้ตระหนักว่าผู้เชื่อสามารถชนะศัตรู(มาร) ได้ด้วยโลหิตของพระเมษโปดก โดยคำพยานของเรา และโดยการยืนกรานกล่าวคำว่า "ไม่" ต่อผีวิญญาณชั่ว การทดลอง และบาป
- ทิตัส 2:11-12 "11เพราะว่าพระคุณของพระเจ้าได้ปรากฏแล้ว เพื่อช่วยคนทั้งปวงให้รอด 12สอนให้เราละทิ้งความอธรรมและโลกียตัณหา และดำเนินชีวิตในยุคนี้อย่างมีสติสัมปชัญญะ สัตย์ซื่อสุจริตและตามคลองธรรม"
- ยากอบ 4:7 "เหตุฉะนั้นท่านทั้งหลายจงน้อมใจยอมฟังพระเจ้า จงต่อสู้กับมาร และมันจะหนีท่านไป"
- วิวรณ์ 12:11 "เขาเหล่านั้นชนะพญามารด้วยพระโลหิตของพระเมษโปดก และเพราะคำพยานของพวกเขาเอง เพราะเขาไม่ได้เสียดายที่จะพลีชีพของตน"

(3) ตั้งใจที่จะจดจ่อความคิดอยู่ที่พระคริสต์และสิ่งที่เป็นของสวรรค์เบื้องบนมากกว่าสิ่งที่เป็นของโลก เพราะใจที่ปักอยู่กับพระวิญญาณคือชีวิตและสันติสุข

- ฟิลิปปี 3:19 "ปลายทางของคนเหล่านั้นคือความพินาศ พระของเขาคือกระเพาะ เขายกความที่น่าอับอายของเขาขึ้นมาโอ้อวด เขาสนใจในวัตถุทางโลก"
- โคโลสี 3:2 "จงเอาใจใส่สิ่งที่อยู่เบื้องบน ไม่ใช่สิ่งซึ่งอยู่ที่แผ่นดินโลก"
- โรม 8:6-7 "6ด้วยว่าซึ่งปักใจอยู่กับเนื้อหนัง ก็คือความตาย และซึ่งปักใจอยู่กับพระวิญญาณก็คือชีวิตและสันติสุข 7เหตุว่าใจซึ่งปักอยู่กับเนื้อหนังนั้นก็เป็นศัตรูต่อพระเจ้า หาได้อยู่ใต้บังคับธรรมบัญญัติของพระเจ้าไม่ และที่จริงจะอยู่ใต้บังคับธรรมบัญญัตินั้นไม่ได้"

- ให้เราเติมความคิดของเราด้วยพระวจนะ (เช่นอ่านพระคัมภีร์ทุกวัน เป็นการเติมพระวจนะให้กับความคิด) และด้วยสิ่งที่ทรงคุณ สิ่งที่ล้ำเลิศ และสิ่งที่ควรสรรเสริญ
- ฟิลิปปี 4:8 "ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย ในที่สุดนี้ขอจงใคร่ครวญถึงสิ่งที่จริง สิ่งที่น่านับถือ สิ่งที่ยุติธรรม สิ่งที่บริสุทธิ์ สิ่งที่น่ารัก สิ่งที่ทรงคุณ คือถ้ามีสิ่งใดที่ล้ำเลิศ สิ่งใดที่ควรแก่การสรรเสริญ ก็ขอจงใคร่ครวญดู"

(4) ระมัดระวังสิ่งที่ตามองเห็นและสิ่งที่หูได้ยินอยู่เสมอ

- ให้ตั้งใจที่จะปฏิเสธสิ่งต่างๆ ต่อไปนี้

(4.1) การมองสิ่งที่ก่อให้เกิดราคะตัณหา

- โยบ 31:1 "ข้าได้กระทำพันธสัญญากับนัยน์ตาของข้า แล้วข้าจะมองหญิงพรหมจารีได้อย่างไร"
- 1ยอห์น 2:16 "เพราะว่าสารพัดซึ่งมีอยู่ในโลก  คือตัณหาของเนื้อหนังและตัณหาของตา  และความทะนงในลาภยศไม่ได้เกิดมาจากพระบิดา  แต่เกิดมาจากโลก"

(4.2) การจัดเตรียมสิ่งที่ไม่มีประโยชน์หรือสิ่งที่ชั่วร้ายไว้สำหรับตน เช่น หนังสือ นิตยสาร รูปภาพ รายการโทรทัศน์ หรือสิ่งที่เกิดขึ้นชีวิตจริง

- สดุดี 101:3 "ข้าพระองค์จะไม่ตั้งสิ่งใดๆ ที่ชั่วช้า ไว้ต่อหน้าต่อตาของข้าพระองค์ ข้าพระองค์เกลียดกิจการของผู้ที่บิดตะกูด กิจการนั้นจะไม่ติดข้าพระองค์"
- อิสยาห์ 33:14-15 "14คนบาปในศิโยนก็กลัว ความสะทกสะท้านเข้าสิงคนไร้พระ "ใครในพวกเราที่อยู่กับไฟที่เผาผลาญได้ ใครในพวกเราจะอาศัยอยู่กับการไหม้เป็นนิตย์ได้" 15คือเขาผู้ดำเนินอย่างชอบธรรม และพูดอย่างเที่ยงธรรมเขาผู้ดูหมิ่นผลได้จากการบีบบังคับ ผู้สลัดมือของเขา เกรงว่าจะถือสินบนไว้ ผู้อุดหูไม่ฟังเรื่องเลือดตกยางออก  และหลับตาไม่มองความชั่วร้าย" - โรม 13:14 "แต่ท่านจงประดับกายด้วยพระเยซูคริสตเจ้า  และอย่าจัดเตรียมอะไรไว้บำรุงบำเรอตัณหาของเนื้อหนัง"

- การเป็นคนชอบใช้ความคิดเป็นสิ่งที่ดี แต่เราต้องตระหนักว่าความคิดของเรานั้นต้องอยู่ในกรอบที่ถูกต้องด้วย กรอบความคิดของคริสเตียนคือพระเยซูคริสต์และพระวจนะของพระองค์ เราจึงควรตรวจสอบความคิดของเราอยู่เสมอว่า ยังอยู่ในมาตรฐานของพระเจ้าหรือไม่  


ขอให้พระเกียรติจงมีแด่พระเจ้าแต่เพียงผู้เดียว
ไม่สงวนลิขสิทธิ์โดย Chrsitian CMU (คริสเตียน มช.)