|
Unseen เรื่อง ไดโนเสาร์
ไดโนเสาร์ เป็นชื่อเรียกโดยรวมของสัตว์เลื้อยคลานในอันดับใหญ่ ไดโนเซาเรีย (Dinosauria) ซึ่งหลายคนเชื่อว่าเคยครองระบบนิเวศน์บนพื้นพิภพ แท้จริงแล้วพระคัมภีร์ได้มีการกล่าวถึงไดโนเสาร์ไว้หรือไม่ ถ้ามีแล้วกล่าวถึงไว้ว่าอย่างไร คำว่า ไดโนเสาร์ ในภาษาอังกฤษ (dinosaur) ถูกตั้งขึ้นโดย เซอร์ ริชาร์ด โอเวน นักบรรพชีวินวิทยา ชาวอังกฤษ ในปีค.ศ.1841 ซึ่งเป็นการผสมของคำในภาษากรีกสองคำ คือคำว่า ไดนอส (deinos) ซึ่งแปลว่า ใหญ่จนน่าสะพรึงกลัว และคำว่า เซารัส (sauros) ซึ่งแปลว่า สัตว์เลื้อยคลาน
พระธรรมโยบกล่าวถึงสัตว์ที่น่าสนใจไว้ 2 ชนิด ชนิดแรกอยู่ในพระธรรมโยบบทที่ 40 ข้อ 15-24 พระเจ้าได้ตรัสกับโยบ ถึงสัตว์ที่เขาคุ้นเคยดี นั่นคือ เบเฮโมท ซึ่งเป็นชื่อที่เรียกทับศัพท์จากภาษาฮีบรู ถูกกล่าวว่าเป็น “พระราชกิจชิ้นที่หนึ่งของพระเจ้า” พระคัมภีร์กล่าวว่า มันขยับหางของมันเหมือนไม้สนสีดาร์ แม้นักวิจารณ์พระคัมภีร์บางคนจะกล่าวว่า มันคือช้างหรือหรือฮิปโปโปเตมัส แต่ช้างกับฮิปโปโปเตมัสไม่ได้มีหางเหมือนไม้สนสีดาร์ จากการศึกษาพบว่าสนสีดาร์มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.5 เมตร มีสัตว์ชนิดหนึ่งที่หางของมันเหมาะสมกับคำอธิบายนี้คือ ไดโนเสาร์กินพืชพันธุ์ซัวโรพอด เช่น บราชิโอเซารัส (Brachiosaurus), ซูเปอร์เซารัส (Supersaurus), หรืออุลตราเซารัส (Ultrasaurus) พระคัมภีร์ได้อธิบายในข้อ 23 ของพระธรรมโยบบทที่ 40 ว่า มันใหญ่และแข็งแรงพอที่จะยืนอย่างมั่นคงในแม่น้ำจอร์แดน
สัตว์ชนิดที่ 2 อยู่ในพระธรรมโยบบทที่ 41 คือ เลวีอาธาน ซึ่งแปลว่า สัตว์ทะเลขนาดมหึมา ที่ฟันของมันน่าสยดสยอง หลังของมันทำด้วยโล่เป็นแถวๆ ต่อหน้าของมันเหล็กเป็นเหมือนฟาง ทองสัมฤทธิ์เป็นเหมือนไม้ผุ และไม้กระบองเป็นเหมือนตอข้าว
นอกจากนั้น พระคัมภีร์ฉบับภาษาอังกฤษยังใช้คำว่า “dragon” ที่แปลว่า มังกร อยู่หลายครั้งทั้งในพระคัมภีร์เดิมและพระคัมภีร์ใหม่ คำนี้ถูกใช้ในพระคัมภีร์ก่อนที่จะมีการบัญญัติคำว่า “ไดโนเสาร์” หากเราจะนำคำว่า “ไดโนเสาร์” ไปแทนคำว่า “มังกร” ในพระคัมภีร์ เราจะพบว่าสามารถใช้แทนกันได้เป็นอย่างดี อีกทั้ง ยังมีเรื่องเล่าโบราณในหนังสือประวัติศาสตร์ในห้องสมุดหลายแห่งทั่วโลกที่มีรายละเอียดเกี่ยวกับมังกรและการปรากฏให้มนุษย์ได้เห็น ที่น่าสังเกตก็คือว่าคำอธิบายของมังกรในหนังสือต่างๆ เหล่านั้นล้วนสอดคล้องกับลักษณะของไดโนเสาร์ รวมไปถึงไทแรนโนเซารัส
แล้วอะไรเกิดขึ้นกับไดโนเสาร์ ทำไมปัจจุบันเราจึงไม่พบพวกมันอีก เหตุผลก็น่าจะมาจากการสูญพันธุ์ไปตามธรรมชาติ จากการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศน์ การขาดแคลนอาหาร รวมทั้งการถูกล่าโดยมนุษย์ เพราะแท้จริงแล้วจากการขุดค้นพบว่าไดโนเสาร์มีเพียง 50-100 ชนิดเท่านั้น และทุกๆ ปีก็จะมีสัตว์จำนวนหนึ่งสูญพันธุ์ไปโลกของเรา
ขอให้พระเกียรติทั้งสิ้นจงมีแด่พระเจ้า Christian CMU (คริสเตียน มช.)
|